มนุษย์นั้นพึ่งพาทรัพยากรน้ำในหลายมิติ แต่พื้นฐานอย่างการอุปโภค-บริโภค และการคมนาคม ไปจนถึงใช้น้ำในเชิงการผลิตทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้นแต่แหล่งน้ำมีความผันผวนมาก ดังเช่นในประเทศไทยที่ในแต่ละปีต้องมาเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง เพื่อให้คนทุกกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้ไม่กลายเป็นความขัดแย้ง
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เปิดตัว“โครงการพัฒนาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Riverbank Filtration : RBF)” ซึ่งเป็นการนำน้ำบาดาลบริเวณใกล้แม่น้ำมาพัฒนาเป็นแหล่งน้ำต้นทุน เนื่องจากมีปริมาณมากอีกทั้งคุณภาพดีเพราะผ่านการกรองโดยธรรมชาติ และสามารถนำมาใช้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำผิวดิน เริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง3 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ราชบุรี และสุพรรณบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำบาดาลร่วมกับน้ำผิวดิน ในบริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ
สายหลักของประเทศไทย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ และเตรียมแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยเป้าหมายสำคัญคือต้องการให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีความสุข โดยเฉพาะเรื่องน้ำกินน้ำใช้ที่ประชาชนจะต้องไม่ขาดแคลน และมีแหล่งน้ำสนับสนุนการเกษตร เพื่อให้พร้อมรับฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง
ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล โดยจัดทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค อาทิ ที่บ้านธัญญอุดม ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียง และจะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมด้านการพัฒนาน้ำบาดาลของประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเหมาะสมในพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้แม่น้ำในอนาคต
ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบายรายละเอียดของโครงการในพื้นที่บ้านธัญญอุดม ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท ว่า ประกอบด้วย 1.บ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งแรกของประเทศไทย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร หรือ 24 นิ้ว ความลึกประมาณ 48 เมตร สามารถสูบน้ำบาดาลได้ 250 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่า 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน 2.หอถังเหล็กส่งน้ำระยะไกล ความสูง 40 เมตร ขนาดความจุ 300 ลูกบาศก์เมตร
3.ถังกรองสนิมเหล็กพร้อมระบบท่อกระจายน้ำ ความยาวรวม 5,800 เมตร ซึ่งครอบคลุมถึง 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านประจำรัง หมู่ที่ 2 บ้านบางก้านเหลือง หมู่ที่ 3 และบ้านธัญญอุดม หมู่ที่ 6 4.ระบบผลิตน้ำดื่ม แบบ Reverse Osmosis (RO) 5.อาคารศูนย์เรียนรู้ ด้านน้ำบาดาล และการปรับปรุงคุณภาพน้ำ และ 6.จุดบริการน้ำดื่มสะอาดเพื่อประชาชนและสถานีจ่ายน้ำถาวร ซึ่งสามารถให้บริการประชาชนในพื้นที่ต.หาดท่าเสา อ.เมือง จ.ชัยนาท รวม 8 หมู่บ้าน 1,484 ครัวเรือนประชากรกว่า 5,000 คน มีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดทั้งปี
รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการระบบกระจายน้ำและส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีปริมาณน้ำที่สามารถพัฒนาได้กว่า 1,460 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สามารถให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคไม่น้อยกว่า 8,000 คน เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสร้างความมั่นคงด้านเกษตรกรรมไม่น้อยกว่า 6,200 ไร่ ซึ่งในอนาคตจะดำเนินการขยายระบบท่อกระจายน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ ต.หาดท่าเสา และพื้นที่ใกล้เคียง
ด้าน นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวเสริมว่า โครงการพัฒนาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ (Riverbank Filtration : RBF) เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา เพราะว่าริมแม่น้ำจะเป็นแห่งสะสมน้ำจำนวนมากเนื่องจากริมแม่น้ำจะมีกรวด ทราย ซึ่งน้ำจะอาศัยอยู่ในช่องว่าง 2 ตัวนี้ จึงทำให้บ้านธัญญอุดม ต.หาดท่าเสา เป็นจุดที่เหมาะในการนำน้ำมาใช้เพื่ออุปโภคและบริโภคในพื้นที่ ซึ่งในต่างประเทศก็ใช้ระบบน้ำดังกล่าวเช่นกัน
โดยทั่วไปประเทศไทยจะใช้น้ำผิวดิน ทางกรมทรัพยากรน้ำบาลจึงมองว่าน้ำผิวดินอาจจะมีคุณภาพที่ไม่ดี จึงทำให้หันมาใช้น้ำใต้ดิน เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนเนื่องใช้นำที่สะอาด และยังมีต้นทุนที่ถูกกว่าระบบขนาดเล็ก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว ส่วนเรื่องการบำรุงรักษา กรม ทำงานร่วมกับเทศบาล โดยฝึกฝนช่างของเทศบาลให้มีองค์ความรู้ เพื่อจะได้ดูแลระบบให้ยั่งยืนที่สุด นอกจากยังมีระบบใหม่คือ “SCADA”ซึ่งสามารถดูในโทรศัพท์มือถือได้ว่า ขณะนี้มีน้ำปริมาณเท่าไร ปล่อยน้ำไปเท่าไร
เพื่อให้มีความมั่นใจว่าถ้าระบบเสียสามารถเข้าไปดูแลและซ่อมได้ทันที ซึ่งน้ำในบ่อบาดาลแห่งนี้ได้มีการทดสอบปล่อยน้ำ 3 วัน พบว่าปริมาณน้ำเท่าเดิมตลอด จึงแปลว่าน้ำในบ่อนี้ไม่มีวันหมด เพราะน้ำใต้ดินในทางทฤษฎีจะมีมากกว่าน้ำบนผิวดินเนื่องจากฝนตกในแต่ละปีน้ำฝนก็ซึมลงใต้ดิน ซึ่งทุกวันนี้ประชาชนทุคนต้องซื้อน้ำกินอย่างน้อย วันละ 20 บาท การมีน้ำดื่มโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจะประหยัดเงินได้เฉลี่ยวันละ 100 บาทต่อครัวเรือน เป็นการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
เสียงสะท้อนจากผู้นำชุมชน นางนงลักษณ์ กรุษฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.หาดท่าเสา จ.ชัยนาท เล่าว่า ในพื้นที่มีปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูร้อนทุกปี น้ำในการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรมีไม่เพียงพอ ที่ผ่านมาประชาชนต้องซื้อน้ำดื่มเพื่อบริโภค ส่วนน้ำที่ใช้อุปโภคได้จากประปาชุมชน บางครั้งพบน้ำมีตะกอน มีสีดำ และมีสารปนเปื้อนจนไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งต่อมากรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้สำรวจพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านหาดท่าเสา ต.หาดท่าเสา และได้บ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ได้ตลอดทั้งปี
เช่นเดียวกับ นายโกมล บุญรอด ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.หาดท่าเสา จ.ชัยนาท ที่เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาน้ำแล้งจนไม่สามารถทำนาได้ แต่แก้ปัญหาโดยใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาใช้แทน อย่างไรก็ตาม หากจะใช้อุปโภค-บริโภคจะต้องนำสารส้มมาแกว่งก่อน จนเมื่อได้ระบบบ่อน้ำบาดาลขนาดใหญ่ดังกล่าวจึงทำให้มีน้ำดื่ม-น้ำใช้ที่สะอาดเหมือนน้ำขวดที่ขาย
ไม่ต้องแกว่งสารส้มเหมือนในอดีตอีกต่อไป!!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี