​ย้อนข่าวพระฉาวเสพเมถุน ปาราชิกจากสงฆ์แต่รอดอาญาทางโลก

​ย้อนข่าวพระฉาวเสพเมถุน ปาราชิกจากสงฆ์แต่รอดอาญาทางโลก

วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 14.45 น.

เป็นอีกเรื่องอื้อฉาวในแวดวงสงฆ์ กับกรณีของ พระครูภาวนา โสภิต (พระครูปลัดนิพนธ์ ธัมมทีโป) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าปฐมชัย จ.นครปฐม ที่มีผู้เข้าร้องเรียนกับทาง พระครูภาวนาวิมล ว. (สุพร ชัย สารธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสระกระเทียม เจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม ว่าพระรูปดังกล่าวมีความผิดทั้ง “ทางโลก” ยักยอกเงินญาติโยมบริจาคให้กับวัด และ “ทางธรรม” ผิดวินัยข้อเสพเมถุนซึ่งถึงขั้นปาราชิกพ้นจากความเป็นพระ ซึ่งเรื่องนี้ต้องบอกว่า “สุดอึ้ง” เมื่อพบว่า อดีตพระนิพนธ์ ที่สึกไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 15 ก.พ. 2561 “มีภรรยาถึง 7 คน” ในขณะยังครองผ้าเหลือง

เรื่องนี้ร้อนไปถึง สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ระบุว่า “แม้จะสึกไปแล้วแต่ก็ต้องสืบสวนความจริงให้กระจ่าง” โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการ พศ. พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ติดตามคดีนี้จนถึงที่สุด ซึ่ง พ.ต.ท.พงศ์พร ได้ประสานไปยัง พศ.จังหวัดนครปฐมเพื่อให้ดำเนินการแล้ว


"พระนิกร" พระครูใบฎีกานิกร ธรรมวาที หรือนายธรรมรัตน์ ยศคำจู

ที่มา :  อดีตพระนิกร ธรรมวาที เสียชีวิตแล้ว ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก (และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย) ที่วงการสงฆ์ไทยจะมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับกามารมณ์ ที่ผ่านมามีปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ดังบ้างไม่ดังบ้าง แต่กรณีที่สังคมไทยให้ความสนใจมาก อาทิ พระครูใบฎีกานิกร ธรรมวาที หรือที่คุ้นหูในชื่อ “พระนิกร” เจ้าอาวาสวัดสันปง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ที่ในยุคสมัยหนึ่งมีผู้ไปรอฟังเทศน์อย่างเนืองแน่น และยังมีสำนักปฏิบัติธรรมอีกหลายสาขา

แต่แล้วในปี 2533 สังคมไทยก็ต้อง “ช็อค” เมื่อทราบว่า พระนิกรมีความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวกับ อรปวีณา บุตรขุนทอง ถึงขั้นมีบุตรด้วยกัน ในช่วงแรกนั้นบรรดาผู้ศรัทธาไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่ศาลสงฆ์ตรวจสอบพบหลักฐานแน่นหนาที่ชี้ว่าพระนิกรผิดจริงต้องอาบัติปาราชิก อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้เป็นพระสงฆ์แล้ว แต่ชีวิตหลังจากนั้นของอดีตพระนิกร หรือ “ธรรมรัตน์ ยศคำจู” ก็ยังคงนุ่งขาวห่มขาวใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวชพร้อมด้วยลูกศิษย์ลูกหาที่ยังเลื่อมใส จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อ 11 ก.ย. 2557 ในวัย 61 ปี ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก

นายวินัย ละอองสุวรรณ หรืออดีตพระยันตระ (กลาง) พำนักในสหรัฐอเมริกา

ที่มา :  อดีตพระยันตระ ผู้เปิดตำนานฉาว สะท้านวงการผ้าเหลือง

รายต่อมา พระยันตระ อมโรภิกขุ (วินัย ละอองสุวรรณ) อดีตฤาษีที่บวชเป็นพระ ซึ่งนาม "ยันตระ" นั้นมีความหมายว่า "ผู้ไกลจากกิเลส" พระยันตระเริ่มครองผ้าเหลืองที่วัดรัตนาราม อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แต่หลังจากนั้นก็มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ถึงขั้นมีลูกศิษย์ลูกหาร่วมสร้างวัดและสำนักสงฆ์ถวายอยู่หลายแห่ง ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่ยังมีสาขาในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย

กระทั่งในปี 2537 เรื่องอื้อฉาวของพระยันตระก็ถูกเปิดเผยขึ้น กรณีมีหญิงสาวเข้าร้องเรียนว่าถูกพระยันตระ ล่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์ถึงขั้นมีลูกด้วยกัน และเมื่อมีการสืบสวนไปเรื่อยๆ เรื่องอื้อฉาวที่พบก็ยิ่งมากขึ้น อาทิ การไปเที่ยวสถานบริการทางเพศและอยู่กับสีกาสองต่อสองในต่างประเทศหลายครั้ง ทำให้ต้องปาราชิกขาดจากความเป็นพระ ทว่านายวินัยไม่ยอมรับมติดังกล่าวของมหาเถรสมาคม โดยเดินทางไปพำนักอยู่ที่สหรัฐฯ และได้รับสถานะผู้ลี้ภัย อีกทั้งยังแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ เพียงแต่ไม่ปลงผมโกนหนวด ใช้ชีวิตประหนึ่งนักบวชอยู่ที่นั่นจนถึงปัจจุบัน

