546.jpg
งานเข้า ‘พี่คล้าว2018’ หลังนายกอบต.แจ้งความจับเรี่ยไรเงินไถ่ชีวิต‘ควายยิ้ม’

งานเข้า ‘พี่คล้าว2018’ หลังนายกอบต.แจ้งความจับเรี่ยไรเงินไถ่ชีวิต‘ควายยิ้ม’

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 17.29 น.

กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้ ภายหลังจากที่ หนุ่มเกษตรกร จ.ชัยนาท โพสต์ภาพถ่ายเซลฟี่กับ “เจ้าทองคำ” หรือ "ควายยิ้ม" จนเป็นที่รู้จักและได้รับฉายาให้เป็น "พี่คล้าว"  ซึ่งก่อนหน้านี้ “นายสุรัตน์ แผ้วเกตุ” คนเลี้ยงเจ้าทองคำ ได้โพสต์ข้อความระดมทุนเพื่อช่วยให้เจ้าทองคำได้อยู่กับนายสุรัตน์ต่อ...

แต่เหตุการณ์ยังไม่ได้จบลงแบบแฮปปี้เหมือนที่ชาวโซเชียลต้องการ เพราะมีบางกลุ่มออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวถามว่า ทำไมถึงไถ่ชีวิตเจ้าทองคำราคาแพง มีการโกงเงินบริจาคหรือไม่ จนในที่สุดกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเจ้าของตัวของเจ้าทองคำ “นายบุญเลิศ กาฬภักดี” อายุ 64 ปี นายก อบต.สุขเดือนห้า อ.เนินขาม จ.ชัยนาท เดินไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ และนำเงินจำนวน 100,000 บาท ไปให้กับตำรวจที่ สน.คันนายาว โดยสงสัยในเงินที่ได้มาจากนายสุรัตน์ ว่าอาจจะไม่ถูกกฎหมาย


นายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนเลี้ยงควายตัวดังกล่าวมาตั้งแต่อายุ 1 ปี ตั้งชื่อว่า "เก้า" เห็นว่าพื้นที่เลี้ยงคับแคบ จึงนำไปฝากให้ นายสุรัตน์ เลี้ยงตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา จ่ายค่าเลี้ยงควาย เดือนละ 200 บาท ทั้งนี้ นายสุรัตน์ ได้ขอนำควายตัวดังกล่าวไปผสมพันธุ์กับควายตัวเมียที่เลี้ยงไว้อีก 2 ตัว นายสุรัตน์ ถ่ายรูปคู่กับควายของตน กลายเป็นกระแสโด่งดัง ต่อมานายสุรัตน์ เผยแพร่กับสื่อมวลชนว่าควายตัวดังกล่าวชื่อ “ทองคำ” และแอบอ้างว่าเป็นควายของตัวเอง ทั้งที่ตนยังไม่ได้มีการตกลงซื้อขายกัน ตนมีเพื่อนที่อยู่ปศุสัตว์จังหวัดมาเตือนว่าพื้นที่เลี้ยงควายของนายสุรัตน์ ไม่เหมาะสม ตนจึงไปตรวจสอบสถานที่เลี้ยงเห็นว่าเป็นพื้นที่โล่ง และตอนกลางคืนไม่มีคนเฝ้าเกรงว่าควายจะหายได้ จึงบอกว่ากับนายสุรัตน์ ว่าจะนำควายไปขายให้ฟาร์มควายไทย (เสี่ยเฮงควายไทยเป็นนักอนุรักษ์ควายไทย) แต่นายสุรัตน์ ขอซื้อควายตัวดังกล่าวในราคา 100,000 บาท แต่ขอเวลาอีกหน่อยตนจึงตกลงยินยอมขายให้

นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า ผ่านไป 2 สัปดาห์ นายสุรัตน์นำเงินมามอบให้โดยเพื่อนคนสนิทของตนเป็นผู้รับเงินแทน แต่ตนมาทราบภายหลังว่านายสุรัตน์ ไปขอเรี่ยไรเงินไถ่ชีวิตควาย ตนจึงรู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงแสดงความบริสุทธิ์นำเงิน 100,000 บาท มามอบให้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ซึ่งหากผู้บริจาครายใดอยากได้เงินคืนก็สามารถมารับคืนได้ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินดังกล่าว

ด้าน นายสุรัตน์ กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าเงินที่ได้มาทั้งหมด ไม่ได้มีการหลอกลวงใครให้ร่วมบริจาคทั้งสิ้น ทุกคนรู้ว่าเงินจะเอาไปทำอะไรอย่างไร และเงินส่วนที่เหลือ 30,000 บาท ก็ยังคงอยู่ในบัญชี ไม่มีการถอนออกมาใช้แต่อย่างใด เรื่อนี้ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะที่ทำไปมีเจตนาดีที่ต้องการรักษารอยยิ้มของเจ้าทองคำให้อยู่คู่กับชาวเฟสบุ๊กตลอดไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกลวงเอาเงินบริจาคมาใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด และอยากขอความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าวด้วย

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top