546.jpg
ห้ามโฆษณา-ขายออนไลน์  คุม‘น้ำเมา’กับวิวาทะ‘สมดุล’

ห้ามโฆษณา-ขายออนไลน์ คุม‘น้ำเมา’กับวิวาทะ‘สมดุล’

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

7 ธ.ค. 2563 เป็นวันแรกที่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งแม้ที่ผ่านมาประกาศฉบับนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องขาดการรับฟังผู้มีส่วนได้-เสียอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยมองว่าปิดช่องทางทำมาหากินของตนในขณะที่เอื้อต่อการผูกขาดของผู้ประกอบการรายใหญ่

ย้อนไปในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2563 ที่สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มรุนแรงจนรัฐบาลต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ สั่งปิดสถานที่ต่างๆ เหลือไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อตัดการรวมกลุ่มอันเป็นพฤติกรรมเสี่ยงให้เกิดโรคระบาดขยายวงกว้างซึ่งสถานบันเทิงและร้านอาหารที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นกิจการที่ถูกสั่งปิด พร้อมๆ กับการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงกลางเดือน เม.ย. 2563


กระทั่งวันที่ 3 พ.ค. 2563 เป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อนุญาตให้บางกิจการทยอยกลับมาเปิดทำการได้ รวมถึงอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในลักษณะซื้อกลับไปดื่มที่บ้าน ปัญหาที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มรายย่อยต้องเผชิญ คือในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ มีสินค้ายี่ห้อเก่าแก่ติดตลาดวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ผู้ประกอบการรายย่อยที่ปกติจะจำหน่ายสินค้าในร้านอาหารหรือสถานบริการบางประเภท ยังไม่สามารถขายได้เพราะธุรกิจกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดทำการ

นั่นทำให้หลายรายหันไปใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าพร้อมมีบริการจัดส่ง แม้จะเสี่ยงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 ว่าด้วยการห้ามโฆษณาหรือชักชวนให้ดื่มไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ก็ต้องยอมเพื่อให้พอมีรายได้มาหล่อเลี้ยงกิจการให้อยู่รอด เนื่องจากรายย่อยไม่มีทุนทรัพย์มากพอจะลงทุนใช้กลยุทธ์การโฆษณาที่ไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายได้อย่างผู้ประกอบการรายใหญ่

ต่อมาวันที่ 1 ก.ค. 2563 วันแรกที่สถานบันเทิงยามราตรีได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดได้อีกครั้ง กลุ่มสมาพันธ์ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายสุราแห่งประเทศไทย นำโดย อาชิระวัสส์ วรรณศรีสวัสดิ์ ไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้เลื่อนการพิจารณาเห็นชอบ ร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ ออกไปก่อน

แต่แล้วในที่สุด วันที่ 8 ก.ย. 2563 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 7 ส.ค. 2563 และมีผลบังคับใช้ในอีก 90 วันหลังจากวันที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา หรือก็คือวันที่ 7 ธ.ค. 2563 นำมาซึ่งความไม่พอใจของ เครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อย รวมถึงประชาชนซึ่งมีรสนิยมชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นัดรวมตัวแสดงจุดยืนคัดค้านในวันที่ 3 ธ.ค. 2563

ซึ่งในวันดังกล่าว มีการจัดประชุมชี้แจงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 โดย สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค ณ ห้องประชุมพอร์ทอล บอลรูม ชั้น 4อาคารเพอะพอร์ทอล ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

การประชุมเริ่มต้นด้วย นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสคอ. เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ย้ำถึงความจำเป็นในการออกประกาศฉบับนี้ เนื่องจาก “การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์นั้นทำลาย (Disrupt) การควบคุมตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่ทั้งการกำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อ การจดทะเบียนผู้ขาย ตลอดจนการกำหนดเวลาและสถานที่ขาย” ประกอบกับปัจจุบันพบผู้ดื่มมีอายุน้อยลง บางพื้นที่อายุเพียง 8-9 ขวบ รวมถึงกลุ่มผู้หญิงที่มีการดื่มเพิ่มขึ้น

จากนั้นเป็นคิวของวิทยากรที่ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจง ท่านแรก ผศ.ดร.บุญอยู่ ขอพรประเสริฐ อาจารย์สาขานิเทศศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนให้ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3 ด้าน คือการเข้าถึง การโฆษณา และการเก็บภาษี ทั้งนี้ การซื้อ-ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังจัดส่งไปยังสถานที่ห้ามดื่มได้ด้วย เช่น หอพักนักศึกษา เป็นต้น

วิทยากรอีกท่านหนึ่งคือ คมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายว่า พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 นิยามการขายไว้ว่า หมายความรวมถึง จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ เพื่อประโยชนในทางการค้าซึ่งกว้างกว่านิยามการขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.แพ่งฯ) ที่การซื้อ-ขายจะเกิดขึ้นจะต้องมีทั้งผู้เสนอและผู้สนอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ยังไม่เคยมีการระบุนิยามคำว่า “อิเล็กทรอนิกส์” ในกฎหมายของประเทศไทยไม่ว่าฉบับใดก็ตาม เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สุดท้ายเมื่อเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นบรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตจากผู้เข้าร่วมประชุม เช่น ธนากร คุปตจิตต์ นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) แย้งว่า WHO ต้องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นอันตราย ไม่ใช่ต้องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และย้ำว่ากฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 77 ว่าด้วยการปรับปรุงกฎหมายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพ,

ด้านตัวแทนกลุ่มเครือข่ายคราฟท์เบียร์ ยกตัวอย่าง อังกฤษ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเหมือนไทย แต่ให้ขายทางออนไลน์ได้ผ่านระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (National Digital ID) ด้วยจึงจะรับสินค้าได้ ซึ่งระบบนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้พัฒนาขึ้นมาแล้ว และผู้ประกอบกการอีกหลายราย กังวลเรื่องนิยามที่ไม่ชัดเจนอาจนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซ้ำรอยกฎหมายห้ามโฆษณาที่เป็นปัญหามากอยู่แล้วในปัจจุบัน

แต่อีกด้านหนึ่ง ชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ ก็นำกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ผู้พิการจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมาประกาศจุดยืนหนุนมาตรการห้ามขายออนไลน์ จนบรรยากาศในห้องประชุมกลายเป็น “การเผชิญหน้าของ 2 ฝ่ายที่มีจุดยืนแตกต่าง” ซึ่งแม้จะไม่มีเหตุกระทบกระทั่ง แต่ฝ่ายที่คัดค้านห้ามขายออนไลน์ มองว่าจะการควบคุมผลกระทบทางสังคมจากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของคนดื่ม ไม่จำเป็นต้องควบคุมการเข้าถึงแบบสุดโต่งอย่างที่เกิดขึ้น บทสรุปของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ว่า..

อาจต้องถกเถียงกันถึงหลักคิด “น้ำเมาคือต้นตอของสิ่งเลวร้ายทั้งปวง” เหมาะสมหรือไม่ เพราะนี่คือที่มาของกฎหมายที่กลายเป็นวิวาทะ ระหว่างฝ่ายกังวลปัญหาทางสังคม กับฝ่ายที่เป็นห่วงการผูกขาดทางเศรษฐกิจ!!!

[email protected]

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top