"พระเกษม" หรือนายเกษม ดวงแพงมาต (ภาพเล็ก) ขณะยกเท้าเหยียบโต๊ะอาหาร จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

ที่มา :  ผ่ากรณี 'เกษม" อดีตพระ 'คดีตุ๋ย' สะเทือนศาสนา! : 22 ม.ค. 2558

ถัดมาคือ พระเกษม อาจิณฺณสีโล (เกษม ดวงแพงมาต) ผู้โด่งดังแห่ง "วัดสามแยก" ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ พระเกษมมีชื่อเสียงมากจากการออกมากล่าวว่า "พุทธศาสนิกชนไม่ควรกราบไหว้พระพุทธรูป" และไม่ใช่เพียงการสอนด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ยัง "โชว์กันจะๆ" ด้วยการใช้มือตบเข้าที่พระพักตร์และใช้เท้าเหยียบที่ฐานของพระพุทธรูป ทำให้ถูกดำเนินคดีข้อหาดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนสถาน-ศาสนวัตถุ โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา เหลือแต่เพียงโทษปรับเท่านั้น แต่พระเกษมยังยืนยัน "พระพุทธรูปไม่ใช่ตัวแทนพระพุทธเจ้า" เสมอมา

ด้วยความที่พระเกษมนั้นโด่งดังในยุคที่มีสื่อออนไลน์แล้ว ทำให้มีการแชร์เรื่องราวพฤติกรรมต่างๆ ของพระเกษมเป็นระยะๆ เช่น กรณีการยกขาเหยียบโต๊ะอาหาร และเคยมีการ "ท้าสนทนาธรรม" กับพระชื่อดังอีกรูปคือ พระพุทธอิสระ (สุวิทย์ ธีรธมฺโม) แห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ที่หลายฝ่ายมองเป็นการ "โต้วาที" กันเสียมากกว่า จนเป็นข่าวฮือฮาในปี 2556 ทว่าเส้นทางสายสมณเพศของพระเกษมก็หยุดลง เมื่อออกมายอมรับว่า "มีเพศสัมพันธ์กับลูกศิษย์ชาย" โดยอ้างว่า "ทำไปโดยไม่รู้ตัว" แต่ก็เข้าข่ายเสพเมถุน ต้องปาราชิกขาดจากความเป็นพระไปในปี 2558

"หลวงปู่เณรคำ" หรือนายวิรพล สุขผล กับหนังสือขายดีทั้ง 4 เล่ม

ที่มา :  ปรากฏการณ์หนังสือหลวงปู่เณรคำ'ขายดี!' : 19 มี.ค. 2555

เช่นเดียวกับพระอีกรูปที่โด่งดังร่วมยุคสมัยเดียวกับพระเกษม "หลวงปู่เณรคำ" พระวิรพล ฉัตติโก (วิรพล สุขผล) แห่งสำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าของวลี "ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด" จากหนังสือเล่มแรกที่บอกเล่าเรื่องราวของพระรูปนี้ ที่สำคัญยัง "ขายได้เป็นแสนเล่ม" ช่วงปี 2554-2555 ซึ่งปกติแล้วหนังสือธรรมะหรือประวัติพระสงฆ์ไม่เคยขายได้ขนาดนี้ และส่วนใหญ่จะเป็นการพิมพ์แจกฟรีโดยวัดหรือลูกศิษย์ลูกหาเสียมากกว่า

แต่แล้วหลวงปู่เณรคำ ก็ถูกเปิดโปงพฤติกรรมฉาวในเวลาต่อมา เช่น การมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงวัยรุ่น รวมถึงกรณีหลอกลวงประชาชนโดยโฆษณาขอบริจาคระดมทุนเพื่อสร้างพระแก้วมรกดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ท้ายที่สุดกลับพบว่าสร้างด้วยวัสดุอื่นที่ราคาถูกกว่า ส่วนเงินบริจาคส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้จ่ายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของตัวเณรคำเอง ท้ายที่สุดหลวงปู่เณรคำ ตัดสินใจหลบหนีไปสหรัฐอเมริกา ก่อนจะถูกจับกุมโดยทางการสหรัฐฯ และส่งตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย ในปี 2560

จากทั้งหมดนี้ ดูเหมือนจะมีเพียงกรณีของเณรคำ หรือนายวิรพล สุขผล รายเดียวเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นเพราะนายวิรพล มีความสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงอายุไม่ถึง 18 ปี ซึ่งเข้าข่าย "พรากผู้เยาว์" มีความผิดไม่ว่าฝ่ายหญิงจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับความผิดฐาน "ฉ้อโกง" โดยทั้ง 2 กรณีเป็น "ความผิดสากล" ไม่ใช่ความผิดเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง ทำให้ยากจะใช้สิทธิลี้ภัยในต่างแดนได้ ส่วนกรณีอื่นๆ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับพระนั้นอายุมากกว่า 18 ปี จึงไม่มีความผิดอาญาทางโลก ผิดแต่เพียงวินัยสงฆ์ต้องปาราชิกไม่สามารถเป็นพระต่อไปได้เท่านั้น

ส่วนคดี "พระนิพนธ์" จะเป็นอย่างไรก็ต่อไปคงต้องติดตาม แต่ที่อึ้งจริงๆ คือการมีสีการอบกายถึง 7 คน แถมแบ่งหน้าที่แต่ละคนดูแลกิจการงานอีกต่างหาก..ราวกับวัดเป็นบริษัทจำกัดเลยทีเดียว!!! 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top