546.jpg
สกู๊ปแนวหน้า : จัดระเบียบ‘สำเพ็ง’ อวสานย่านค้าส่งในตำนาน?

สกู๊ปแนวหน้า : จัดระเบียบ‘สำเพ็ง’ อวสานย่านค้าส่งในตำนาน?

วันอาทิตย์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“วันที่ 26 ต.ค. 2562 ถ้ามาล้างสำเพ็งกันจริงๆ พ่อค้า-แม่ค้าคงรับไม่ได้ เราก็จินตนาการไปอีกว่าจะมีเทศกิจมาล้าง มีทีมงานมา พ่อค้า-แม่ค้าก็ต้องปะทะ ภาพออกไปสังคมอาจจะมองว่าพ่อค้า-แม่ค้าดื้อแพ่ง อยากจะยื้อ ก็ขอใช้เวทีนี้ขอให้มองมุมหัวอกพ่อค้า-แม่ค้าบ้างเราไม่ได้อยากจะดื้อแพ่ง เราอยากจะคุย แต่ก่อนวันที่ 26 ต.ค. 2562คุยมาคุย แล้วไม่ต้องทำวันนั้นเรามีเวลาตั้งมากมาย อยู่กันมากี่สิบปี จะต้องเป็นวันเดียว ไม่ใช่ เรามาคุยกันเรื่องจัดระเบียบ แล้วไม่ใช่มาตรการชั่วคราว เราเริ่มตั้งแต่วันนี้ หารือร่วมกันและคิดหาทางออกอย่างยั่งยืน”

ตัวแทนผู้ค้าย่านสำเพ็ง ชุมศิลป์ โสตถิปรีดาวงศ์ ระบายความอัดอั้นตันใจ ในงานเสวนา “นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล กับปัญหาที่เร่งด่วนของประชาชน กรณีหาบเร่แผงลอย” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปลายเดือน ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่า เขตสัมพันธวงศ์ ได้เรียกผู้ค้าบริเวณย่านสำเพ็งไปพูดคุยเรื่องมาตรการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และไม่รับปากว่า “หลังวันที่ 26 ต.ค. 2562 จะยังได้ทำการค้าอยู่หรือไม่”เกิดเป็นความไม่สบายใจอย่างมาก


“สำเพ็ง” เดิมเป็นชุมชนของชาวจีนที่อพยพย้ายมาตั้งรกรากตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) จนกลายมาเป็นแหล่งเศรษฐกิจการค้าส่งและค้าปลีกสินค้าแหล่งใหญ่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางถนนมังกรระหว่างเยาวราชและถนนวานิช สำเพ็งนั้นเรียกได้ว่าเป็น “ย่านการค้าเก่าแก่” ของกรุงเทพมหานคร (กทม.)ไม่ต่างจากบางลำพู พาหุรัด ฯลฯ

ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสำเพ็ง พูดคุยกับผู้ค้าหลายราย อาทิ “พี่ตู๋ พ่อค้าขายของเล่น” เล่าว่า “จะมีการย้ายตลาดของเล่นจากสำเพ็งในตอนกลางวัน ไปขายตอนกลางคืนในจุดที่เชื่อมต่อกับถนนเยาวราชถึงคลองโอ่งอ่างอันเป็นถนนคนเดิน” ซึ่งตนมองว่า “ถนนเยาวราชไม่เหมาะสมสำหรับกิจการค้าส่ง” ขณะนี้ทราบว่ามีผู้ค้าบางรายเครียดจนล้มป่วยต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

ขณะที่ “ป้านิด แม่ค้าปลาหมึก” ระบุว่า ในปีนี้ผู้ค้าได้ประชุมกับเขต 3 ครั้ง “ครั้งแรก..วันที่ 9 เม.ย. 2562” ขอความร่วมมือจัดระเบียบร้านค้าไม่ให้กีดขวางทางสัญจร และห้ามเทไขมันลงท่อน้ำ “ครั้งที่สอง..วันที่ 22 ก.ค. 2562” ทางเขตเน้นย้ำเรื่องเดิม แต่เพิ่มเติมว่าผู้ค้าจะอยู่ได้ไม่เกินสิ้นเดือน ต.ค. 2562 และ “ครั้งที่สาม..วันที่ 26 ส.ค. 2562” ทางเขตบอกว่าผู้ค้าจะอยู่ได้ถึงสิ้นปี 2562 แต่ถ้าจัดระเบียบกันเองได้ก็อาจได้อยู่ต่อ เว้นแต่ถ้าผู้ว่าฯ กทม. ลงนามคำสั่งยกเลิกพื้นที่ค้าขาย ก็จะต้องไปก่อนสิ้นปี ซึ่งตนมองว่า “ภาครัฐไม่มีความชัดเจน” ผู้ค้าจึงมีแต่ความกังวล

ผู้สื่อข่าวยังมีโอกาสได้พบกับคุณชุมศิลป์ ซึ่งอธิบายสภาพพื้นที่ว่า สำเพ็ง มีประชาชนมาจับจ่ายนับหมื่นคนต่อวัน มีผู้ประกอบการที่เป็นอาคารพาณิชย์กว่าพันห้อง ครอบคลุมพื้นที่ 3 ช่วงถนน ตั้งแต่ ถ.จักรวรรดิถ.ราชวงศ์ และ ถ.มังกร “ที่ผ่านมากลุ่มผู้ค้าได้จัดระเบียบกันเอง เช่น ไม่ตั้งแผงล้ำเส้นที่ทางเขตกำหนดรวมถึงดูแลเรื่องความสะอาด ย้ำว่าไม่อยากถูกไล่รื้อหรือย้ายไปขายที่อื่นเพราะกว่าจะมีลูกค้าประจำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” และเชื่อว่ารายได้จากค่าบำรุงท้องที่ต่างๆ สามารถนำมาใช้บริหารจัดการอย่างยั่งยืนได้ หากภาครัฐกับผู้ค้ามาเจรจาหาแนวทางร่วมกัน

อีกด้านหนึ่ง คำชี้แจงจาก สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ ระบุว่า ทางเขตมีแผนการจัดระเบียบยกเลิกจุดผ่อนผันตามแผนงานของสำนักเทศกิจ กทม. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเขตได้เรียกประชุมผู้ค้าย่านถนนราชวงศ์ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่สี่แยกราชวงศ์ถึงท่าน้ำราชวงศ์ ระยะทาง 250 เมตร จำนวน 200 ราย และถนนเจริญกรุงทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่แยกเอส. เอ. บี.ถึงแยกแปลงนาน จำนวน 60 ราย ทางสำนักงานเขตจะทำการยกเลิกจุดค้าขายทั้งหมดภายในสิ้นปี 2562

โดยทางสำนักงานเขตได้ทำรายละเอียดในการยกเลิกผู้ค้าบริเวณนอกจุดผ่อนผันบริเวณถนนเจริญกรุง เสนอต่อสำนักเทศกิจเพื่อนำเสนอผู้ว่าฯ กทม. ในการ
ลงนามในคำสั่งยกเลิกทำการค้านอกจุดผ่อนผันในบริเวณดังกล่าว ส่วนผู้ค้าในบริเวณถนนราชวงศ์ ได้ทำสรุปการจัดระเบียบเสนอต่อคณะกรรมการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยระดับเขต เพื่อพิจารณาก่อนที่จะส่งให้ทางสำนักเทศกิจเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. ลงนามในคำสั่งยกเลิกทำการค้าต่อไป

ทั้งนี้สำหรับผู้ค้าที่ทำการค้าบริเวณนอกจุดผ่อนผันในซอยวานิชหรือสำเพ็ง ทางเขตได้มีการประชุมชี้แจงในการทำการค้า เพื่อให้ผู้ค้าทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และไม่ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน หากพบว่ามีการวางแผงค้าที่รุกล้ำผิวจราจรหรือทางเท้าก็จะมีการพิจารณายกเลิกในอนาคต นอกจากนี้ได้ให้ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบ ลงทะเบียนเพื่อจัดหาพื้นที่ในย่านเขตสัมพันธวงศ์อย่าง Street Food เยาวราชซึ่งปัจจุบันเป็นจุดผ่อนผันที่เปิดให้ผู้ค้าได้ทำการค้าขาย

ส่วน สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กระแสข่าวเรื่องการย้ายสำเพ็งนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นการจัดระเบียบทางเท้าริมถนนราชวงศ์ บริเวณทางเข้าซอยตลาดสำเพ็ง เนื่องจากมีการวางตั้งแผงค้าขายกินทางเท้าไปมาก จึงได้สั่งการให้เขตสัมพันธวงศ์ไปจัดระเบียบใหม่ เพราะจุดดังกล่าวเป็นจุดผ่อนผันที่ยังไม่ได้ยกเลิก จึงให้โอกาสเขตไปพูดคุยกับผู้ค้าในการจัดระเบียบให้เรียบร้อย

โดยกำชับให้เวลา 1 เดือนในการนำผลมารายงาน แต่หากยังคุยไม่รู้เรื่องก็อาจพิจารณายกเลิกจุดผ่อนผันบริเวณดังกล่าว ส่วนในซอยสำเพ็งก็ยังคงให้มีการค้าขายกันต่อไป ทาง กทม. ไม่ได้เข้าไปดำเนินการอะไร นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เขตสัมพันธวงศ์ไปจัดระเบียบถนนเยาวราชด้วย เพราะมีการตั้งวางขายสินค้าไม่เป็นระเบียบมากเช่นกัน โดยทั้ง 2 จุดให้เวลาในการจัดระเบียบใหม่ให้เรียบร้อยใน 1 เดือนเช่นเดียวกัน

ทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่าและคำชี้แจงของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งก็หวังว่า “ท้ายที่สุดมาตรการจัดระเบียบจะออกมาแบบที่ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้” เพราะไม่ว่าใครจะมีมุมมองอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับว่า “หาบเร่แผงลอยคือวิถีชีวิตของสังคมไทยมาช้านาน” ที่ไม่ใช่มีแต่ผู้ซื้อกับผู้ค้าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับ “เศรษฐกิจฐานราก” อีกหลายอาชีพ นอกจากนี้ “สำเพ็งยังมีความพิเศษในแง่การท่องเที่ยว เพราะมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ” ไม่ต่างจากตลาดคลองถม สะพานพุทธ คลองหลอด สะพานเหล็ก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นย่านการค้าเก่าแก่ในกรุงเทพฯ เช่นกัน

แต่ทั้ง 4 แห่งที่ว่ามา..วันนี้เหลือแต่เพียง “ตำนาน”ให้เล่าขานถึงคนรุ่นหลังเท่านั้น เพราะถูกห้ามขายไล่รื้อไปหมดแล้ว ซึ่งก็หวังว่าสำเพ็งจะไม่กลายเป็นจุดต่อไปที่สุดท้าย “ทิ้งไว้แต่ชื่อ”!!!

บุษยมาศ ซองรัมย์

[email protected]

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top