สกู๊ปพิเศษ : ‘ม.พะเยา’ผนึก‘สสส.’จัดดูหนังกลางแปลง แทรกภัยแอลกอฮอล์ต้นเหตุความรุนแรง

สกู๊ปพิเศษ : ‘ม.พะเยา’ผนึก‘สสส.’จัดดูหนังกลางแปลง แทรกภัยแอลกอฮอล์ต้นเหตุความรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ภาพยนตร์ ละคร ดนตรี” จัดเป็นสื่อที่มีความสำคัญในการปรับเปลี่ยน หรือสร้างลักษณะนิสัยของผู้เสพสื่อนั้นๆ ได้ในระยะยาว ส่วนระยะสั้น ก็จัดเป็นสื่อที่ช่วยดึงความสนใจได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการนำมาผสมผสานกับการจัดกิจกรรมวิชาการ หรือกิจกรรมที่ต้องให้ความรู้ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชน

ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยพะเยา จึงได้จัดกิจกรรม “ชวนเพื่อนกินเล่า” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการรณรงค์และการประเมินผลของเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ ลานหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยพะเยา โดยภายในงานมีดนตรีโฟล์คซองของนักศึกษาวง FlatLive การเสวนาหัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้าและกัญชา ภัยร้ายใกล้ตัว” การแสดง cover dance และฉายหนังกลางแปลง เรื่อง “แก๊งหิมะเดือด” ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งมาจากบทเรียนผู้ก้าวพลาดที่บ้านกาญจนาภิเษก พร้อมเสวนาถอดสาระจากหนัง “เยาวชนก้าวพลาดกับความฝันและความจริง”


นายธานัท ฟูแสง ตัวแทนกองกิจการนิสิต (หัวหน้างานวินัยนิสิต) มหาวิทยาลัยพะเยา อธิบายว่า มหาวิทยาลัยจะจัดกิจกรรมเช่นนี้ทุกปี และมีหลายรูปแบบ แต่ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทมาก หากจัดเสวนาเพียงอย่างเดียวก็ทำให้นิสิตถูกดึงความสนใจไปหมด ดังนั้น จึงมีการสำรวจความเห็นของน้องๆ เพื่อนำมาปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมก็พบว่า จะเป็นสื่อแบบใดก็ได้ที่ไม่ใช่การเสวนาเพียงอย่างเดียว ไม่น่าเบื่อ ปีนี้เราจึงจัดกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น มีดนตรีโฟล์คซอง มีการฉายหนังกลางแปลงที่สอดแทรกการให้ความรู้พิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว ความหวังความฝันของเยาวชน มีการเล่นเกมสอดแทรกพิษภัยจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนกิจกรรมเล่าประสบการณ์ของนิสิตที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

การจัดกิจกรรมที่หลากหลายเช่นนี้ทำให้น้องๆ ที่มาร่วมงานให้ความสนใจและอยู่ร่วมจนจบกิจกรรมได้ และที่สำคัญการจะทำให้นิสิตของเราตระหนักถึงพิษภัยปัจจัยเสี่ยงต้องมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ยืดหยุ่นและมีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

นายอนุรักษ์ ธรรมวงศ์ นายกองค์การบริหารนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา และเป็นตัวแทนเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันปัญหาแอลกอฮอล์ กล่าวเสริมว่า กิจกรรมครั้งนี้นอกจากให้ความรู้เรื่องพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านภาพยนตร์แล้ว ยังทำให้รู้ว่าเมื่อเผชิญปัญหาขึ้นมาจริงๆ แล้วเราจะจัดการ หรือแก้ไขปัญหาอย่างไร ให้รู้ว่า เพียงหนึ่งคนในครอบครัวเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะส่งผลกระทบกับทั้งตัวเอง และคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย รวมถึงการมีวิทยากรจากบ้านกาญจนาภิเษก ที่มาเล่าประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งที่ผ่านมา เราจะไม่เน้นการจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ยัดเยียดข้อมูลวิชาการ หรือถ้าบรรยายก็จะจัดขนาดไม่ใหญ่มาก เน้นการเล่นเกมการตั้งแคมป์ ที่สอดคล้องกับความสนใจของนิสิต แต่จัดบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยามีหลายจุดที่เป็นความเสี่ยงให้เกิดการดื่ม และเกิดอุบัติเหตุ เพราะมีร้านเหล้าอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย การที่มีจุดกลับรถห่างจากมหาวิทยาลัย เลยทำให้คนฝ่าฝืนกลับรถในที่ห้ามกลับรถ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของวินัยจราจร แต่ก็มีแอลกอฮอล์กระตุ้นให้ทำผิดได้เช่นกัน เราจึงต้องมีกิจกรรมกระตุ้นสร้างการรับรู้ต่อเนื่อง

