546.jpg
เที่ยวผจญภัยท้าลมหนาวเดินพิชิตดอยหลวงเชียงดาวยอดเขาสูงอัน 3 ของไทย

เที่ยวผจญภัยท้าลมหนาวเดินพิชิตดอยหลวงเชียงดาวยอดเขาสูงอัน 3 ของไทย

วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 14.44 น.

วันหยุดที่ผ่านมานักท่องเที่ยวแห่ผจญภัยท้าลมหนาวเดินพิชิตดอยหลวงเชียงดาวเป็นยอดดอยที่สูงอัน 3 ของประเทศไทย แต่เป็นภูเขาหินปูนที่สูงที่สุดในประเทศต้องเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น ระยะทาง 8,500 เมตร แต่ใช้เวลาเดินทางไปกลับ 12 ชั่วโมง โดยปีนี้ทางทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ได้มีการจัดระเบี/การท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวได้วันละ 150 คน เพื่อลดความแออัดและไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม

 


 

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ​ต่างพากันมาลงชื่อพร้อมกับรับฟังการบรรยาย​เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งการเดินทาง ข้อห้ามและกฎระเบียบ​ ที่ห้องประชุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะเดินทางขึ้นไปพิชิตยอดดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนต้องนำรถมาจอดที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ก่อนจะขึ้นรถที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ นำสัมภาระข้าวของเครื่องใช้อาหารการกิน มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนออกเดินทางถ้าหากใครมีสัมภาระเยอะก็สามารถจ้างลูกหาบๆ ขึ้นไปให้ได้

 

 

หลังจากนั้นก็จะเดินทางจากเขตห้ามล่าระยะทาง 32 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าขุนหวยแม่กอก หรือ "เด่นหญ้าขัด" เพื่อเดินเท้าต่อขึ้นไปพักแรมยังอ่างสลุงระยะทาง 8,500 เมตร ยอดดอยหลวงเชียงดาวนั้นสูงมีความสูง 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางถือเป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศ  รองจากดอยอินทนนท์และดอยฟ้าห่มปก แต่เป็นภูเขาหินปูนสูงที่สุดในประเทศ และลักษณะของดอยหลวงเชียงดาวนั้นจะเป็นรูปคล้ายเกือกม้า

 

 

ซึ่งการเดินทางพิชิตดอยหลวงนั้นบอกได้เลยไม่ธรรมดา ผู้ที่จะเดินขึ้นนั้นต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจนอกจากนี้ต้องมีตัวช่วยอย่างไม้เท้า เพราะการเดินเท้าขึ้นไปดอยหลวงเชียงดาวนั้นไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสะดวกสบายเนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางไปกลับ 10 -12 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ถ้าหากนักท่องเที่ยวท่านใดรักธรรมชาติและต้องการไปสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริงแล้วก็จะไม่ผิดหวังเพราะเสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว หรือป่าหิมพานต์แห่งลานนา นอกจากจะมีป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าสนเขา ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาแล้วดอยหลวงเชียงดาว ยังมีสังคมพืชป่าละเมาะเขาสูง หรือป่ากึ่งอัลไพน์ ซึ่งมีที่เดียวในเมืองไทยอีกด้วย 

 

 

ขณะเดียวกันตลอดเส้นทางที่เดินผ่านนั้นก็จะมีดอกไม้พรรณ ไม้ประจำถิ่นมากถึง 60 ชนิดให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงาม แต่อย่างไรก็ตามเมื่อหลายคนขึ้นไปแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เดินเท้าขึ้นมาพิชิตดอยหลวงเชียงดาว

นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้วไอหมอกที่เคลื่อนตัวผ่านดอยหลวงเชียงดาว ผ่านช่องดอยสามพี่น้อง ดอยปิระมิด ประกอบกับพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็นสร้างความประทับใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และนี้ก็เป็นเสน่ห์ของดอยหลวงเชียงดาว สูงเสียดฟ้าที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการไปพิชิต  

 

 

นายประกาศิต ระวิวรรณ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว เปิดเผยว่า หลังที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องขยะและนักท่องเที่ยวเข้ามากันจำนวนมาก ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นไม่ได้เปิดเพื่อการท่องเที่ยว เปิดเพื่อเป็นพื้นที่คุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้สัตว์ป่าปลอดภัย และเป็นแหล่งอนุรักษ์ขยายพันธุ์สัตว์ป่าแต่มีเพียงบางส่วนที่อนุญาติให้ประชาชนเข้าไปเที่ยวได้

 

 

ดังนั้น ปีนี้ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวได้มีการจัดระเบียบนักท่องเที่ยว หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันละ 150 คน  โดยจัดการให้มีระบบผู้นำทาง  1 คน ต่อนักท่องเที่ยว 10 คน 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวนั้น โดยมีการลงทะเบียนจองผ่านเวปไซต์ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเท่านั้นเพื่อเป็นการลดความแออัดและไม่ให้กระทบกับสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในดอยหลวงเชียงดาว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top