546.jpg
เรื่องเล่าเช้านี้...'โจ๋ย บางจาก'เผยนาทีชีวิต การผจญภัยเสี่ยงตาย ที่ไม่มีวันลืม

เรื่องเล่าเช้านี้...'โจ๋ย บางจาก'เผยนาทีชีวิต การผจญภัยเสี่ยงตาย ที่ไม่มีวันลืม

วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 22.17 น.

จากกรณีที่วงการสารคดีต้องสูญเสีย สันติธร หุตาคม หรือ โจ๋ย บางจาก ซึ่งเป็นนักเดินทาง นักข่าว ผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดี รายการส่องโลก ออกอากาศทางโทรทัศน์ช่อง 5 ตั้งแต่ พ.ศ.2525 ระดับแนวหน้าของเมืองไทย จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 นั้น

ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก "โจ๋ย บางจาก" ได้โพสต์ข้อความไว้เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะเข้ารับการรักษาตัวจากอาการภาวะเกล็ดเลือด โดยระบุว่า


เรื่องเล่าเช้านี้...

ภายหลังจากนอนทน ความทุรนทุราย ปล่อยใจ ปล่อยร่าง ให้คุณพยาบาล หลานเหลนคุณยายทวด นางฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ควบคุุมความประพฤติมาแรมเดือนกว่าๆ..

เช้านี้พอมีเวลา มีแรงที่จะขยายความเสียที ว่าผมไปทำอะไร ให้เธอเจาะๆ ฉีดๆ ดูดนั่นดูดนี่ แล้วผ่าตัด นอนพะงาบๆเปลี่ยนเตียงย้ายโรงพยาบาล มาจนครบสี่ทิศทั่วกรุงเทพมหานคร

ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผมจะป่วยหนักหนาเจียนตาย ทะนงว่าตนแข็งแรงมาตลอดชีวิต ด้วยคุ่นเคยกับงานหนัก เดินป่า ปีนภูเขา มุดถ้ำ ย่ำน้ำมาตลอด สามสิบกว่าปี

สายๆ...วันนึง ภรรยาผมสังเกตเห็นว่า ผมเท้าบวมน้ำทั้งสองข้าง เธอเดาว่าผมคงเป็น"โรครูมาตอยด์" โรคที่เกิดภาวะอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักจะเกิดกับข้อที่มีเยื่อบุเกือบทุกข้อของร่างกาย (ข้อที่มีเยื่อบุเป็นข้อที่มักจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เช่น ข้อแขน ข้อขา ข้อไหล่ เป็นต้น) เป็นเวลานานอย่างน้อย 6 สัปดาห์ขึ้นไปถึงหลายๆปี ภาวะอักเสบนี้ทำให้เยื่อข้อหนาตัว กระดูกข้อพรุน ข้อยึดติดผิดรูปและอาจพิการได้ จากโรคบวมน้ำ

เราสองคนจึงชวนไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจรับยา..แต่ด้วย ปฏิภาณและทักษะของนางพยาบาลผู้มีหน้าที่ตรวจ ความดัน วัดความสูง วัดไข้ที่แผนกอายุรกรรม ทำให้ผมต้องไปนอนรอคุณหมอที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉินทันใด เมื่อผลการตรวจ พบอาการผิดปกติ เข้าขั้นวิกฤตติในชีวตผม เธอสั่งให้คนนำรถเข็น ไปส่งผมกับแพทย์เวร ที่แผนกฉุกเฉิน เสี้ยวนาทีนั้น ความดันเลือดผมต่ำมาก วัดออกซิเจนได้ไม่ถึง 18% เม็ดเลือดแดงหายไปไหนหมด ?

เกล็ดเลือดในร่างกายที่ควรมีไม่น้อยกว่า 140,000 เม็ดต่อหน่วยวัดอะไรไม่ทราบนั้น ลดลงเหลือเพียง 20,000 และยังลดต่ำลงเรื่อยๆ ผมได้ยินเสียงสั่งการจากแพทย์ที่ดูแลเบาๆว่า คนไข้กำลัง"หัวใจวาย" อาจตายใน 10 นาทีถ้าช่วยไม่ทัน

ครอบครัวผม ต้องขอขอบคุณ คุณพยาบาลเวรท่านนั้น เธอตัดสินใจเร็ว ไม่รอถามหาญาติ สั่งผมไปรักษาอาการวิกฤติอย่างทันท่วงในเสี้ยววินาที

บทเรียนครั้งนี้ แม้จะต้องเสียเงินค่าอยู่รักษา ค่าห้องค่ายาหลายแสนบาท แต่มันช่างคุ้มค่ากับชีวิตที่เหลืออยู่ของผม และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเห็น คุณค่าของเลือดและเกล็ดเลือด(ในหนึ่งถุงต้องรวมผู้บริจาคเลือดถึงสี่คน) คือเลือดมนุษย์นั้น ราคาแพงมาก โดยเฉพาะกับราคาสั่งซื้อผ่านโรงพยาบาลเอกชน

อนาคตต่อไป เมื่อผมหายสนิทดีแล้ว ผมจะเทียวไปบริจาคเลือด อันเป็นบุญมหาศาลทุกคราไปครับ...

จบเรื่องเล่า..เช้านี้ เพียงเท่าที่ยังมีแรงนะครับ ผมได้กลับสู่บ้านที่ผมรัก ได้มีโอกาสมาปล้ำ"ลูกน้องสองตัวของผม"อีกครั้ง ก็เพราะเธอ นางฟ้าชุดขาว ขอบคุณในการตัดสินใจของเธอ มันเป็น..นาทีชีวิต การผจญภัยเสี่ยงตาย ที่ผมจะไม่มีวันลืม

โจ๋ย บางจาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top