สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ที่เล่าเรื่องทำไมเราจึงไม่ควรนำยาของเราไปให้คนอื่นใช้ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงสาเหตุหนึ่งที่เรามียาเหลือ เพราะว่าเราอาจจะไม่ได้กินยาให้ครบถ้วนตามคำสั่งแพทย์ ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงมาชวนคุยเรื่องการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์
ขอย้ำว่า หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผลการรักษาโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะโรคเรื้อรังหรือโรคเฉียบพลัน ไม่เป็นไปตามที่ควรคือ คนไข้ไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง ผู้ป่วยหลายคนมีหลายโรคร่วมกัน ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มียากินประจำ 4-5 ชนิด บางอย่างก็วันละมื้อ บางอย่างก็สองสามมื้อ มีทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่บางรายก็ลืมรับประทานยา ผลของการหลงลืมกินยาจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษาแน่นอน แต่จะหนักหนาเพียงไรคงตอบได้ยาก เพราะผู้ป่วยแต่ละคน ที่ป่วยแต่ละโรคมีความอ่อนไหวไม่เท่ากัน ตัวอย่างในผู้ป่วยโรคติดเชื้อหรือ ในผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่ต้องกินยากดภูมิ การกินยาให้ตรงเวลาเป๊ะเป็นเรื่องจำเป็นมาก เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยวัณโรค การกินยาตามสั่งไม่ได้ถึง 90-95 เปอร์เซ็นต์ จะเสี่ยงกับการรักษามาก จนถึงอาจล้มเหลวในการรักษาได้เพราะเชื้อดื้อยา ส่วนกรณีคนไข้ปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไต ตับ หัวใจ ยิ่งสำคัญและจำเป็นมากกับการกินยาให้ครบ และตรงตามเวลา เพื่อป้องกันร่างกายปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่าย
การไม่กินยาในผู้ป่วยแต่ละราย ไม่ได้มีเหตุมาจากผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว แต่บุคคลากรทางการแพทย์ก็มีส่วนสำคัญ เพราะต้องต้องสื่อสาร และต้องทำให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคที่เป็นอยู่ และต้องเข้าใจแผนการรักษา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในสาเหตุหลักที่ผู้ป่วยไม่กินยาคือ ลืม ซึ่งอาจมาจากชีวิตที่ยุ่งมาก ต้องทำหลายอย่างตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำให้ลืมกินยามื้อเช้าหรือมื้อเที่ยง อีกสาเหตุหนึ่งคือ ความยุ่งยากของมื้อกินยา เพราะมียาหลายอย่าง ต้องกินหลายแบบ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน อีกปัญหาคือเมื่อเราแก่ลงทุกวัน ต่อให้ตั้งใจไม่ลืมกินยา แต่ก็ลืมอยู่ดี ไม่ว่าจะลืมเพราะยุ่ง หรือลืมเพราะความแก่ชรา ดังนั้นจึงต้องมีตัวช่วยกันลืม เช่น การใช้กล่องใส่ยาตามมื้อ การตั้งโทรศัพท์มือถือให้ช่วยเตือนกินยา รวมไปถึงความสอดส่องใส่ใจของผู้ดูแลคนไข้ ที่ต้องเตรียมยาให้สะดวก เพื่อป้องกันการหลงลืมกินยา
แต่มีอีกเหตุผลคือ ผู้ป่วยตั้งใจไม่กินยา เช่น ผู้ป่วยเลือกที่จะกินตามอาการ เห็นว่าไม่มีอาการก็จึงไม่กินยา หรือคิดเอาเองว่าหายป่วยแล้ว จึงเลิกกินยา ซึ่งถ้าเป็นกลุ่มยาที่ใช้รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาแก้ปวดท้อง ก็คงไม่เป็นอะไรมากนัก ยาเหลือก็เก็บไว้ได้ แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะที่ต้องกินติดต่อให้หมด เพราะถ้ากินแค่ 2-3 วัน แล้วรู้สึกว่าตัวเองหายป่วย แล้วหยุดกิน อาจทำให้เกิดอาการเชื้อดื้อยา ดังนั้น เวลาจ่ายยา เภสัชกรจึงเน้นย้ำเสมอว่า ยาตัวไหนที่ต้องกินจนหมด เราจึงต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
สำหรับผู้ป่วยกลุ่มโรคเรื้อรัง ที่เลือกไม่กินยา อาจเป็นเพราะเบื่อ กินไปแล้วก็ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใด ๆ หรือไม่รู้สึกว่าตนเองมีความเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้วยาจะช่วยคุมอาการ ไม่ให้โรคที่เป็นเกิดภาวะแทรกซ้อน แต่ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดเอาเองว่ายาที่กินทุกวันจะมีผลต่อตับไต กินแล้วตับจะเสื่อม ไตจะวาย ก็จึงตัดสินใจเลิกกินยา หรือลดยาเอง ทั้ง ๆ ที่หากคุมโรคไม่ได้แล้ว จะเป็นเหตุทำให้ไตเสียหายได้
ดังนั้น หากคุณแอบลดยา หรือหยุดยาเอง เพราะกลัวตับไตพัง ต้องขอย้ำว่ากรุณาไม่หยุดใช้ยาโดยไม่คุยกับหมอหรือเภสัชกร ย้ำอีกครั้งว่าต้องคุยกับหมอและเภสัชกรทุกครั้งที่จะหยุดยา ลดยา หรือเพิ่มยา บอกความจริงไปเลย เพราะหมอและเภสัชกรพร้อมจะอธิบายให้ทราบว่าทำไมจึงไม่ควรหยุดยาเอง และจะช่วยปรับแผนการใช้ยาให้เข้ากับวิถีชีวิตคุณมากขึ้น
ส่วนยาที่เหลือที่เก็บสะสมไว้ ก็อย่าเพิ่งกวาดทิ้งถังขยะ กรุณารวบรวมใส่ถุงรักษาให้ดี แล้วนำกลับไปที่ห้องยาของโรงพยาบาล เพื่อให้เภสัชกรช่วยคัดแยก แล้วนำไปใช้ต่อ สำหรับยาที่ยังใช้ได้ หรือหากยาหมดอายุก็จะได้นำไปทำลายให้ถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยกับมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
ขอย้ำว่าการพูดคุย และการร่วมมือกันระหว่างคนไข้กับทีมแพทย์ และเภสัชกร จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี