546.jpg
อพท. ปักหมุดพันธกิจ ยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก  เดินหน้าผลักดัน พัทยา-จันทบุรี-ศีรษะเกษ สู่ ‘เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก’

อพท. ปักหมุดพันธกิจ ยกระดับพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก เดินหน้าผลักดัน พัทยา-จันทบุรี-ศีรษะเกษ สู่ ‘เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.
Tag :

หลังประสบความสำเร็จจากการจัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” ที่ อพท. ร่วมกับ กทม. จัดขึ้น ณ สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมีผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) จากประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 13 เมือง ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งงานดังกล่าวถือเป็นการจัดเวทีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนการเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการอพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน) ได้เผยถึง วิสัยทัศน์ในการทำงานของอพท. ในการเดินหน้าผลักดัน “พัทยา” สู่เมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) พร้อมกับร่วมผลักดันศักยภาพจังหวัดจันทบุรีและศีรษะเกษ สู่อีกสองเมืองแคนดิเดตของไทยบนเวทีระดับโลกต่อไป


นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร 

 

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Creative Cities Network: TCCN Forum 2026” อพท. ได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ในการเชิญภาคีเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในประเทศไทย และในระดับนานาชาติ รวมมากถึง 13 เมือง เพื่อสร้างการรับรู้การพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) และเผยแพร่ผลการดำเนินงานการพัฒนาเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโกของประเทศไทย ตลอดจนเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิดและมุมมองการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์จากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Creative Cities Connect: Connecting People • Culture • Creativity • Sustainability”

โดย 13 เมือง ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองและปัจจัยต่างๆ ให้เอื้อต่อการยกระดับ ขีดความสามารถของเมือง ทำให้เมืองน่าอยู่ และกลายเป็นเมืองน่าเที่ยว และมีการจัดนิทรรศการของแต่ละเมือง ประกอบด้วย

 

เมืองสร้างสรรค์ 4 ประเภท รวม 9 เมือง ได้แก่ เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี และสงขลา, เมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts and Folk Art) ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย และน่าน, เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (City of Design) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเชียงราย, เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี (City of Music) ได้แก่ สุพรรณบุรี

เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) เป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่ยูเนสโกดำเนินงานควบคู่กับการประกาศแหล่งมรดกทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของโลก โดยเริ่มมาตั้งแต่ ปี 2004 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดย “เมืองสร้างสรรค์” (Creative City) จะเน้นความร่วมมือระหว่างชุมชนท้องถิ่นภาครัฐและภาคเอกชน ในการสร้างสรรค์เมืองผ่านนโยบายและกิจกรรมการพัฒนาสภาพแวดล้อม โครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจ และการนำสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นมาพัฒนาและสร้างคุณค่าและเชื่อมโยงความเป็นเมืองต่างๆ ทั่วโลกเข้าด้วยกัน

 

ปัจจุบันมีเมืองกว่า 408 เมืองทั่วโลก ได้รับการประกาศเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์จากยูเนสโก สำหรับในประเทศไทย น่านและสงขลาเป็น 2 จังหวัดล่าสุด ที่ได้รับได้การประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ในระดับโลก (UCCN) ประจำปี 2025 ที่ผ่านมา

อพท. มีนโยบายในการขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวและเมืองในพื้นที่พิเศษโดยเริ่มต้นจากการใช้เกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือเครื่องมือที่เรียกว่า Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) เป็นเกณฑ์ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งมีทั้งหมด 4 มิติ ได้แก่ การบริหารจัดการความยั่งยืน ความยั่งยืนด้านสังคม-เศรษฐกิจ ด้านวัฒนธรรมและด้านสิ่งแวดล้อม

 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน อพท. ได้ร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ร่วมกับจังหวัดและภาคีเครือข่าย จนมีเมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับประกาศจากยูเนสโกแล้วรวมทั้งสิ้น 6 เมือง ได้แก่ สุโขทัย น่าน สงขลา เชียงราย สุพรรณบุรี และเพชรบุรี และในปี 2570 กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองพัทยา และ อพท. วางเป้าหมายขับเคลื่อนพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film)

การขับเคลื่อนเมืองสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ถือเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาเมืองให้เกิดความยั่งยืนและตอบโจทย์การนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น และตอบโจทย์บทบาทหน้าที่ของ อพท. ในการกำหนดนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ในการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยการประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษฯ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของนักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

 

ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การเตรียมความพร้อมของพัทยาในการก้าวสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (City of Film) แห่งแรกของไทย ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้พื้นที่เป็นสถานที่ถ่ายทำ (Film Location) เท่านั้น แต่เน้นการพัฒนาองค์ประกอบของเมืองอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบรรยากาศเมืองและการลงทุนระดับสากล: พัทยาเริ่มมีกระแสการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น การสร้างสวนน้ำโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ที่จำลองฉากจากภาพยนตร์ต่าง ๆ มาไว้ เมืองพัทยาจึงมุ่งเน้นการพัฒนาบรรยากาศของเมืองโดยรวมให้มีกลิ่นอายที่เหมาะสมกับเมืองภาพยนตร์ ลงมาแล้วให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจคล้ายกับฮอลลีวูด ตลอดจนส่งเสริมให้มีระบบนิเวศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในพื้นที่ เช่น บริษัททำเรื่อง Post-production และบริษัทปั้นหนัง

 

การวางรากฐานการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น: จุดเด่นสำคัญของพัทยาคือ การมีโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยาเองที่เปิดสอนหลักสูตรทำภาพยนตร์และทำคลิปสั้นให้แก่เด็กนักเรียน ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เน้นให้เด็กสามารถนำไปต่อยอดสร้างอาชีพและสร้างสรรค์ผลงานลงบนสื่อโซเชียลมีเดียได้จริง รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรมและความคิดสร้างสรรค์: มีการจัดประกวดภาพยนตร์สั้นในกลุ่มนักเรียนเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการแสดงออก ซึ่งการปลูกฝังเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ระดับเยาวชนนี้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนพัทยาสู่การเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยั่งยืน

นอกจากพัทยาแล้ว ยังมีแคนดิเดตอีก 2 จังหวัดอย่าง จันทบุรี เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) และ จังหวัดศรีสะเกษ ที่น่าสนใจมาก ในการพัฒนาเพื่อคัดเลือกสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ต่อไป ซึ่งศีรษะเกษยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมและพิจารณาเลือกประเภทเมืองสร้างสรรค์ที่จะยื่นเสนอให้ชัดเจน ว่าจะเน้นขับเคลื่อนในด้านศิลปะและหัตถกรรมพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) ด้านการออกแบบ (Design) หรือด้านอื่น ๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความตั้งใจและทิศทางของตัวจังหวัดเอง แต่โดยรวมถือเป็นจังหวัดที่มีเกณฑ์ประเมินและศักยภาพหลังบ้านที่ดีมาก

 

ท้ายที่สุด นายศิริปกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า เกณฑ์การประเมินเมืองสร้างสรรค์เปรียบเสมือน "เหรียญ 3 ด้าน" ที่แต่ละเมืองจะต้องสำรวจและแสดงศักยภาพของตนเองออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้เหรียญนั้นสามารถตั้งอยู่ได้อย่างสมดุล ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ด้านที่ 1: ด้านหัว (ความโดดเด่น) คือ การมีของดีหรือมีความโดดเด่นในด้านนั้น ๆ อย่างชัดเจนและจริงจัง เช่น มีวัตถุดิบอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือมีศิลปวัฒนธรรมดนตรีที่เข้มแข็ง ด้านที่ 2: ด้านก้อย (ความเปราะบาง) คือ จุดด้อยหรือความเปราะบางของเมืองที่มีความเสี่ยงจะถูกทำลาย ถูกรบกวน หรือสูญหายไปตามกาลเวลาหากไม่มีการอนุรักษ์ ด้านที่ 3: สันเหรียญ (ความคิดสร้างสรรค์และการจัดการ) เป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เหรียญนี้สามารถ "ตั้งอยู่ได้" สันเหรียญเปรียบเสมือน ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) นวัตกรรม และระบบการบริหารจัดการ ที่นำเอา "ของดี" (ด้านหัว) และ "ของด้อย" (ด้านก้อย) มาต่อยอดผสมผสานกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่

 

อย่างไรก็ตาม การประเมินแบบเหรียญ 3 ด้านนี้จึงไม่ใช่แค่การมองหาว่าเมืองมีของดีอะไร แต่เน้นไปที่ความสามารถในการเชื่อมโยงและบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านั้นอย่างสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนในอนาคต

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top