ด้าน ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระบุถึงผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า เป็นสาเหตุของการเกิดโรคทางกายทั้งระยะสั้น อย่างเมาแล้วขับ ทำร้ายร่างกาย ตลอดจนส่งผลระยะยาว เช่น เกิดโรคตับ มะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งทวารหนัก สำหรับผู้หญิงยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมด้วย

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ซึ่งจากการสำรวจพบว่านักศึกษามักดื่มเพื่อคลายเครียด คลายกังวล แต่ที่จริงแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่เข้าไปกระตุ้นสมอง ส่งผลต่อโรคทางจิตเวช มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงฆ่าตัวตายได้ จากข้อมูลพบว่า คนรุ่นใหม่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 76.8% โดยเฉพาะความไม่สบายใจ ถูกทำร้ายด้วยวาจา จิตใจ ทำให้รู้สึกกลัว รวมถึงผลกระทบที่ต้องรับภาระงานมากขึ้นจากการที่คนเมาแล้วทำงานไม่ได้

“นอกจากนี้ ผลกระทบหนึ่งที่ค่อนข้างรุนแรง แต่คนไม่ได้พูดถึงนักคือแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการก่อความรุนแรงในครอบครัว โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เก็บสถิติจากข่าวเมื่อปี 2567 พบว่า 34% ความรุนแรงในครอบครัวมาจากแอลกอฮอล์ เช่น ฆ่ากันในครอบครัว 13% โดยเป็นแบบสามี ภรรยา หรือแฟนกัน 62% โดยผู้ชายทำต่อผู้หญิงส่วนใหญ่เพราะหึงหวง ส่วนผู้หญิงทำต่อผู้ชายเพราะถูกทำร้ายจนทนไม่ไหว ส่วนความสัมพันธ์แบบพ่อ แม่ ลูก ฆ่ากันตาย 18% นอกจากนี้ยังมีข่าวฆ่าตัวตาย 20% และทำร้ายร่างกายกันของสามี ภรรยา แฟน ทำร้ายกัน 60% พ่อแม่ ทำร้ายลูก ลูกทำร้ายพ่อแม่ 30%” ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา อดีตเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก เล่าว่า ตอนอายุ 12 ปี บิดาของตนเสียชีวิต ต่อมาแม่กับพ่อเลี้ยงพาตนย้ายมาอยู่กับยายและสามีใหม่ของยาย ที่จังหวัดนนทบุรี ตลอด 5 ปี ภาพที่เห็นบ่อยมาก คือ ยายถูกตาเลี้ยงทำร้ายร่างกายตอนเมา และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่เกิดเรื่องขึ้น ตาเลี้ยงเมาอาละวาด เราจึงช่วยกันห้ามปรามและป้องกันตัวเอง แต่ช่วงชุลมุนก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ซึ่งเราตั้งใจพาตาเลี้ยงไปหาหมอ แต่ก็เสียชีวิต และมีการอำพรางศพ เวลาผ่านไป 6 เดือน เราทุกคนถูกจับถูกตัดสินจำคุกทั้งครอบครัว ซึ่งตอนนั้นตนอายุ 17 ปี ถูกส่งเข้าสถานพินิจและฝึกอบรม 3 ปี พ่อเลี้ยงกับแม่ก็ติดคุก ส่วนยายนั้นศาลให้รอลงอาญา 2 ปี ปัจจุบันคดีทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว ครอบครัวจึงเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์

หลังถูกจับกุม ตนอยู่บ้านแรกรับ ก่อนจะมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาฯ ตนก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด และไม่เคยคิดหรือสำนึกในความผิดของตัวเองเลย ทุกอย่างมาเปลี่ยนเอาที่บ้านกาญจนาภิเษก ด้วยกระบวนการของ ป้ามล ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการฯ ที่เปลี่ยนความคิดตนอย่างสิ้นเชิง ทำให้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การเห็นคุณค่าในตัวเองและสำนึกในความผิดที่ทำลงไป จึงเลือกให้โอกาสตัวเองและนำบทเรียนผู้ที่เคยก้าวพลาดทำผิดมาเล่าเพื่อเตือนใจให้คนอื่นๆ อย่าทำผิดซ้ำรอยตนเอง ช่วยลดอาชญากรรม ลดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งหากเกิดขึ้นครั้งแรกแล้วก็จะมีครั้งต่อๆ ไป เหมือนเป็นอุตสาหกรรมที่ผลิตซ้ำทุกวันๆ

“ขอให้จำไว้ว่าการไม่ดื่มเหล้าได้จะดีที่สุด เพราะมันเป็นประตูบานแรกไปสู่ปัญหาอื่นๆ จริงๆ และการเคารพในเนื้อตัวร่างกาย ให้เกียรติกันของคนในครอบครัวต้องยึดถือเป็นสำคัญ” นายวิวัฒน์วงศ์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top