533.jpg
บทความพิเศษ : เสี้ยนหนามแผ่นดินและศัตรูประชาชน

บทความพิเศษ : เสี้ยนหนามแผ่นดินและศัตรูประชาชน

วันอังคาร ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยกว่าจะเป็นประเทศไทยที่เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าทันโลกทันสมัยมาถึงยุคปัจจุบัน ชาติไทยของเรามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับพันปี จึงมีเมืองไทยอย่างที่เห็นในวันนี้

นับเอาจากยุคอาณาจักรสุโขทัย ที่เริ่มจากเมืองสุโขทัย พื้นที่ภาคกลางตอนบนของไทย ก็มีอายุราว 215 ปี แล้ว คือราว พ.ศ.1792-2006 โดยสุโขทัยถือเป็นรัฐในอดีตรัฐหนึ่ง บนที่ราบลุ่มแม่น้ำยม มีพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง ได้ร่วมกันสถาปนาอำนาจการปกครอง ทำให้สุโขทัยเป็นรัฐเอกราช ปกครองบ้านเมืองจนอาณาจักรสุโขทัยมีความเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ และเจริญถึงจุดสูงสุดในยุคสมัยของพ่อขุนรามคำแหง ก่อนจะตกต่ำและประสบปัญหา จนถูกรวมมาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาในที่สุด


เข้าสู่ยุคของอาณาจักรอยุธยา ถือเป็นอาณาจักรของชนชาติไทยที่เข้มแข็งยิ่งใหญ่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วง พ.ศ.1893-2310 โดยมีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางอำนาจและเป็นราชธานี เป็นราชอาณาจักรที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับหลายชาติ เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย ญี่ปุ่น เปอร์เซีย และชาติตะวันตก เช่น โปรตุเกส สเปน ฮอลันดา(เนเธอร์แลนด์) อังกฤษ ฝรั่งเศส ความเข้มแข็งยิ่งใหญ่ของอาณาจักรอยุธยา ยังเคยสามารถขยายอาณาเขตประเทศราช ไปจนถึงรัฐฉานของพม่า อาณาจักรล้านนา มณฑลยูนนาน อาณาจักรล้านช้าง(ลาว) อาณาจักรขอม (กัมพูชา) และคาบสมุทรมลายู เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของสุโขทัยและอยุธยา มีประวัติศาสตร์ทางการเมือง การปกครองที่น่าศึกษามากมาย คนไทยที่อยากรู้รากเหง้าประเทศของตนที่ยังไม่รู้หรือไม่สำนึก จึงควรศึกษาอย่างยิ่ง

ถึงยุคปัจจุบัน คือ อาณาจักรรัตนโกสินทร์ ถือเป็นราชอาณาจักรที่สี่ในประวัติศาสตร์ไทย โดยเริ่มย้ายเมืองหลวงมาจากกรุงธนบุรี มายังกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 ราชอาณาจักรไทย ยุครัตนโกสินทร์ จึงได้กำเนิดขึ้นและเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาถึง 239 ปี และถ้านับเอาจากสุโขทัยมาถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลาถึง 772 ปี ถ้านับย้อนกลับไปก่อนยุคสุโขทัย กว่าจะรวมเลือดเนื้อเป็นประเทศไทย แผ่นดินนี้ก็มีประวัติศาสตร์มานับพันปี กว่าจะเป็นประเทศไทย

ความเป็นประเทศไทย ที่มีประวัติศาสตร์ชาติมีภาษา วัฒนธรรมและประเพณีการปกครอง ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีความเป็นเอกราช โดยไม่เคยตกเป็นชาติอาณานิคม ของประเทศมหาอำนาจนักล่าอาณานิคมของชาติใด เพียงประเทศเดียวในเอเชีย ทำให้ความเป็นชาติไทยเป็นประเทศที่มีเกียรติภูมิและประวัติศาสตร์ที่ชนชาติไทยภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์

ปัจจุบันการที่ประเทศไทยมีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงเป็นรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติไทย เพราะแผ่นดินไทยที่ได้รวมกันเป็นชาติไทยมาได้ในปัจจุบัน ก็ด้วยพระปรีชาสามารถของบูรพมหากษัตริย์ของไทยทุกพระองค์ ที่ได้ต่อสู้และเสียสละชีวิตเลือดเนื้อเป็นราชพลี เพื่อปกป้องรักษาแผ่นดินไทยด้วยความสามารถนั่นเอง จึงเหลือแผ่นดินนี้ไว้ให้ลูกหลานไทย ทุกคนที่เป็นคนไทยทั้งชีวิตเลือดเนื้อและกายใจ จึงต้องควรมีความสำนึกในสิ่งนี้ในทุกๆ คน

ที่ยกเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นชาติไทยมากล่าว ก็เพราะปัจจุบันมีคนไทยส่วนน้อยจำนวนหนึ่งอ้างตนเป็นคนรุ่นใหม่ อยากเข้ามามีอำนาจทางการเมือง คิดการใหญ่อยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเมือง การปกครองประเทศไทยไปสู่ระบอบที่ประชาชนไม่พึงปรารถนา สุ่มเสี่ยงที่จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความหายนะ เพราะพวกเขาเอาแนวคิดจำขี้ปากมาจากพวกผู้ใหญ่หัวหงอก หัวขาว ประเภทบ่างช่างยุโดยพวกเขาเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นผิดเป็นชอบ โดยไม่มีแนวคิดใดใหม่หรือสร้างสรรค์ อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า จึงทำทุกอย่างที่สวนทางกลับความคิดและความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ ทำทุกอย่างเพื่อทำลายความรักความศรัทธาของประชาชน โดยที่พวกเขาไม่เคยเสนอแนวคิดหรือนโยบายทางการเมืองใดๆ ที่เป็นการสร้างสรรค์หรือเป็นทางออกที่ดีแก่บ้านเมือง ทั้งพฤติกรรมส่วนตนก็มิได้ปฏิบัติหรือประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและแผ่นดินเกิดของตนแต่อย่างใดแต่ละวันพวกเขาคิดได้อย่างเดียวว่า จะหาเรื่องด่าและโจมตีสถาบัน พระมหากษัตริย์ของไทย ที่มีบุญคุณท่วมหัวพวกเขาอย่างไร โดยไร้สำนึกเท่านั้นเอง ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังพยายามเหยียบย่ำ ด้อยค่าประเทศของตน หลงไปชื่นชมประเทศมหาอำนาจ ชาติตะวันตกที่เคยรุกรานยึดครองแผ่นดินไทย พวกเขาทำตนเป็นพวกชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน ทำตนเป็นปฏิปักษ์กับคนไทยร่วมชาติ

พฤติกรรมและการกระทำของบุคคลในลักษณะเช่นนี้ประวัติศาสตร์ไทยหรือประวัติศาสตร์โลก เขาเรียกว่า “เสี้ยนหนามแผ่นดิน”หรือปฏิปักษ์ต่อรัฐ (Enemy of the state) พวกนี้คิดเพียงแก่งแย่งอำนาจทางการเมือง โดยก่ออันตรายต่อประเทศชาติและประชาชน ขอเพียงให้ได้อำนาจ ประเทศจะล่มสลาย ประชาชนจะล้มตายอย่างไร พวกมันก็จะทำ โดยมิได้คำนึงผิดชอบชั่วดี

พฤติกรรมดังกล่าว มักจะมาพร้อมกับการเป็น“ศัตรูประชาชน” หรือ public enemy หรือ enemy of the people พวกนี้มักจะสร้างความเสียหายด้วยการแสดงตนเป็นศัตรูกับรูปแบบทางสังคมมทั้งหมด อะไรในประเทศตนแย่ เลวไปหมดทุกอย่าง ประชาชนที่อยู่กับระบอบนั้นๆ ก็โง่งมงายไปหมดทุกคน มีพวกเขาฉลาดเก่งรู้ดีแต่เพียงผู้เดียว อะไรที่ประชาชนเคารพศรัทธา พวกเขาก็จะกล่าวหาว่างมงาย ถูกหลอกให้เชื่อ โดยพวกเขาไม่เคยเคารพประชาชน

ประเทศใดมีคนประเภทนี้คือพวก “เสี้ยนหนามแผ่นดิน” และ “ศัตรูประชาชน” อยู่ในสังคมไม่ว่าจะมากหรือน้อย ทุกประเทศทั่วโลกล้วนใช้อำนาจรีบกำจัดทั้งสิ้น ไม่มีประเทศใดปล่อยให้คนจำพวกนี้ ขยายตัวเติบโตแม้แต่วินาที ดังคำกล่าวของ“วลาดีมีร์ เลนิน” บอกว่า “ผู้นำทุกคนในระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐธรรมนูญ เป็นพรรคการเมืองซึ่งเต็มไปด้วยศัตรูของประชาชน ซึ่งการกระทำนั้นถือได้ว่าเป็นพวกนอกกฎหมาย และบุคคลพวกนี้สมควรถูกจับกุมและนำตัวมายังศาลปฏิวัติในทันที” เพราะทุกประเทศยึดหลักว่า ประเทศจะเข้มแข็ง อำนาจรัฐประชาชนจะมั่นคง ต้องกำจัดศัตรูประชาชนให้สิ้นซาก

ประเทศไทย มีพวกเสี้ยนหนามแผ่นดิน และศัตรูประชาชน เกิดขึ้นและมีอยู่เกลื่อนกลาดหลายคน หลายกลุ่ม เมื่อไหร่อำนาจรัฐไทยจะกวาดล้างพวกเหล่านี้ให้สิ้นซากไปจากแผ่นดินไทยเสียที เพราะประชาชนไทยทั้งหลาย เอือมระอาและหมดความอดทนกับคนเลวจำพวกนี้เต็มทน มันกร่างในแผ่นดินเหลือเกิน ท่านนายกฯได้ยินไหมครับ

ประพันธุ์ คูณมี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top