สัปดาห์ที่แล้ว ได้กล่าวสถาบันหลักของชาติไทยกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นสถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
คนรุ่นเยาวชนจึงแอบมาถามว่า สิ้นชาตินี่มันเป็นอย่างไรนะมันสำคัญแค่ไหน มันจะสิ้นได้ด้วยหรือ
จึงเอาเรื่องใกล้ตัวเล่าไปก่อนว่า ตอนนี้คนกะเหรี่ยง คนไทยใหญ่ คนปะโอ เข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทยเยอะแยะ ไม่นับชาวมอญ ซึ่งถูกรุกรานบ้านแตกสาแหรกขาดจนมากลายเป็นคนไทยอยู่หลายล้านคน คนโรฮีนจาซึ่งไม่มีแผ่นดินจะอยู่
ชาวกะเหรี่ยง ชาวไทยใหญ่ ชาวปะโอ เขาก็ยังมีชาติของเขาอยู่ในใจ อยู่ในจิตสำนึก แต่ก็ต้องมาถือสัญชาติพม่า เป็นพลเมืองชั้นสอง ทั้งด้านการศึกษา ด้อยโอกาสในการทำงาน ด้อยโอกาสในความก้าวหน้า
ส่วนชาวมอญที่เข้ามาอยู่ในไทย นับว่าโชคดีที่สุด ได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ ซึ่งมีพระบรมราโชบายที่เต็มไปด้วยความเมตตากรุณา รับเข้ามาก็จัดที่ทางให้ได้อยู่ได้ทำกิน ไม่ว่าจะทำนาทำสวน (บางพลี บางบ่อ พระประแดง ปทุมธานี) ไม่ว่าจะทำราชการ ก็เป็นขุน หลวง พระ พระยา เป็นนายพลเอก พลเรือเอก ก็มี กลายเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ร่วมกันสร้างชาติไทย รักษาประเทศไทยให้คงอยู่เป็นประเทศไทยจนปัจจุบันนี้ เช่นเดียวกันชาวจีนที่อพยพมามากมายในรัชสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวอินเดีย ชาวยุโรป ซึ่งได้หล่อหลอมกลมกลืนเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ถึงแม้ประเทศเดิมของตนจะยังอยู่และเป็นมหาอำนาจก็ตาม
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการสิ้นชาติโดยถูกชาติอื่นรุกรานบ้าง เพราะแผนอันซับซ้อนของนักล่าอาณานิคมหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1939-1945) บ้าง แต่ที่เกือบสิ้นชาติโดยสงครามกลางเมืองก็มีไม่น้อย เช่น
คนเวียดนามใต้หลายล้านคนเมื่อปี ค.ศ.1974 ต้องเป็นมนุษย์เรือไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ล่องเรือออกจากเวียดนามใต้ ก็ถูกโจรสลัดปล้นสะดมบ้าง ถูกขับไล่ไสส่งจากประเทศที่ตนต้องการจะขึ้นบกบ้าง เคราะห์ดีที่เวียดนามเหนือสร้างชาติขึ้นมาได้และรวมสองภาค (เหนือและใต้)เข้าด้วยกัน เวียดนามจึงยังคงดำรงตนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีจนทุกวันนี้ และเมื่อได้ผู้นำที่เป็นคนดีๆ เสียสละเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน มีระบบการเมืองการปกครองประเทศที่ดีมีเสถียรภาพบ้านเมืองก็เจริญก้าวหน้า จนจะเลยประเทศไทยไปแล้ว
หรือคนซีเรีย คนลิเบีย คนอิรัก อีกมากมายหลายล้านคนที่เกิดสงครามกลางเมืองรบพุ่งกันเองระหว่างคนในชาติ (โดยมีมหาอำนาจที่แตกต่างกันหนุนหลัง) ต้องเป็นมนุษย์ลอยเรือหนีภัสงครามกลางเมืองมาขึ้นฝั่งอิตาลี กรีซ ตุรกี มากมายก่ายกอง เด็กทารกพลัดจากอกแม่ ลอยเป็นศพมาเกยตื้นอยู่บนหาดริเวียร่าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งปรากฏภาพอยู่ในสื่อจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาในหลายประเทศของยุโรปอยู่ในขณะนี้
จึงได้บอกน้องๆ เยาวชน ที่กำลังชื่นชอบคิดจะปลดแอกอยู่ทุกวันนี้ ให้คิดดูนะ อย่าให้รุนแรงกันจนถึงสิ้นชาติ จนเธอไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ขณะนี้เธอเป็นไทย มีอิสระเสรีด้วยความเสมอภาคในด้านการศึกษา มีโอกาสเท่าเทียมกันในการทำงาน มีอิสระในการจะเลือกพรรคการเมืองใดๆ หรือในการสมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าสู่อำนาจบริหาร (เป็นข้าราชการการเมือง, เป็นข้าราชการประจำทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร) และเข้าสู่อำนาจตุลาการ (เป็นผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ) จงรักษาความเป็นชาติไทย รักษาความเป็นไทยไว้ให้ดี อย่าให้เกิดการสิ้นชาติได้
อย่าลืมว่าไทยก็เกือบสิ้นชาติไปแล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2310 เมื่อพม่าเผาและทำลายกรุงศรีอยุธยาราบเป็นหน้ากลองแล้ว ก็จับคนไทยเอาไปเป็นเชลยนับแสนคน ทั้งราชวงศ์ คนรวย คนจน ข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อย หากเป็นผู้ชายก็จับใส่ขื่อไม้พาดคอ แล้วมีเชือกจูงกันไปเป็นแถวๆ ถ้าไม่ได้สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก มาช่วยกอบกู้เอกราชไว้ ป่านนี้ก็ไม่มีชาติไทยแล้ว
ก็ไม่ทราบว่าน้องๆ เยาวชนจะฟังหรือเปล่า แต่อย่างน้อยเขาก็คงจะสนใจศึกษาประวัติศาสตร์ไทยมากขึ้น สนใจศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ประวัติศาสตร์ของการล่าอาณานิคม ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ระหว่างลัทธิให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ชาติไทยไม่ตกไปเป็นเหยื่อของการแข่งขันของมหาอำนาจทั้งหลายเช่นชาติอื่นๆ
______________________________
สถาบันพระมหากษัตริย์
วันที่ 5 ธันวาคม เพิ่งผ่านไปหยกๆ เห็นภาพพระราชพิธีที่ท้องสนามหลวงในวันนั้น เห็นภาพการจัดงานเช่นเดียวกันในทุกจังหวัดของประเทศไทย ก็ทำให้หายใจทั่วท้องขึ้นมาได้บ้างว่า สถาบันกษัตริย์ของไทยยังคงแข็งแรงอยู่พอควร น่าจะต่อต้านกับกลุ่มคนที่ต้องการล้มสถาบันกษัตริย์ได้อยู่ และยิ่งพระมหากษัตริย์ก็กำลังทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามองค์บรรพบุรุษอยู่อย่างเต็มพระทัย ในการปกครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรชาวไทย อยู่อย่างขะมักเขม้น
รวมทั้งผู้ใช้อำนาจสูงสุดแทนปวงชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตยทั้งสามอำนาจ อันได้แก่ รัฐบาลและข้าราชการ (อำนาจบริหาร) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา (อำนาจนิติบัญญัติ และตุลาการทั้งปวง (อำนาจตุลาการ) ก็ได้ถวายความจงรักภักดี ถวายความอารักขา ถวายพระเกียรติ และส่งเสริมสถาบันกษัตริย์ อยู่ด้วยเป็นอย่างดี จนพอจะวางใจได้บ้างว่า สถาบันกษัตริย์จะไม่ถูกมอดถูกปลวกทำลายจนสั่นคลอนและได้รับความเสียหาย
สถาบันชาติ
สถาบันชาติมั่นคงได้ก็คนไทยเอง เริ่มต้นตั้งแต่ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทย (ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) ทั้งสาม ได้แก่ ผู้ใช้อำนาจบริหาร ซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา และผู้ใช้อำนาจตุลาการ (ตุลาการในศาลต่างๆ)
นอกเหนือจากคนไทยทั้งสามกลุ่ม ที่มีหน้าที่สำคัญในการที่จะมิให้ชาวไทยต้องสิ้นชาติแล้ว สถาบันครอบครัว ของชาวไทยก็เป็นหน่วยสุดท้ายที่จะต้องรับผิดชอบในหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งจะค่อยๆ ทยอยให้ท่านผู้อ่านนำไปช่วยกันคิด ช่วยกันทำต่อไป
บทบาทของผู้ใช้อำนาจบริหาร แทนปวงชนชาวไทย
เขาเหล่านี้ จะมีบทบาทสำคัญมากในการที่จะรักษาความเป็นชาติไทย เริ่มตั้งแต่รัฐบาลอันประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำตามกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ผู้มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขของปวงชนชาวไทยมีหน้าที่พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และบริหารประเทศตามหลักธรรมาภิบาล ด้วยความเป็นธรรม ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความโปร่งใส
หากประชาชนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ทั้งที่เป็นต้นน้ำ และกลางน้ำของกระบวนการยุติธรรม เอาเรื่องอาชญากรรมที่อื้อฉาวไปเก็บไว้ได้นับสิบปี หมดอายุความไปบ้าง มีประกาศิตไม่ฟ้องบ้าง แต่หัวหน้าของอำนาจบริหารก็ยังทำอะไรไม่ได้ ก็ทำให้ศรัทธาของประชาชนเสื่อมถอย นับตั้งแต่คดีบอส คดีบ้านเอื้ออาทร คดีติดสินบน 20 ล้านบาท ของเครือญาตินักการเมือง
นอกจากนั้นการคอร์รัปชั่น ก็อื้อฉาวมากมายขึ้น แต่ก่อนคนบ่นว่านักการเมืองน้ำเน่า มาเล่นการเมืองเพื่อหาตำแหน่งทำธุรกิจการเมือง เพื่อความร่ำรวยของตนเองและพรรคพวก เดี๋ยวนี้ผู้คนก็เริ่มเบื่อหน่ายกับกลุ่มที่เข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งก็กลายพันธุ์เป็นเหลือบฝูงใหม่ เมื่อประชาชนและเยาวชนได้เห็นแต่สิ่งไม่ดี ไม่งาม ก็ต้องออกมาแสดงพลังขับไล่รัฐบาลจนอาจจะกลายเป็นสงครามกลางเมืองและนำไปสู่การสิ้นชาติ
หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลปราบคอร์รัปชั่นโดยตรงก็เพิกเฉยในการดำเนินการตามกฎหมาย หรือมีมติว่าไม่เป็นความผิดทำให้ศรัทธาของประชาชนเหือดแห้งไป เกิดความแตกต่างกันในด้านความคิด และเลยไปกับสถาบันหลักอื่นๆ ด้วย คำกล่าวที่ว่า “ลูบหน้าปะจมูก” หรือ “ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน” จึงยังคงยึดถือเป็นหลักปฏิบัติอยู่ในวงการผู้ใช้อำนาจบริหาร
สุภาษิตไทยในสมัย Old Normal ใช้มาหลายร้อยปีแล้วว่า
“รู้อะไรไม่สู้ รู้วิชา
รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี”
ก็ควรจะต้องเปลี่ยนเป็นสุภาษิตสมัย New Normal ดังนี้
“รู้อะไรไม่สู้ รู้วิชา
รู้รักษาความถูกต้องและครองธรรม”
บทบาทของผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ แทนปวงชนชาวไทย
ตามระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Parliamentation democracy) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คณะผู้ใช้อำนาจบริหาร ก็จะต้องมาจากหรือได้รับความสนับสนุนจากส่วนใหญ่ของผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติ (สส., สว.)
ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติมีหน้าที่อนุมัติงบประมาณประจำปีให้ผู้ใช้อำนาจบริหารนำไปปฏิบัติ จึงต้องมีหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.งบประมาณ ควบคุมมิให้มีการรั่วไหลและคอร์รัปชั่น และสิ่งใดที่ผู้ใช้อำนาจบริหาร (รัฐบาล) ไม่สามารถกระทำได้ ก็ต้องแก้กฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาได้ เช่น กรณีความเป็นอิสระของกลางน้ำแห่งกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักธรรมาภิบาลก็ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ให้ทุกคนถูกสอบสวนการใช้ดุลยพินิจที่อาจจะมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังได้โดยผู้ที่อยู่นอกวงการกลางน้ำด้วยกัน ซึ่งอาจเห็นอกเห็นใจกันไม่ต้องการให้ถูกทอนอำนาจ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นั้นๆ ด้วย
ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาให้อำนาจแก่ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอย่างล้นเหลือ ท่านต้องร่วมกันคิดอ่านแก้กฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้อำนาจบริหาร หาประโยชน์เข้าตนเองโดยการกระทำละเว้นการกระทำ หรือเรียกร้องผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์ต่องานของรัฐทั้งมวล
ท่านต้องไม่มัวแต่ไปคิด เข้าสู่อำนาจบริหารเสียเอง เพื่อจะได้มีโอกาสสะสมทุนรอนไว้เลี้ยงดูมุ้งของท่าน เลี้ยงหัวคะแนนของท่าน ท่านต้องช่วยกันคิดแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น แก้ปัญหาการผูกขาดทางการค้าและแก้ปัญหาต่างๆ อันจะนำไปสู่การสิ้นชาติ
ศิริภูมิ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี