วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ประเด็นน่ากังวลที่ยังไม่ถูกนำมาพิจารณา
- ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓-๒๕๕๕ พบว่าจำนวนเด็กหญิงอายุ ๑๐-๑๔ ปี ที่คลอดบุตรเพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า
- ๓ ใน ๔ ของความรุนแรงในครอบครัว ผู้กระทำความรุนแรงต่อเด็กมากที่สุดมีสถานภาพเป็นแฟน และเด็กอายุ ๑๐- ๑๕ ปี คือกลุ่มที่ถูกกระทำความรุนแรงมากที่สุด
- ความรุนแรงของคู่รักวัยรุ่น ได้แก่ การใช้คำหยาบคายทำลายข้าวของ การนอกใจ ทำร้ายร่างกาย การตั้งครรภ์ไม่พร้อม กักขังหน่วงเหนี่ยว มีเพียง ๓ ใน ๑๐ เท่านั้นที่ขอความช่วยเหลือจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม ๑๓๐๐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- ๒ ใน ๓ ของการกระทำรุนแรงต่อเด็กคือ การล่วงละเมิดทางเพศและเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กอายุ ๑๐-๑๔ ปี คลอดบุตรเพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า
๓.ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ข้อมูลว่า
กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาครูที่ปรึกษาและครูสอนเพศศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่นักเรียน นักศึกษาทุกระดับชั้นในรูปแบบของแผนงาน โครงการ และกิจกรรมต่างๆ โดยดำเนินการดังนี้ (๑) การพัฒนาบุคลากรที่ปฏิบัติงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (๒) การผลักดันให้โรงเรียนมัธยมศึกษามีการสอนเพศศึกษา/พฤติกรรมเสี่ยงในโรงเรียน (๓) การดูแลช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ให้มีโอกาสศึกษาต่อไป และ (๔) การพัฒนางานคุ้มครองเด็กนักเรียน
๔.ผู้แทนศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ให้ข้อมูลว่า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการในรูปแบบของ “การป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์และเพศศึกษา”ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ดำเนินการในด้านต่างๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขมากขึ้นดังนี้
๑) การพัฒนาระบบการดูแลและช่วยเหลือนักเรียน
(๑) กำหนดเป็นนโยบายสำคัญให้โรงเรียนทุกแห่งต้องมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในทุกมิติ
(๒) จัดทำชุดเอกสาร “การดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการแนะแนว” เพื่อเป็นแนวทางให้ครูได้ใช้ประโยชน์ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ๑ ชุด
๒) การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม
(๑) จัดให้มีการเรียนการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน โดยอบรมครูผู้สอนให้มีความรู้ในเรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษาเป็นระยะๆ
(๒) จัดทำเอกสาร “แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพศศึกษา” ทุกชั้นปีให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔ ต่อเนื่องถึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ครอบคลุมทุกมิติใน ๖ มิติ คือ(๑) พัฒนาการทางเพศ (๒) สัมพันธภาพระหว่างบุคคล (๓) ทักษะส่วนบุคคล (๔) พฤติกรรมทางเพศ (๕) สุขภาพทางเพศ และ (๖) สังคมและวัฒนธรรม
(๓) จัดการคัดเลือกแผนการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพศศึกษาและโครงการ/กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพศศึกษา ระดับมัธยมศึกษา
(๔) การพัฒนาเพศศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. กำหนดมาตรการและแนวทางในการจัดการเรียนรู้เพศศึกษา
(๕) การเสริมสร้างทักษะชีวิต สพฐ. กำหนดการพัฒนาทักษะชีวิตในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันทางสังคม องค์ประกอบของทักษะชีวิตของ สพฐ. มี ๔ องค์ประกอบ ได้แก่ ๑) ตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ๒) การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ๓) การจัดการกับอารมณ์และความเครียด และ๔) การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
(๖) การพัฒนานักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา ซึ่งได้รับการอบรมในการให้คำปรึกษาแก่เพื่อนนักเรียนที่เผชิญปัญหาต่างๆ หากเกินกำลังจะส่งต่อครูที่ปรึกษาหรือครูแนะแนวเพื่อการแก้ไขปัญหา ในลำดับต่อไป
(๗) จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ใน ๔ เรื่อง ๔ เล่ม ดังนี้
- มาตรการและแนวทางการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียน
- แนวทางการป้องกันและช่วยเหลือปัญหาทางเพศของเด็กและวัยรุ่น
- การพัฒนาเพศศึกษาในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อเด็กที่ก้าวพลาด
(๘) ดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์และเพศศึกษา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นร่วมกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ (กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์องค์การแพทย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิพิทักษ์สิทธิเด็ก ฯลฯ)
๓) การเฝ้าระวังและส่งเสริมความประพฤตินักเรียน
(๑) การส่งเสริมการอบรมพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.)
(๒) มาตรการเฝ้าระวังเหตุในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยจัดงบประมาณสนับสนุนแผนเฝ้าระวังเหตุของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ให้สามารถดำเนินการและจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสำคัญๆ
๔) การคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนกรณีตั้งครรภ์แล้ว
(๑) มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาเด็กตั้งครรภ์ที่หลากหลาย โดยเด็กทุกคนต้องได้รับโอกาสทางการศึกษา
(๒) การคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนกรณีตั้งครรภ์แล้ว
๕. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ให้ข้อมูลว่า
การดำเนินการส่วนใหญ่จะอยู่ที่สถาบันการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเพียงหน่วยนโยบายและสนับสนุน ซึ่งการดำเนินงาน มี ๓ ส่วน ๑) การจัดการเรียนการสอน เช่น เรื่องเพศศึกษา บทบาทความสัมพันธ์หญิงชาย อนามัยเจริญพันธุ์ ส่วนใหญ่จะบรรจุอยู่ในหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป ซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องเรียนจึงจะจบการศึกษา มีการพัฒนาวิธีการสอนให้เหมาะสมกับช่วงวัยของนักศึกษา เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรหรือเพื่อให้มีเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธี ๒) สนับสนุนกิจกรรมเสริมหลักสูตร พัฒนานักศึกษาด้านคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติ สร้างค่านิยมการรักนวลสงวนตัว รู้เท่าทันสื่อ จัดกิจกรรมให้แก่นักศึกษาเพื่อให้เกิดการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และ ๓) สนับสนุนให้สถานศึกษามีระบบบริการสวัสดิการ เช่น อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา
๖.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ให้ข้อมูลว่า
การดำเนินการด้านการดูแลผู้เรียนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในสถานศึกษาโดยการสอดแทรกการเรียนการสอนในหลักสูตรทั้งระดับ ปวช.และปวส. ในวิชาเพศศึกษา รวมทั้งการจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้กับนักเรียน นักศึกษาถึงเรื่องเพศ การป้องกันการตั้งครรภ์ ตามหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยศึกษานิเทศก์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนคือ องค์การแพท (มูลนิธิแพธทูเฮลท์) มาช่วยดำเนินการให้ความรู้ด้วยการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับอาจารย์และนักเรียน นักศึกษาในสถานศึกษาตามความพร้อมของสถานศึกษาแต่ละแห่ง
๗. ผู้แทนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (United Nations Population Fund - UNFPA) ได้ให้ข้อมูลว่า
- สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหากดูจากสถิติมีจำนวนสูงขึ้นเป็นเท่าตัว UNFPA ได้พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการเข้าถึงการคุมกำเนิดมีการปรับเปลี่ยนในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมากรณีที่ไม่ป้องกัน คือ เด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นโดยมีเพศสัมพันธ์กับเพศที่ไม่ใช่คู่เป็นตัวตนจึงไม่ได้ใช้วิธีการป้องกันส่วนใหญ่จะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน และไม่ใส่ถุงยางอนามัย จึงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ และกรณีที่ป้องกัน คือ บุคคลที่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้แต่งงานซึ่งจะใช้วิธีการคุมกำเนิดโดยการทานยาคุมกำเนิด
- ในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา กรมอนามัยได้ออกกฎ ระเบียบ และข้อเสนอใหม่ คือ หากเด็กอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี สามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดแบบถาวรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- ขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายที่จะลดเรื่องการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นให้เหลือครึ่งหนึ่ง แต่มาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ คือ การให้รู้ มีความตระหนักรู้ก็ยังมีความเห็นที่หลากหลาย กรณีการให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษา ว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือไม่ ในหลายเวทีที่ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันยังเป็นห่วงประเด็นนี้อยู่ แต่ทาง UNFPA ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศ มีข้อมูลเชิงประจักษ์จากหลายองค์กรว่า การให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์กับวัยรุ่นไม่ใช่เป็นเรื่องของการชี้โพรงให้กระรอกแต่เป็นการทำให้ไม่เป็นการละเมิดสิทธิคนอื่น และการกล่าวถึงเรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้านไม่ใช่เฉพาะเรื่องการตั้งครรภ์ หรือการป้องกันเรื่องเอชไอวีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเคารพสิทธิการถูกเนื้อต้องตัวผู้อื่น ในประเด็นนี้พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษายังไม่ได้สามารถบังคับใช้ได้อย่างทั่วถึง ไม่มีมาตรฐานในการสอนที่เป็นภาคบังคับ เป็นเพียงการใช้ดุลยพินิจในการสอนของแต่ละโรงเรียนเท่านั้น
๘.ผู้แทนกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (The United Nations Funds for Population Activities - UNFPA) ได้ให้ข้อมูลว่า
ที่ผ่านมาเรื่องเพศศึกษาอยู่ในส่วนหนึ่งของวิชาสุขศึกษาไม่ได้เป็นวิชาภาควิชาบังคับ จึงไม่นับเป็นจำนวนชั่วโมงการสอน ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานศึกษาว่าจะออกแบบการสอนในลักษณะนี้อย่างไร ยกตัวอย่าง ประเทศอาร์เจนตินา กฎหมายกำหนดให้มีการเรียนการสอน CSE ภาคบังคับ กฎหมายนี้ช่วยยืนยันสิทธิของวัยรุ่นในการเรียนรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาและกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะส่งเสริมให้มีการจัดการสอนเพศศึกษาในทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาลหรือเอกชน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กฎหมายยังได้กำหนดเนื้อหาของเพศศึกษาโดยกำหนดให้ ชูประเด็นมิติสิทธิมนุษยชน มิติเพศสภาพ และมิติกายภาพ
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน ดุสิต กทม. 10300 email : dek_senate@hotmail.co.th หรือ Facebook: กมธ.พัฒนาสังคม หรือ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กฯ วุฒิสภา โทร.02-831-9225-6 แฟกซ์ 02-831-9226

พรรคประชาชน ปรับหน้าเว็บเลิกกรอก Laser ID จนกว่าจะได้รับอนุญาต
คืบหน้าคุมเพลิงไหม้โรงงานผสมสี หลังระดมสรรพกำลังสู้นานหลายชั่วโมง
ปิดไร่อ้อยรวบ 14 คนไทย ถูกหลอกไปปอยเปตโดนบังคับเป็นบัญชีม้า
อดีตผู้พิพากษา ชี้ช่องฟ้อง ปม บัตรมี บาร์โค้ด เสี่ยงไม่ลับ? ต้องร้องศาลไหน?
อั้ม พัชราภา ปล่อยช็อตเด็ด แช่ออนเซ็นอวดแผ่นหลังขาวจั๊วะ ท้าลมหนาวประเทศญี่ปุ่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี