วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
ผมตั้งใจไว้นานแล้วครับว่า จะเขียนถึงนักการเมืองหญิงท่านหนึ่ง ที่ผมมีความประทับใจในการทำงาน การดำรงชีวิตและการครองตนอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ อันควรแก่การเคารพนับถืออย่างยิ่ง ไม่ว่าจะในฐานะครูอาจารย์ ,นักการเมือง หรือบุคคลผู้บำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมในหน้าที่ใดๆ ซึ่งบุคคลที่ผมจะกล่าวถึงนี้คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชครับ ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ผมติดตามศึกษาชีวิตและประวัติการทำงานของท่านด้วยความสนใจอย่างยิ่ง เพราะสตรีนักการเมืองที่ทุ่มเทให้งานการเมือง และทำงานรับใช้ประชาชนแบบก้มหน้าตั้งตาทำงาน โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยไม่ท้อแท้และไม่เคยหยุดในบ้านเมืองของเรานั้นหาได้ยากยิ่ง ท่านผู้นี้คือแบบอย่างของคนคนหนึ่ง ที่ทำงานเป็น “วัวงานของประชาชน”
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นลูกอีสานโดยแท้ เกิดที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นบุตรสาวคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ของตระกูล “พงศ์พูนสุขศรี” ถึงปัจจุบันอายุท่านก็ 80 ปี แล้ว ชีวิตส่วนตัวได้สมรสกับนายโชติ โสภณพนิช บุตรชายคนที่ 4 ของนายชิน โสภณพนิช มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ โดยมีบุตรธิดาด้วยกันรวม 4 คน การที่ได้มีชีวิตและฐานะทางสังคมที่ดีเป็นส่วนสำคัญในชีวิตก็จริง แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ แม้จะมีชีวิตและฐานะทางสังคมที่ดี แต่ท่านก็ไม่เคยลืมตัวลืมตนว่าตนเองมีพื้นฐานมาจากที่ใด และมิได้หลงอยู่บนหอคอยงาช้างแต่อย่างใด กลับสนใจทำงานนำความรู้มาช่วยเหลือรับใช้ประชาชน ทดแทนคุณประเทศชาติในทุกๆ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายโดยทุ่มเท เป็นคนที่อยู่กับงานทั้งชีวิตจิตใจ
ชีวิตที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือด้านการศึกษา ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยม) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนโคลัมโบ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและได้รับทุนต่อเนื่องในระดับปริญญาเอก สาขานิวเคลียร์ฟิสิกส์ ที่วิทยาลัยอิมพีเรียล ในเครือมหาวิทยาลัยลอนดอน (Imperial College of Science and Technology University of London) จากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก โดยสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกด้าน High Energy Nuclear Physics เมื่อปี 2513 เพียงเท่านี้ก็เป็นที่น่าทึ่งสำหรับผู้เขียนอย่างยิ่ง
ว่า เด็กหญิงต่างจังหวัด จะเรียกว่า “เด็กบ้านนอก”ก็ได้ตามภาษาของคนอีสาน หรือ“คนชนบท”ตามภาษาคนเมืองเธอทำไมถึงได้เก่งและสามารถในทางการศึกษาได้ถึงขนาดนี้ และที่สำคัญอย่างยิ่งท่านมิได้ลำพองและพึงพอใจในความสำเร็จทางการศึกษาของตนเท่านั้นกลับเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านคิดถึงผู้อื่นคิดถึงคนไทยร่วมชาติตลอดเวลา ดังปรากฏนโยบายหนึ่งที่ท่านทุ่มเทเมื่อมารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการคือ “พัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวไกล เพื่อให้เด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” ซึ่งผู้เขียนจะได้กล่าวถึงผลงานสำคัญของท่านต่อไป
การทำงานด้วยความเสียสละทุ่มเท ใช้วิทยาการความรู้ที่ตนเล่าเรียนมาให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เป็นสิ่งที่ผมได้เห็นการปฏิบัติที่สม่ำเสมอมาตลอดช่วงชีวิตของท่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากสามีคู่ชีวิตและครอบครัวเป็นอย่างดี และทำเช่นนี้มาก่อนที่ท่านจะก้าวสู่ชีวิตทางการเมือง
ท่านเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค เมื่อปี 2529 ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์สำคัญ ที่ทำให้ไทยไม่ล้าหลังในด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และก้าวสู่โลกยุคดิจิทัลในปัจจุบัน ในด้านสังคมยังเป็นประธานศูนย์ฝึกเด็กที่มีปัญหาทางสมอง“ประภาคารปัญญา” มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งผู้ที่มีจิตใจมาทำงานเช่นนี้ ย่อมต้องมีความเสียสละและมีความเมตตาสูง จึงจะทำหน้าที่เช่นนี้ได้ นี่คือแบบอย่างของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นกรรมการเลขาธิการ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมูลนิธินี้ ได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและดำเนินการปลูกป่า รักษาพื้นที่สีเขียว และต้นน้ำลำธาร เพิ่มความเขียวชอุ่มให้แผ่นดินเป็นเวลาต่อเนื่องร่วม 40 ปี นับหลายล้านไร่ทั่วประเทศ อันเป็นงานลักษณะจิตอาสา ด้วยทุนทรัพย์ของมูลนิธิและประชาชน โดยมิได้ใช้งบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด
นี่เป็นเพียงงานส่วนหนึ่งที่ท่านได้ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมือง ยังไม่นับงานในวงการศึกษาที่ท่านเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยต่างๆ และเป็นประธานกรรมการสถาบันการศึกษาในระดับสูงอีกมากมาย ซึ่งคงมิอาจกล่าวได้หมดในบทความนี้
สิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้เขียนตั้งใจจะพูดถึงก็คือ ชีวิตทางการเมืองและการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของท่าน ในรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคุณหญิงเข้าดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ถึงปัจจุบันเป็นเวลาเพียง 1 ปี 6 เดือนเศษ แต่ท่านได้ทุ่มเททำงานและมีผลงานโดดเด่นมากมาย แม้จะอยู่ภายใต้รัฐบาลผสมหลายพรรค และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานเพียงไม่กี่กรม แต่รัฐมนตรีหญิงลูกชาวบ้านที่ใช้ชีวิตติดดินท่านนี้ ก็ทำงานมีผลงานที่น่าศึกษาและติดตามอย่างยิ่ง แต่ด้วยเนื้อที่จำกัด บทความตอนนี้จึงขอเพียงเกริ่นนำเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับท่านรัฐมนตรีหญิงลูกชาวบ้านเป็นพื้นฐานเสียก่อน เพราะผู้เขียนเชื่อว่า พื้นฐานชีวิตทางสังคม การศึกษา ประสบการณ์และความรู้ของบุคคล เป็นพื้นฐานอันสำคัญที่จะนำมาซึ่งแนวคิด และวิถีปฏิบัติตนของบุคคล การจะเป็นผู้รับใช้ประชาชนทั้งชีวิตจิตใจได้นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการที่บุคคลนั้นๆ มีเบ้าหลอมแห่งชีวิตมาอย่างไรเป็นสำคัญ เพราะคนเรานั้นอยู่ที่ไหน ตำแหน่งใดไม่สำคัญเท่ากับการทำงาน ที่ได้บำเพ็ญตนทำอะไรให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองเต็มกำลังความสามารถของตนหรือไม่ แบบอย่างของคุณหญิงกัลยาคือต้นแบบของคนที่ทำงานที่ผมอยากนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ประพันธุ์ คูณมี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี