วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
(ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)
ผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ได้พิจารณาศึกษาติดตามการขับเคลื่อนการบูรณาการประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก (Disability Inclusive Development :DID) เรื่องนี้แม้จะเป็นนามธรรม เนื่องจากสังคมไทยมักจะเข้าใจว่าประเด็นคนพิการต้องเกี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือ พก. เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วประเด็นคนพิการควรถูกผนวกเข้าไปอยู่ในอำนาจหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม กล่าวคือ ควรนำประเด็นคนพิการผนวกรวมกับนโยบาย แผนงาน และโครงการของทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่ก็ยังไม่มีการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ทั้งนี้ พก. มีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันให้ประเด็นคนพิการกระจายไปสู่ทุกกระทรวง ทบวงกรม ให้ได้ แต่ก็ยังมีปัญหาในทางปฏิบัติ คณะอนุกรรมาธิการได้ดำเนินการส่งแบบสำรวจไปยังทุกหน่วยงานที่รับเงินสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน รวมกว่า ๔๐๐ หน่วยงาน เพื่อสำรวจข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลักก่อนการพิจารณางบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการสำรวจดังกล่าวพบว่ามีหน่วยงานที่ไม่มีงบประมาณด้านคนพิการเลย กว่า ๕๐ หน่วยงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่ายังไม่สามารถบูรณาการประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลักได้และไม่สอดคล้องกับนโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของรัฐบาล จึงจำเป็นต้องมีกลไกที่จะทำให้องค์กรทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาครัฐเห็นว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามอำนาจหน้าที่ของตนเอง ซึ่งกำหนดไว้ในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ทั้งนี้ การจัดทำนโยบายเฉพาะสำหรับคนพิการภายใต้กระทรวงใด กระทรวงหนึ่ง หรือกรมใดกรมหนึ่ง จึงไม่ใช่คำตอบที่ยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างระบบการติดตามการขับเคลื่อนการบูรณาการประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก ด้วยการนำประเด็นคนพิการไว้ในวาระการปฏิรูปประเทศไทยทั้ง ๑๑ ด้าน รวมทั้งต้องสร้างการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานในการกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนงานและโครงการของแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีความเข้าใจและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าว อันจะช่วยให้การขับเคลื่อนและบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานเกิดขึ้นได้จริงและเป็นรูปธรรม
เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานบูรณาการประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลักอย่างเป็นรูปธรรม มีข้อเสนอแนะต่อการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก ดังนี้
๑.การกำหนดกฎหมาย นโยบาย แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ ควรต้องคำนึงถึงหลักการของการผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก(Disability Inclusive Development : DID) ๔ ประการ ดังนี้ (๑) การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เท่าเทียม และมีประสิทธิผลของคนพิการและองค์กรด้านคนพิการ (Full and Effective Participation) (๒) การเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากสภาพแวดล้อมในทุกมิติ (Accessibility) (๓) การเสริมพลังอำนาจหรือสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนพิการได้เข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ (Empowerment / Capacity Building) และ (๔) การขจัดการเลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) โดยจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ กล่าวคือ คนพิการจะต้องมีทั้งบทบาทหน้าที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนากระแสหลัก ต้องมีส่วนร่วมรับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำและร่วมรับผิดชอบ เพื่อให้การขับเคลื่อนกฎหมายและนโยบายเป็นไปตามสิทธิ ความต้องการจำเป็นและเจตจำนงของคนพิการซึ่งมีความหลากหลายและแตกต่างตามแต่ละประเภทความพิการ
๒. การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development Goals: SDGs) ต้องครอบคลุมถึงคนทุกกลุ่มและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการผนวกรวม ๗ เป้าหมาย ๘ เป้าประสงค์ และ ๑๑ ตัวชี้วัด ที่มีการอ้างอิงถึงคนพิการหรือความพิการโดยตรง ไว้ในการจัดลำดับความสำคัญของเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืน ๓๐ ลำดับแรก ที่คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกำหนด รวมถึงควรขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities:CRPD) โดยอาศัยการปฏิบัติตามข้อสังเกตเชิงสรุปต่อรายงานฉบับแรกของประเทศไทย (Concluding observationson the initial report of Thailand: COB) ของคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติด้วย
๓. การเก็บรวบรวมข้อมูลและสถิติต่างๆ ต้องจำแนกข้อมูลเกี่ยวกับคนพิการหรือความพิการอย่างเป็นระบบด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักการของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าประสงค์ที่ ๑๗.๑๘ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ข้อที่ ๓๑ โดยแนะนำให้ใช้ Washington Group Short set of Questions ซึ่งเป็นระเบียบวิธีในการจำแนกข้อมูลเรื่องคนพิการหรือความพิการอย่างง่าย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลและสถิติเหล่านั้นไปกำหนดกฎหมาย นโยบาย โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของคนพิการ
๔. ศึกษาและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ มาตรา ๒๒ แห่งกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่บัญญัติว่า “ให้หน่วยงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องใดมีหน้าที่ให้การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามอำนาจหน้าที่นั้น” และมาตรา ๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติว่า “ในการจัดสรรงบประมาณรัฐพึงคำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล (ความพิการ) ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรม” รวมถึงการผนวกรวมให้คนพิการเป็นกลุ่มเป้าหมายในนโยบายและโครงการที่เกี่ยวข้องด้วย
ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เลขที่ 499 อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น เขตบางซื่อ กทม.10800 email :dek_senate@hotmail.co.th หรือ Facebook : กมธ พัฒนาสังคม หรือกลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กฯ โทร. 02-8319225-6 โทรสาร 02-8319226 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน ดุสิต กทม. 10300

งามระหงบนเวทีโลก อาย กัญญาลักษณ์ อวดโฉมชุดไทย มรดกของแม่ สื่อพลังภูมิปัญญาไทยสู่สายตาชาวโลก
นันทนา ฮึ่มกลับ ศุภชัย ปมรวมตัว 300 สว.ประชาชน ลั่นจ่ายเงินเอง ไม่เคยโกงเข้ามา
เปิดใจ ว่านไฉ เคลียร์ชัดดราม่าค้นหา ฮลุน โซโล่ ยันไร้เจตนาหิวแสง ชี้เกิดจากความเข้าใจผิด
กรมธรณี เตือน 15 จังหวัด ฝนตกหนัก ให้เฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก
ศุภชัย ซัดกลับ ฝั่งส้ม ปัด ภูมิใจไทย ฮั้วเลือก สว. ถามกลับ 300 คนนัดเจอเมืองทองฯ บริสุทธิ์จริงหรือ!?

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี