Logo วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ผู้หญิง / เปิดโลก
เปิดโลก

เปิดโลก

ศิริภา อินทวิเชียร
วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
ปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษา

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แรกของการเปิดภาคการเรียนในประเทศไทย หลังจากที่ต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไป (จากเดือนพฤษภาคม) เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และถือโอกาสนี้เดินทางไปมอบของใช้ที่จำเป็น อาทิ เครื่องวัดอุณหภูมิ แอลกอฮอล์เจล และหน้ากากอนามัย ให้กับทางโรงเรียนต่างๆ เพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ได้รับโอกาสสนทนากับผู้อำนวยการของโรงเรียนแต่ละท่านในหลายประเด็น ซึ่งก็พบปัญหาคล้ายๆ กันในทำนองที่ว่า ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาของประเทศไทยนั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะขาดความเข้าใจและใส่ใจทั้งในเชิงโครงสร้างของระบบ และนโยบายจากทางภาครัฐ รวมไปถึงการสนับสนุนจากภาคประชาชน บทความชิ้นนี้จึงขอสื่อสารในประเด็นดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา เพื่อการมองเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาร่วมกันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยข้อมูลของรายงานการติดตามการศึกษาของโลก จาก “UNESCO”พบว่า เด็กเล็กและวัยรุ่นทั้งหญิงและชายมากกว่า 250 ล้านคนทั่วโลก ยังคงไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ และไม่ได้รับความใส่ใจในเรื่องนี้เท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา มีอัตราการเข้าถึงการศึกษาของประชากรในประเทศต่ำมากถึงมากที่สุด และที่เลวร้ายไปกว่านั้นการมาถึงของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจของโลกอย่างรุนแรงยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการศึกษาของประเทศดังกล่าวแย่ลงไปกว่าเดิมหลายเท่านัก 


ในรายงานระบุว่า “ความยากจน”เป็นอุปสรรคหลักสำหรับการเข้าถึงการศึกษา เมื่อลงรายละเอียดที่ลึกไปกว่านั้น ก็พบว่า มีแค่ไม่กี่ประเทศเท่านั้น ที่กำหนดในกฎหมายเอาไว้ว่า เด็กและคนหนุ่มสาวต้องสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ ด้วยการสนับสนุนจากทางภาครัฐในด้านต่างๆ ที่น่าตกใจ หากไม่รวมประเทศในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทั่วโลกมีอัตรานักเรียนที่ศึกษาจบระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (หรือเทียบเท่า)เพียงร้อยละ 18 เท่านั้น และมากถึงร้อยละ 31 ของเยาวชนทั่วทั้งโลกที่ไม่ได้รับการศึกษาเลย

ด้วยสภาพความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้น ระหว่างภูมิภาคที่ร่ำรวย กับภูมิภาคที่ยากจน ระหว่างกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูง กับกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสะท้อนให้เห็นภาพอันชัดเจนผ่านอัตราการจบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายของกลุ่มเด็กที่ร่ำรวยร้อยละ 20จะมีโอกาสมากกว่าเด็กยากจนถึง 3 เท่า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะแม้แต่ประเทศไทยเอง ที่มีนโยบายเรื่องการเรียนฟรี12 ปี ก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้เรียนฟรีจนจบการศึกษาที่กำหนดได้ เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งมีภาระหน้าที่ในการดูแลตัวเองและครอบครัวเป็นสำคัญ การให้น้ำหนักต่อการหารายได้จึงมีความสำคัญมากกว่าการเรียนต่อไปในระบบการศึกษาปกติรวมไปถึงเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของโรงเรียนที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็สร้างภาระที่มากขึ้นให้กับตัวนักเรียน หรือครอบครัวของนักเรียน อีกทั้งยังมีปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติของผู้ปกครองบางส่วนที่มองไม่เห็นคำตอบของระบบการศึกษา ว่าจะตอบโจทย์ชีวิตของเด็กในรูปแบบใด จึงเลือกที่จะวางอนาคตให้พวกเขาเสียเอง ด้วยการให้เด็กๆ ออกจากโรงเรียนเพื่อมาช่วยทำงานหรือกิจการที่บ้าน

ที่นำเสนอมาในเบื้องต้น เป็นแค่เพียงสถิติด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสถานการณ์ปกติเท่านั้น เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลุกลามขึ้นมา “UNESCO” รายงานว่า ประเทศที่อยู่ในเกณฑ์มีรายได้น้อยและปานกลาง ไม่สามารถรองรับการเรียนรู้ของนักเรียนในช่วงที่มีการปิดโรงเรียนอย่างยาวนานได้ แม้ว่าจะมี “การเรียนออนไลน์” เกิดขึ้นมาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือก็ตาม แต่แทนที่จะเป็นโอกาสสำหรับการเข้าถึงการศึกษาของเด็กๆ ตามความคาดหวังของรัฐบาลในหลายประเทศ กับยิ่งบ่งชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างไม่มีข้ออ้าง และคำแก้ตัวอันใดมาปกปิดได้อีก เมื่อภาพนักเรียนจำนวนมากขาดอุปกรณ์สำหรับการเข้าถึงการศึกษาในระบบออนไลน์ และเสียงวิงวอนขอความเห็นใจจากผู้ปกครองมากมายที่สื่อสารกลับไปยังรัฐบาลในเรื่องของความไม่พร้อมและอุปสรรคจากสถานะที่ไม่เอื้ออำนวย ที่สำคัญ โรงเรียนหลายแห่งก็ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายการศึกษาออนไลน์ได้ เพราะงบประมาณกับศักยภาพที่มีนั้น ไม่เพียงพอต่อการสร้างประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียน           

และนอกเหนือจากปัจจัยด้านความยากจนแล้ว “ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา” ยังมีอุปสรรคในเรื่องของ เพศที่อยู่ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมีส่วนในการจะกำหนดว่าใครสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ หรือไม่นี่เป็นเรื่องจริงที่ยังคงดำรงอยู่บนโลกใบนี้ และยากจะปฏิเสธ

เด็กจำนวนหนึ่งได้รับการเลือกปฏิบัติทางด้านการเข้าถึงการศึกษา เพียงเพราะเป็นผู้ลี้ภัย พิการ หรือต้องการการดูแลที่พิเศษกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งในหลายประเทศ อาทิ มาลาวี ยูเครน และคิวบา ก็ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และมีการเพิ่มโรงเรียนหรือศูนย์เรียนรู้เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษเหล่านั้นให้มากขึ้น รวมไปถึงในแต่ละประเทศก็มีความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างการเรียนการสอนให้สร้างอัตราการมีส่วนร่วมระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับหลักสูตร ด้วยการนำภาษาถิ่นมาใช้ในชั้นเรียนการปรับเวลาเรียนให้เหมาะสมกับตารางประเพณีในแต่ละบริบทของนักเรียน และการสร้างหนทางในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาสในระบบพิเศษ 

สำหรับประเทศไทยเอง ก็เป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญต่อความสามารถในการเข้าถึงการศึกษา เรามีนโยบายมากมายที่ส่งเสริมการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรียนฟรี 12 ปี หรือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งได้ริเริ่มเอาไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ “นายชวน หลีกภัย” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้เพิ่มโอกาสเด็กๆ ในการเข้าถึงการศึกษาแล้วมากถึง 6 ล้านคน และในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ที่ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้เอง ก็ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองจำนวนมาก เพื่อให้เด็กสามารถที่จะอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

และที่ต้องให้น้ำหนักอีกประเด็นก็คือ เรื่อง “คุณภาพทางการศึกษา”ซึ่งก็ไปเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการงบประมาณของประเทศ ที่ใกล้ตัวที่สุดก็คือ ประเทศไทยของเรา ที่ระบบการจัดสรรงบประมาณที่เคลื่อนไปยังแต่ละโรงเรียนในสังกัดนั้น จะอ้างอิงจากจำนวนนักเรียนเป็นหลัก ยิ่งนักเรียนเยอะ งบประมาณยิ่งแน่นดังนั้น ถ้าคิดด้วยกรอบเช่นนี้ ทิศทางในการขอรับงบประมาณของโรงเรียนโดยทั่วไปก็จะเอาปริมาณนักเรียนเป็นตัวตั้ง ถ้าอยากได้เงินเยอะๆ ก็รับนักเรียนเยอะๆ จากนั้นก็เอาเงินเยอะๆ มาสร้างอาคารเรียนเยอะๆ ใหญ่ๆ เพื่อปีการศึกษาต่อไปจะได้สามารถรับนักเรียนเยอะๆ ได้มากกว่าเดิม และนำมาซึ่งงบประมาณเยอะๆ ที่มากกว่าปีที่แล้ว

ท้ายที่สุด โรงเรียนส่วนใหญ่ก็จะมาแข่งขันกันสร้างอาคารเพื่อรองรับนักเรียนสำหรับการขอรับงบประมาณในปีต่อๆ ไปเท่านั้น คำถามก็คือ แล้วคุณภาพในการเรียนการสอนล่ะ จะมีงบประมาณอะไรเข้าไปขับเคลื่อนมั้ย อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการเรียนการสอนอีก นักเรียนจะสามารถมีใช้ครบทุกคนหรือไม่ และคุณภาพ
ของเครื่องมือเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ในการเอื้ออำนวยการเรียนรู้ของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบตรงนี้จะต้องเป็นของใคร เหล่านี้คือเรื่องที่เราต้องมาช่วยกันคิด ช่วยกันกลั่นกรอง และช่วยกันยกระดับการบริหารจัดการงบประมาณสำหรับโรงเรียนกันเสียใหม่ ไม่เช่นนั้นโรงเรียนจะเต็มไปด้วยอาคารร้างมากมาย แต่ไร้ซึ่งคุณภาพของสาระวิชาที่นักเรียนควรจะได้ติดตัวออกมานอกเหนือจากใบประกาศนียบัตรของโรงเรียน         

ทั้งหมดนี้บอกกับเราว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในวันนี้ ยังคงเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนอนาคตและความฝันของเด็กจำนวนมากบนโลกใบนี้อย่างโหดร้าย และต้องยอมรับว่า การเข้าไปแก้ไขนั้น คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เหตุผล หรือข้ออ้าง ที่เราจะไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจโดยตรง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:28 น. กรอกเองกับมือ! ทลายโรงงาน ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอม ทำมานานกว่า 2 ปี พบขายเกลื่อนตลาดบางแค
15:14 น. ชาวเลบานอนจุดพลุฉลองดีลหยุดยิง 10 วัน ลุ้นเจรจาคืบขยายเวลาสันติภาพ
15:07 น. กมลศักดิ์ เผย สบายใจขึ้นหลังคุย อนุทิน-วันนอร์ ได้เล่าข้อเท็จจริงให้ทราบ
15:04 น. ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek
15:04 น. สาวพม่าทำเงินหล่นเกือบแสน! ‘ตม.สมุทรสาคร’ เร่งสืบหาจนส่งคืนสำเร็จ
ดูทั้งหมด
หวานเจี๊ยบที่บอสตัน ทิม พิธา โพสต์ภาพคู่สวีทสงกรานต์ ก้อย อรัชพร
โซเชียลแตก เซ้ง ขอนแก่น อวดการ์ดงานแต่ง ณเดชน์-ญาญ่า ยอดชมทะลุ 1.1 ล้านครั้ง
น้าเดชเตือนรัฐ อย่าหาทำ นโยบายรถเก่าแลกรถ NEV
จับแก๊งขายชาติ ยึดเรือ5ลำกลางทะเล ลอบส่งสินค้าไปเขมร
เช้านี้ติดหนึบ เขาช่องตะโกอ่วม รถแน่นขนัดรับสงกรานต์
ดูทั้งหมด
ล่าฝันข้ามขั้ว
นักร้อง-นักแสดงเงา ลิซ่า
ทำไมต่างชาติชอบ ‘สงกรานต์ในไทย’?
บุคคลแนวหน้า : 17 เมษายน 2568
กะเทาะเปลือก โรงกลั่นน้ำมัน : บทวิเคราะห์วิกฤตพลังงานบนคราบน้ำตาประชาชน
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชาวเลบานอนจุดพลุฉลองดีลหยุดยิง 10 วัน ลุ้นเจรจาคืบขยายเวลาสันติภาพ

กรอกเองกับมือ! ทลายโรงงาน ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอม ทำมานานกว่า 2 ปี พบขายเกลื่อนตลาดบางแค

รอมฎอน เสี้ยม!!! โพสต์แซะกองทัพทิ้งนายกฯ ลงใต้ ที่ไหนได้ เสธ.ทบ. ก็ไป

กมลศักดิ์ เผย สบายใจขึ้นหลังคุย อนุทิน-วันนอร์ ได้เล่าข้อเท็จจริงให้ทราบ

บิตคอยน์ฟื้นคืนชีพ BTC พุ่งทะลุ 74,900 ดอลลาร์

เรื่องจริงไม่ใช่คอนเทนต์! เบียร์ อนุสรณ์ อินฟลูดัง เล่าชีวิตพัง เพราะการพนัน เป็นหนี้ 20 ล้าน (คลิป)

  • Breaking News
  • กรอกเองกับมือ! ทลายโรงงาน ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอม ทำมานานกว่า 2 ปี  พบขายเกลื่อนตลาดบางแค กรอกเองกับมือ! ทลายโรงงาน ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอม ทำมานานกว่า 2 ปี พบขายเกลื่อนตลาดบางแค
  • ชาวเลบานอนจุดพลุฉลองดีลหยุดยิง 10 วัน ลุ้นเจรจาคืบขยายเวลาสันติภาพ ชาวเลบานอนจุดพลุฉลองดีลหยุดยิง 10 วัน ลุ้นเจรจาคืบขยายเวลาสันติภาพ
  • กมลศักดิ์ เผย สบายใจขึ้นหลังคุย อนุทิน-วันนอร์ ได้เล่าข้อเท็จจริงให้ทราบ กมลศักดิ์ เผย สบายใจขึ้นหลังคุย อนุทิน-วันนอร์ ได้เล่าข้อเท็จจริงให้ทราบ
  • ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด!  จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek
  • สาวพม่าทำเงินหล่นเกือบแสน! ‘ตม.สมุทรสาคร’ เร่งสืบหาจนส่งคืนสำเร็จ สาวพม่าทำเงินหล่นเกือบแสน! ‘ตม.สมุทรสาคร’ เร่งสืบหาจนส่งคืนสำเร็จ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กลับมามองกระแส #MeToo กันอีกครั้ง

กลับมามองกระแส #MeToo กันอีกครั้ง

24 เม.ย. 2565

ความสำคัญของพื้นที่ทางความมั่นคง

ความสำคัญของพื้นที่ทางความมั่นคง

17 เม.ย. 2565

รู้จัก ‘สินทรัพย์’ แห่งอนาคต

รู้จัก ‘สินทรัพย์’ แห่งอนาคต

20 มี.ค. 2565

‘การสื่อสาร’ คือ ความสำคัญของ ‘ผู้นำ’ ประเทศ

‘การสื่อสาร’ คือ ความสำคัญของ ‘ผู้นำ’ ประเทศ

13 มี.ค. 2565

อะไร คือ ‘ชัยชนะ’ ของ ‘ปูติน’

อะไร คือ ‘ชัยชนะ’ ของ ‘ปูติน’

6 มี.ค. 2565

เมื่อ ‘หมีขาว’ ผงาด

เมื่อ ‘หมีขาว’ ผงาด

27 ก.พ. 2565

‘ประชาชน’ ต้องเป็น ‘คำตอบ’ สำหรับ ‘การเจรจา’

‘ประชาชน’ ต้องเป็น ‘คำตอบ’ สำหรับ ‘การเจรจา’

20 ก.พ. 2565

หรือจะมี ‘สงครามโลก’ ครั้งที่ 3

หรือจะมี ‘สงครามโลก’ ครั้งที่ 3

13 ก.พ. 2565

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved