533.jpg
ตะลอนเที่ยว : ตามไปบ้านออกญาเสนาภิมุข ที่ชิซึโอกะ (Shizuoka)

ตะลอนเที่ยว : ตามไปบ้านออกญาเสนาภิมุข ที่ชิซึโอกะ (Shizuoka)

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใครที่เรียนประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วยังจดจำเนื้อหาสาระของบทเรียนได้บ้าง คงจะยังจำชื่อออกญาเสนาภิมุข หรือยามาดะ นางามะสะ ขุนนางชาวญี่ปุ่นที่เข้ามารับราชการในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม 

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องประหลาดเลยที่จะมีหมู่บ้านญี่ปุ่นตั้งอยู่ในกรุงศรีอยุธยา เพราะในครั้งกระนัันมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำมาหากิน ทำมาค้าขาย ทำงานในสังกัดทหารกรมอาสาญี่ปุ่น และรับราชการในราชสำนักกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และชื่อของขุนนางญุี่ปุ่นคนสำคัญ อย่างเช่นยามาดะ นางามะสะ ก็จึงปรากฏขึ้น แล้วต่อมาก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นออกญาเสนาภิมุข


คนที่เรียนประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยายุคพระเจ้าทรงธรรมต้องคุ้นชื่อออกญาเสนาภิมุข และน่าจะคุ้น ๆ ว่าบ้านเดิมของเขาอยู่ที่ชิซึโอกะ ปัจจุบันเป็นจังหวัดใหญ่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น อยู่ในเขตชูบุ (Chubu) เวลาพูดถึงชิซึโอกะก็จะนึกถึงภูเขาไฟฟูจิ เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ดังนั้น อาจจะบอกได้เลยว่าหากอยู่ในที่โล่งหรือที่สูงในชิซึโอกะแล้วรับรองว่าต้องเห็นยอดของฟูจิอย่างแน่นอน แล้วก็ต้องบอกด้วยว่าชิซึโอกะคือแหล่งปลูกชาเขียวที่โด่งดังมากที่สุดของญี่ปุ่นด้วย และที่ลืมไม่ได้คือเป็นแหล่งผลิตวาซาบิชั้นดีของญี่ปุ่นอีกเช่นกัน

การไปเที่ยวชมเมืองชิซึโอกะทริปนี้ Mr. Flower แวะไปที่ศาลเจ้าชิซึโอกะเซ็นเง็นก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากลงรถไฟแล้วก็ต่อรถเมล์ไปที่ศาลเจ้า ความสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้คือเป็นแหล่งรวมของศาลเจ้าสำคัญสามแห่ง ที่เรียกว่า โอเซ็นเก็นซัง คือศาลเจ้าคัมเบะ ศาลเจ้าอาซามะ และศาลเจ้าโอโทชิมิโอยะ และกลุ่มอาคารศาลเจ้า 26 หลัง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชิซึโอกะ ทั้งนี้ศาลเจ้าคัมเบะมีอายุเก่าแก่ที่สุด

เมื่อไปถึงแล้วก็อย่าลืมขึ้นไปบนภูเขาเพื่อไปกราบนมัสการศาลเจ้าอาซามะ โดยต้องขึ้นบันไดจำนวนประมาณ 200 กว่าขัั้น แล้วจากนั้นก็ต้องเดินขึ้นไปบนภูเขาอีกนานพอสมควร ขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินช้าหรือเร็ว แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 40 นาที แต่เมื่อขึ้นไปบนเนินเขาสูงแล้ว จะได้พบกับต้นไม้ขนาดใหญ่มหึมาจำนวนมากมาก แล้วยังชมวิวเมืองชิซึโอกะ และได้ชมวิวฟูจิยามาได้อย่างเต็มตาจุใจพร้อมกับสูดอาการบริสุทธิ์ได้เต็มปอด จนทำให้ลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินขึ้นเขาโดยพลัน

ต้องบอกด้วยว่าคนญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อถือศรัทธาในศาลเจ้าแห่งนี้มาก ดังที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นคือในเขตนี้มีศาลเจ้าหลายแห่งอยู่รวมกัน ดังนั้นจึงมีผู้ให้ความเชื่อถือและความเคารพเป็นจำนวนมาก เช่น ศาลเจ้าแปดพันโฮโกะ ที่เป็นศาลเจ้าของเทพแห่งการกีฬาและศิลปะการต่อสู้ ศาลเจ้าสุคุนาฮิโคะเนะ มีเทพเจ้าแห่งการแพทย์ ศาลเจ้าทามาโบโกะ มีเทพเจ้าแห่งการสอบการศึกษา

ในประวัติกล่าวว่าศาลเจ้าแปดพันโฮโกะ และศาลเจ้าสุคุนาฮิโคะเนะ เคยใช้เป็นสถานที่บูชาพระพุทธเจ้าในยุคเอโดะ แต่ต้องเปลี่ยนสภาพเป็นศาลเจ้า เมื่อมีคำสั่งแยกศาสนาพุทธและศาสนาชินโต ในยุคเมจิ

ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายเกี่ยวกับสถานที่สำคัญในชิซึโอกะ แต่พื้นที่สำคัญบอกเล่าเรื่องราวหมดลงแล้ว แต่ขอย้ำนิดเดียวว่า หากเดินออกจากศาลเจ้าชิซึโอกะ โดยลอดเสาโทริอิด้านหน้าของศาลเจ้า แล้วเดินตรงไปบนถนนเส้นหน้าวัด ประมาณ 100 กว่าเมตร จะพบกับอนุสาวรีย์ของยามาดะ ตั้งอยู่ด้านขวามือ หากใครไม่สังเกตก็จะไม่เห็น เพราะตัวอนุสาวรีย์ไม่มีจุดเด่นอะไรมากนั้น แต่สำหรับเราซึ่งเป็นคนไทย เมื่อมองป้ายบรรยายรายละเอียดอนุสาวรีย์แล้วพบตัวอักษรไทยเขียนว่า ออกญาเสนาภิมุข ก็ทำให้เราขึ้นกับขนลุกซู่โดยพลัน แล้วก็บอกกับตัวเองว่า ประวัติศาสตร์ที่เราเรียนมาเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น แต่วันนี้เราได้มายืนอยู่ในเขตบ้านเก่าของยามาดะแล้ว แล้วเราก็บอกกับตัวเองว่าเมืองไทยของเรานั้นไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย เพราะอยุธยาเมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว ก็คือเมืองที่แสนเจริญ เป็นเมืองซึ่งผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายประเทศต่างเข้าไปอาศัยและทำมาหากินในกรุงศรีอยุธยาของเรา ทำให้เราภาคภูมิใจเป็นยิ่งนัก 

หากคุณสนใจจะร่วมท่องเที่ยวแบบละมุนละไม แล้วได้ซึมซับประวัติศาสตร์ด้วยตัวคุณเอง โดยไปเที่ยวในรูปแบบกลุ่มเล็ก ๆ ที่เน้นความเป็นกันเอง โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่ 091 7233615 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top