‘เทศบาลตำบลไทรย้อย’ ตัวอย่างใช้งบฯ‘กปท.’สู้โควิด

‘เทศบาลตำบลไทรย้อย’ ตัวอย่างใช้งบฯ‘กปท.’สู้โควิด

วันอาทิตย์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ทั้งระลอกแรกที่ผ่านมาและระลอกใหม่ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่พบคือ “พลังของชุมชน” โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นตามจังหวัดต่างๆ หลายแห่งมีมาตรการป้องกันเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านปัจจัยจำเป็นในการยังชีพให้กับคนในชุมชนที่เดินทางกลับมาจากภายนอกแล้วต้องแยกตนเองออกจากสมาชิกคนอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นในชุมชน ภายใต้การนำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในฐานะหน่วยงานอำนวยการผู้ใกล้ชิดชุมชนที่สุด

เทศบาลตำบลไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ท้องถิ่นซึ่งมีพื้นที่ 97.5 ตารางกิโลเมตร ประชากร 8,648 คน หรือ 2,819 ครัวเรือน เป็นอีกชุมชนที่มีกลไก
เฝ้าระวังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มแข็ง โดย สมเกียรติ เกรียงไกรอนันต์ นายกเทศมนตรีตำบลไทรย้อย เล่าว่า เทศบาลตำบลไทรย้อย แบ่งการดำเนินกิจกรรมออกเป็น5 กลุ่ม ได้แก่ 1.การสร้างกลไกลการจัดการและเฝ้าระวังพื้นที่ โดยการสร้างศูนย์โควิดชุมชน/การสร้างอาสาสู้โควิด


2.การสื่อสารรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ 3.การลดปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาด 4.การจัดทำสภาพแวดล้อมที่ลดการแพร่ระบาดของเชื้อ และ 5.การสร้างกติกาชุมชนด้วยวิถีNew normal โดยมีกิจกรรมและมาตรการที่สำคัญ เช่น อบรมให้ความรู้ในการป้องกันควบคุมโรค การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามหมู่บ้าน ร้านค้า วัด สถานีตำรวจ นอกจากนี้ เทศบาลยังจัดตั้งด่านชุมชน 17 หมู่บ้าน เพื่อคัดกรองประชาชนและผู้เดินทางเข้า-ออกพื้นที่

“มีการลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้กักตัว 14 วัน จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดการแพร่ระบาดของเชื้อ เช่น จัดจุดล้างมือในที่ชุมชน การจัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั้ง 17 หมู่บ้าน การทำความสะอาดพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในช่วงปิดภาคเรียน การขอความร่วมมือให้เว้นระยะห่างทางสังคม และงดจัดงานตามประเพณี” สมเกียรติ ระบุ

นายกเทศมนตรีตำบลไทรย้อย เล่าต่อไปว่า หนึ่งในงบประมาณที่สำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมโควิด-19 คือ งบประมาณจาก กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) ปีละ 6 แสนบาท ซึ่งสามารถนำไปสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไทรย้อย และบ้านหนองขมิ้น ในการจัดทำโครงการป้องกันไวรัสโควิด-19 ทั้งในตลาดนัดชุมชน การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการร้านค้า รวมไปถึงติดตามเฝ้าระวังกลุ่มผู้สูงอายุ

ขณะที่ ณัฐวุฒิ ใจดี รองปลัดเทศบาลตำบลไทรย้อย กล่าวเสริมว่า เทศบาลฯ ได้นำงบฯ กปท. มาสนับสนุนการจัดทำมาตรการต่างๆ ในชุมชน ตั้งแต่การแจกหน้ากากอนามัย ทำเจลล้างมือ การให้องค์ความรู้ การสร้างสภาพแวดล้อมในชุมชน สร้างมาตรการกับร้านค้า การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงสนับสนุนผู้ที่ต้องถูกกักตัวและดูแลประชากรกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ โดยมี อสม. เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งบูรณาการงบประมาณจากหลายภาคส่วนเพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ขาด เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermal Scan) เจลล้างมือ เป็นต้น

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อธิบายเพิ่มเติมว่า กปท. เป็นกองทุนที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันระหว่าง อปท. กับ สปสช. ในการดูแลสุขภาพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ บนหลักการการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งนอกจากมุ่งส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแล้ว ยังรวมถึงการป้องกันและควบคุมโรคระบาดด้วย โดยงบฯ กปท. นั้นสามารถนำไปใช้ได้อย่างหลากหลาย

“เทศบาลตำบลไทรย้อย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำงบประมาณ กปท. มาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนงานป้องกันและควบคุมโควิด–19 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การคัดกรองการติดตามเฝ้าระวัง ไปจนถึงการนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการการรักษา ขณะเดียวกันยังมีการนำงบในส่วนนี้ไปจัดอบรมให้ความรู้แก่อาสาสมัคร รวมทั้งการจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็นด้วย” ทพ.อรรถพร กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักสนับสนุนระบบบริการสุขภาพชุมชน สปสช. พบว่าในปีงบประมาณ 2563 มี อปท. จำนวน 5,195 แห่ง จากทั้งหมด 7,738 แห่ง หรือร้อยละ 67.2 ได้จัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 (การระบาดรอบแรก) รวมทั้งสิ้น 19,994 โครงการ งบประมาณรวม 989 ล้านบาท และข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 24 ม.ค. 2564(ในปีงบประมาณ 2564) มี อปท. จำนวน 1,753 แห่ง ที่ได้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แล้ว 4,638 โครงการ ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 192.2 ล้านบาท

“กปท.เป็นเครื่องมือที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับใช้ได้ตามบริบทและสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ ฉะนั้นการดำเนินงานของเทศบาลตำบลไทรย้อยจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้พื้นที่อื่นๆ สามารถเรียนรู้และดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวในท้ายที่สุด

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top