วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
“มีบัตร=มีสิทธิ์” การมีบัตรประจำตัวประชาชนหมายถึงรัฐหรือประเทศนั้นๆ รับรองความเป็นพลเมืองของบุคคล เมื่อได้รับการรับรองก็จะมีหน้าที่และสิทธิต่างๆ ตามที่กฎหมายแต่ละประเทศกำหนด โดยสำหรับประเทศไทยนั้นอย่างหนึ่งคือ “หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ที่คนไทยทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย แต่ที่ผ่านมายังมีรายงานพบ “บุคคลตกสำรวจ” ไร้สถานะทางทะเบียนราษฎรอยู่เนืองๆ
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย จัดการประชุมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย เพื่อการพัฒนาสิทธิประโยชน์คนไทยที่มีปัญหาสถานะทางการทะเบียนในระบบสิทธิหลักประกันสุขภาพ โดยเป็นการประชุมคู่ขนานทั้งที่ รร.เซ็นทรา บาย เซ็นทรา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ และทางออนไลน์ผ่านโปรแกรม Zoom
ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข ประธานคณะทำงานพัฒนาการเข้าถึงบริการระบบหลักประกันสุขภาพของกลุ่มคนไทยที่มีปัญหาสถานะ ภายใต้คณะอนุกรรมการ
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันสุขภาพของทุกภาคส่วน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่ากองทุนบัตรทองที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2545 แม้จะครอบคลุมประชากรแล้วถึงร้อยละ 99.98 แต่ยังเหลือคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ เป็นผู้มีปัญหาสถานะทางทะเบียนซึ่งเกิดจากปัญหาซับซ้อนที่อาจทำให้ตกสำรวจไม่มีบัตรประชาชน
อาทิ ไม่ได้แจ้งเกิด บัตรประชาชนสูญหาย ถูกย้ายทะเบียนบ้านออก เป็นต้น คนกลุ่มนี้มีประมาณ 50,000 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนเมื่อเข้ารับการรักษา ปรากฏว่าไม่สามารถเบิกจ่ายจากกองทุนบัตรทองได้ เพราะด้วยงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้เป็นการคำนวณจากต้นทุนบริการและจำนวนผู้มีสิทธิบัตรทองในปีงบประมาณที่ดูจากฐานทะเบียนราษฎร ประกอบกับ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่กำหนดให้ครอบคลุมเฉพาะคนไทย ทำให้คนเหล่านี้จึงไม่ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนบัตรทองได้
ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี กล่าวว่า ที่ผ่านมาอนุกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันสุขภาพในทุกภาคส่วนตระหนักต่อปัญหา จึงประสานและหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมาสู่การลงนามความร่วมมือ 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยและ สปสช. เพื่อร่วมแก้ไขปัญหา โดยดำเนินการภายใต้บทบาทภารกิจของแต่ละหน่วยงาน อาทิ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม สนับสนุนการตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์สถานะ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนการดำเนินการด้านทะเบียน ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ดูในด้านการช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าจากความร่วมมือนี้ ที่ผ่านมาสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ฯรุกนำร่องลงพื้นที่เพื่อตรวจพิสูจน์สถานะให้กับคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนใน 8 จังหวัดแล้ว ได้แก่ เชียงใหม่ กาญจนบุรี ระยอง สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตรัง สงขลา และกรุงเทพฯ ล่าสุดได้ช่วยเหลือคนไทยที่มีปัญหาทางสถานะทางทะเบียนในพื้นที่ อ.สังขละบุรี อ.ท่าม่วง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และอำเภอใกล้เคียง จำนวน 45 คน พร้อมด้วยบุคคลในครอบครัวเพื่อเป็นคู่เทียบตรวจดีเอ็นเอ45 คน รวม 90 คน เข้ารับการตรวจพิสูจน์สิทธิแล้ว
จากงานประชุมสู่พื้นที่จริงดังตัวอย่างที่ สปสช. ร่วมแก้ไขปัญหาคนไร้สถานะทางทะเบียนราษฎร ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์โอรังอัสลี ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในจังหวัดทางภาคใต้ โดยข้อมูลจาก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พบว่า อยู่ใน จ.ยะลา 6 กลุ่ม และ จ.นราธิวาส 2 กลุ่ม รวมทั้งหมด 348 คน โอรังอัสลี เป็นภาษามลายู “โอรัง” แปลว่าคน “อัสลี” แปลว่าดั้งเดิม ด้วยความเชื่อที่ว่าป่าคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และพระผู้เป็นเจ้าได้บัญชาให้ชาวโอรังอัสลีอาศัยอยู่ในผืนป่าวิถีชีวิตของชาวโอรังอัสลีจึงมีความผูกพันกับผืนป่าอย่างแน่นแฟ้น
ดร.ทพ.วิรัตน์ เอื้องพูลสวัสดิ์ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลาเปิดเผยว่า จากการประสานของ ศอ.บต. ทำให้ชาวโอรังอัสลี ในพื้นที่ จ.ยะลา กลุ่มแรกจำนวน 58 คน ได้รับบัตรประชาชนเป็นฅของขวัญปีใหม่ 2564 ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลหรือบัตรทองด้วย และก่อนหน้านี้ ในปี 2561 สปสช. ได้ช่วยลงทะเบียนสิทธิบัตรทองให้กับกลุ่มชาติพันธุ์มานิเทือกเขาบรรทัดมาแล้วจำนวน 376 คน
นับเป็นอีกครั้งหนึ่งของการขับเคลื่อนการดูแลกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในการดูแลให้คนไทยทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยมีหลักประกันสุขภาพรองรับ!!!
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี