533.jpg
หน้าร้อนท้องเสียระบาด  ระวัง ‘อาหารสุก’ วางทิ้งไว้ก็เสียได้  ชี้แบคทีเรียทนร้อน-โตไว แนะ ‘กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ’

หน้าร้อนท้องเสียระบาด ระวัง ‘อาหารสุก’ วางทิ้งไว้ก็เสียได้ ชี้แบคทีเรียทนร้อน-โตไว แนะ ‘กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ’

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.
Tag :

ภัยหน้าร้อนไม่ได้มีแค่ฮีทสโตรกอย่างเดียว แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังเป็นตัวเร่งให้เชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหารเติบโตได้เร็ว เมื่อรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไปจึงอาจนำไปสู่ “อาการท้องเสีย” ซึ่งในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ หลายคนมักเข้าใจว่าอาหารปรุงสุกจะปลอดภัย 100% ทั้งที่ความจริงแล้วอาจยังมีเชื้อโรคแฝงตัวอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องใส่ใจคือเมนูที่เราเลือกกินตั้งแต่แรก

 พญ. อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ อายุรแพทย์โรคระบบตับและทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต  เจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงของอาการท้องเสีย พร้อมเปิดลิสต์เมนูเสี่ยงเสียง่ายที่ควรระวัง และแชร์เทคนิคง่าย ๆ ในการดูแลสุขภาพลำไส้ให้ปลอดภัยตลอดหน้าร้อนนี้


เชื้อแบคทีเรีย-ไวรัส ภัยร้ายตัวจิ๋วที่ทำให้เราท้องเสีย

อาการท้องเสียในหน้าร้อนมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสในระบบทางเดินอาหาร โดยเชื้อที่พบบ่อยในฤดูนี้ ได้แก่ เชื้อ Vibrio ในอาหารทะเลปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ เชื้อ Salmonella ในเนื้อสัตว์ ไข่ดิบ หรือนมที่ฆ่าเชื้อไม่สะอาด เชื้อ E. coli ที่ปนเปื้อนในน้ำดื่มและผักผลไม้ล้างไม่สะอาด และเชื้อ Staphylococcus aureus ที่จะสร้างสารพิษขึ้นมาในอาหารที่ตั้งทิ้งไว้ในที่ร้อน นอกจากนี้อาจพบเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในฤดูหนาวอย่างเชื้อ Norovirus และ Rotavirus ผ่านการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนหรือน้ำแข็งที่ไม่สะอาด

อาหารปรุงสุก วางทิ้งไว้แค่ 2 ชั่วโมงก็อาจเสียได้

"หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมกินอาหารปรุงสุกแล้วยังท้องเสีย คำตอบคือเชื้อบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อนทิ้งไว้ในอาหารได้ ทำให้แม้จะนำมาอุ่นหรือปรุงสุกซ้ำก็อาจกำจัดสารพิษได้ไม่หมด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) จากการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างของดิบและของสุก รวมถึงการวางอาหารไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และบางทีอาการท้องเสียอาจเกิดจากสารเคมีตกค้างในวัตถุดิบ ซึ่งความร้อนไม่สามารถกำจัดได้เช่นกัน" พญ.อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ อธิบาย

มัดรวม 5 เมนูสุดฮิตที่ต้องระวังในหน้าร้อน

ในช่วงหน้าร้อน เมนูที่เรากินเป็นประจำอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้โดยไม่รู้ตัว เริ่มจากข้าวมันไก่และข้าวหมูแดง ซึ่งจุดเสี่ยงมักอยู่ที่ 'น้ำจิ้ม' ที่บูดเสียง่ายเมื่อวางไว้ในอุณหภูมิห้อง และ 'น้ำราด' ที่มีทั้งแป้งและน้ำตาลซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรีย ทำให้เชื้อเติบโตได้รวดเร็ว นอกจากนี้ อาหารที่มีส่วนประกอบของกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน ขนมหวาน หรือน้ำพริกบางชนิด ก็เสี่ยงบูดเสียได้เร็วขึ้น รวมถึงผักสดที่ล้างไม่สะอาดก็อาจมีแบคทีเรียตกค้าง และน้ำสลัดที่มีไข่สดหรือมายองเนส หากวางทิ้งไว้นานก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนได้เช่นกัน อีกหนึ่งเมนูที่ต้องระวังคืออาหารทะเลลวกหรือปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะอุณหภูมิสูงทำให้เชื้อ Vibrio เจริญเติบโตเร็ว หากปรุงไม่สุกทั่วถึงก็เสี่ยงท้องเสียได้มากขึ้น ปิดท้ายด้วยข้าวผัดค้างคืน หรือข้าวที่แช่เย็นไม่เพียงพอก่อนนำมาผัด ซึ่งอาจเอื้อต่อการเกิดสปอร์ของแบคทีเรีย Bacillus cereus ที่ทนความร้อน และเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษได้

ไขข้อสงสัย ทำไมกินเมนูเดียวกัน แต่เราท้องเสียคนเดียว

พญ.อุไรวรรณ  อธิบายว่า “ร่างกายของคนเราตอบสนองต่อเชื้อโรคและอาหารไม่เหมือนกัน บางคนภูมิต้านทานดีก็อาจทนได้มากกว่า หรือบางคนอาจไม่ได้ท้องเสียจากเชื้อโรคโดยตรง แต่เกิดจากการที่ร่างกายไวต่อสารบางชนิด เช่น แลคโตสในนม หรือแคปไซซินในพริก นอกจากนี้ถ้ากินอาหารจานเดียวกัน แต่เราไปตักโดยส่วนที่มีเชื้อปนเปื้อนมาก ๆ ก็มีโอกาสท้องเสียได้มากกว่า ทำให้แม้จะกินเมนูเดียวกันก็อาจไม่ได้ท้องเสียทุกคน”

ท้องเสีย-อาเจียนบ่อย-ขาดน้ำ พบแพทย์ด่วน!

อาการท้องเสียทั่วไปมักมีการถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน แต่หากเป็นการท้องเสียจากการติดเชื้อจะมีอาการร่วม เช่น มีไข้ อุจจาระมีมูกหรือเลือดปน มีกลิ่นผิดปกติ ปวดบิดหรือปวดเบ่งรุนแรง รวมถึงคลื่นไส้อาเจียน โดยถ้ามีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส อาเจียนบ่อยจนจิบน้ำเกลือแร่ไม่ได้ มีสัญญาณขาดน้ำอย่างปากแห้ง ตาโหล ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม หน้ามืด หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ถือว่าเป็นการติดเชื้อรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที พญ.อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ กล่าวเสริมว่า “ใครที่ท้องเสียอยู่ไม่แนะนำให้ซื้อยาหยุดถ่ายมากินเอง และควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย ซึ่งปกติยากลุ่มนี้มักใช้เฉพาะในกรณีท้องเสียเฉียบพลันที่ไม่มีการติดเชื้อ หรือเพื่อควบคุมอาการชั่วคราวเท่านั้น”

จดไว้เลย! 4 อาหารช่วยฟื้นฟูลำไส้ช่วงท้องเสีย

เมื่อเราท้องเสียควรหลีกเลี่ยงนมและผลิตภัณฑ์จากนม อาหารไขมันสูง อาหารรสจัด อาหารที่มีกากใยมาก รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนักขึ้น และควรเน้นกินอาหารที่รสจืด ย่อยง่าย ตามหลัก BRAT Diet ได้แก่ กล้วยน้ำว้า (Bananas) ที่ช่วยชดเชยโพแทสเซียมและช่วยให้ขับถ่ายเป็นก้อน ข้าวขาว โจ๊ก หรือข้าวต้ม (Rice) ที่ย่อยง่ายและให้พลังงาน ซอสแอปเปิลหรือแอปเปิลปอกเปลือก (Applesauce) ที่ช่วยลดการระคายเคือง และขนมปังขาวปิ้ง (Toast) ที่ไม่ทาเนยหรือแยม ซึ่งช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

“ทุกคนสามารถป้องกันการท้องเสียในช่วงหน้าร้อนได้ง่าย ๆ ด้วยหลัก ‘กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ’ โดยเน้นกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่เท่านั้น และใช้ช้อนกลางเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากน้ำลาย ถ้ากินไม่หมดให้เก็บเข้าตู้เย็นทันที อย่าวางทิ้งไว้ เมื่อต้องการอุ่นซ้ำให้อุ่นครั้งเดียวด้วยความร้อนที่สูงพอเพื่อฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วถึง รวมถึงหมั่นล้างมือและแยกอุปกรณ์ของดิบกับของสุกอย่างชัดเจนเพื่อความสะอาด แม้อาการท้องเสียจะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ป้องกันได้ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที” พญ.อุไรวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีข้อสงสัย สามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต และนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0054 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน  

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top