546.jpg
‘พระมหาไพรวัลย์’ เทศน์โจรขโมยหัวศพ 'โลภจนไม่เห็นความทุกข์คนอื่น'

‘พระมหาไพรวัลย์’ เทศน์โจรขโมยหัวศพ 'โลภจนไม่เห็นความทุกข์คนอื่น'

วันพุธ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.56 น.

16 ตุลาคม 2562 “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักคิดนักเขียน เปรียญธรรม 9 ประโยค วัดสร้อยทอง กทม.เกี่ยวกับเรื่อง “การนำอวัยวะมนุษย์มาประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์” ซึ่งพระมหาไพรวัลย์  บอกกับทีมข่าวฯ ว่า  เรื่องข่าวโจรขโมยหัวศพนำไปทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์นั้น  เป็นความเชื่อมาแต่อดีต ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มักลักลอบขโมยชิ้นส่วนศพทั้งผู้ใหญ่และเด็กตามออเดอร์ที่มีคนสั่งมา  ส่วนใหญ่มักจะส่งไปยังประเทศไต้หวัน


สมัยก่อนศพมักถูกขโมยกระดูกอย่างปั้นเหน่ง  เพราะมีตำนานมากจาก “แม่นาก” จึงทำให้เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มนี้ที่อยากนำมาเก็บสะสม หรือเพื่อเหตุผลส่วนตัวบางอย่าง  แม้แต่การ “ขโมยศพเด็ก” เพื่อเอาไปทำลูกกรอก  นับว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจเป็นอย่างมาก  เพราะด้วยความเชื่ออันแรงกล้าทำให้มนุษย์จิตใจต่ำไม่มีความเคารพผู้อื่น แม้กระทั่งไม่เคารพศพผู้เสียชีวิต  

“มันเป็นความเชื่อที่ไร้สาระ  คนที่ทำแบบนี้ได้คือเลวมากที่เอาความเชื่อที่น่ารังเกียจมากระทำแบบนี้กับศพ  คุณไม่เห็นหัวใจของญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต  คนส่วนใหญ่จะบูชาความเชื่อของตัวเองถึงแม้ความเชื่อนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับก็ตาม แต่ไม่ควรเอาความเชื่อของตัวเองมาทำร้ายคนอื่น

ด้วยเพราะความคิดชาวพุทธ มักจะคิดว่าหาก “ศพมีสภาพร่างกายไม่สมประกอบ” ตอนไปเกิดสภาพร่างกายจะไม่ครบ 32  ซึ่งก็เป็นความเชื่อของเขาที่เราห้ามไม่ได้ เพราะความคิดนี้ไม่ได้ไปทำร้ายใคร หรือสร้างความเดือนร้อนแก่ใคร”

ฉะนั้นสำหรับคนที่ทำเรื่องแบบนี้ควรรีบนำอวัยวะหรือร่างกายที่ขโมยไปนำไปคืน  เพราะเรื่องของไสยศาสตร์นั้นจะทำอะไรคนที่คิดดีทำดีไม่ได้  ต่อให้มีของพวกนี้อยู่กับตัวก็ทำร้ายคนดีไม่ได้”

“พระมหาไพรวัลย์” เล่าต่ออีกว่า  เมื่อไม่นานมานี้ 2 สามีภรรยา เปิดร้านกาแฟคาเฟ่มาขอคำปรึกษาเรื่องที่ธุรกิจร้านกาแฟตัวเองเจ๊ง  เงินลงทุนสูญเป็นเพราะกุมารทองที่เลี้ยงไว้ 3 องค์  ที่ทำให้ชีวิตต้องเจอแต่เรื่องถึงขั้นหมดตัว  โยมทั้ง 2 จึงนำกุมารมาให้วัดก็ได้รับไว้ พอทั้ง 2 ออกจากวัดไปก็ได้นำกุมารทองทั้ง 3 องค์ไปทิ้งจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับวัดหรือตัวพระอาจารย์เลย 

“ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแค่ความคิดของเราเอง  บริหารธุรกิจไม่ดีโทษฟ้า ดิน ลามไปสิ่งศักดิ์สิทธิ์   เรื่องราวที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากตัวเราเองทั้งสิ้น ไม่ใช่สิ่งที่เราบูชานับถือ ควรมองที่ตัวเอง นี่จึงเป็นการบ่งบอกว่าขนาดนักธุรกิจหรือเจ้าของกิจการต่อให้มีเครื่องรางขลัง หรือสิ่งที่เราบูชาเพราะเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจเราไม่เจ๊งได้  ต้องบอกเลยว่าความเชื่อไสยศาสตร์นั้นเหลวไหลไม่มีจริง”

นอกจากนั้น “พระมหาไพรวัลย์” อยากฝากว่า ทุกคนมีสิ่งที่เคารพ มีความเชื่อนับถือบูชาอะไรก็ได้แล้วแต่เรา แต่ทุกสิ่งที่เราบูชาเคารพต้องไม่เดือดร้อนคนอื่น ฉะนั้นอย่าโลภจนมองไม่เห็นความเป็นจริง อย่าโลภจนเชื่อเรื่องผิดๆ และขอให้ทุกคนจงตั้งมั่นแต่ความดี คิดดี และทำดีเพียงแค่นี้สิ่งที่ว่าศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก็ไม่พ้นการกระทำของตน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top