ไทยแลนด์โอนลี่! อัยการชี้ให้หน่วยงานเดียวเห็นหลักฐาน ไม่มีใครทำกันเหตุกระทบระบบยุติธรรม
30 กรกฎาคม 2562 นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวในเวทีเสวนา “จะปฏิรูปงานสอบสวนและการสั่งคดีของอัยการอย่างไร ให้เกิดความยุติธรรม ประชาชนเชื่อถือเชื่อมั่น” ณ รร.สุโกศล ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยนั้นน่าจะไม่มีที่ไหนอีกแล้วในโลก นั่นคือการปล่อยให้บางหน่วยงานมีอำนาจเข้าถึงและครอบครองพยานหลักฐานเพียงหน่วยงานเดียว ซึ่งส่งผลต่อความเป็นธรรมในสังคมอย่างมาก
เช่น เมื่อเกิดคดีอาชญากรรม ในต่างประเทศจะมีหลายหน่วยงานเข้าไปรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะเกิดปัญหาประเภทอ้างว่ากล้องเสียทุกตัวหรือคนร้ายหลบมุมกล้องได้ทั้งหมดจนไม่เห็นหน้า เพราะจะไม่มีหน่วยงานไหนกล้าอ้างเรื่องดังกล่าวเนื่องจากหน่วยงานอื่นอาจแย้งว่ามีภาพก็ได้ ทั้งนี้ในประเทศไทยเองก็มีกรณีศึกษาคือคดีล่าเสือดำในเขตอนุรักษ์ บางหน่วยงานบอกว่าไม่พบดีเอ็นเอเสือดำในที่เกิดเหตุ แต่หน่วยงานป่าไม้บอกว่าพบเพราะได้เข้าไปเก็บหลักฐานไว้
“กระบวนการยุติธรรมที่ดีคือพยานหลักฐานชั้นต้นถูกเก็บรวบรวมตามความเป็นจริงและสมบูรณ์ อัยการรับรู้พยานหลักฐานเหล่านั้นได้ เข้าตรวจสอบได้ ไม่ต้องรอสำนวน จะเป็นปีหรือกี่ปี ไม่พบผู้กระทำผิด รอให้พยานหลักฐานหายแล้วค่อยส่งสำนวนให้อัยการ แล้วบอกว่าไม่พบตัวผู้กระทำผิด อัยการสั่งสอบเพิ่มอะไร? เพราะมันผ่านไปหกเดือน ผ่านไปเป็นปีแล้ว กล้องวงจรปิดหาย ลายนิ้วมือหาย จะตรวจสอบเขม่าดินปืนก็ไม่เจอ นี่คือกระบวนการยุติธรรมที่การรับรู้พยานหลักฐานในชั้นต้นผูกขาดในหน่วยงานเดียว” นายน้ำแท้ กล่าว
นายน้ำแท้ กล่าวต่อไปว่า เท่าที่ตนทราบข้อมูลกระบวนการยุติธรรมในประเทศที่เจริญแล้วไม่ว่าอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แม้จะมีระบบกฎหมายที่ต่างกัน บางประเทศใช้ระบบลายลักษณ์อักษร (Civil Law) บางประเทศใช้ระบบประเพณี (Common Law) แต่ทุกประเทศเหมือนกันคือเมื่อตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้อัยการจะเข้ามาร่วมกระบวนการสอบสวนด้วยทันทีเพื่อตรวจสอบว่ามีการบังคับให้รับสารภาพหรือไม่ พยานหลักฐานเพียงพอในการส่งฟ้องหรือไม่
ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะยึดหลักคุ้มครองไม่ให้มีการจับผิดคน โดยหากพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็ต้องปล่อยตัวไปโดยอัยการจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตำรวจก็จะไม่ต้องรับผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่โดยมิชอบเพราะทำตามกระบวนการ ตรงข้ามกับประเทศไทยคือเมื่อตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วต้องเดินหน้าฟ้องเพราะเจ้าหน้าที่กลัวข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการหน้าที่โดยมิชอบ และตำรวจสามารถขอหมายขังได้ 84 วัน แต่ท้ายที่สุดเมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้อง กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยดังกล่าวต้องติดคุกโดยไม่ได้กระทำผิด
“ผมเคยฟ้องคดีแล้วไปสืบพยานหลักฐานเขาในศาล เขาถูกขังอยู่ประมาณ 6 เดือน เขาเอาพยานหลักฐานมาสืบ ผมตกใจว่าถ้าพยานหลักฐานนี้ผมรู้ก่อนผมสั่งไม่ฟ้องไปแล้วตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว ผมก็ถามเขาว่าแล้วทำไมไม่เอาพยานหลักฐานนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบ เขาตอบว่าให้แล้วแต่ตำรวจไม่สอบ ถ้าอัยการอ่านสำนวนที่ไม่มีพยานปากนี้ในสำนวนก็สั่งฟ้อง อัยการไทยไม่เคยเห็นพยานจนกระทั่งวันสืบพยาน นี่คือจุดอ่อนอย่างยิ่ง อัยการไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้ ให้สอบสวนเพิ่มเติมจะไปสอบอะไร ก็ผมไม่รู้ว่ามีพยานปากนี้อยู่” นายน้ำแท้ ยกตัวอย่าง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี