วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
เครือข่ายบริบาลและการลงทะเบียนเบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานวินิจฉัยก่อนอายุ 30 ปี (T1DDAR CN) สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จัดเวทีวิชาการ T1DDAR ระดมพลัง “วิชาชีพสุขภาพ” ยกระดับการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ทั่วประเทศ ขึ้นที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้และเครือข่ายบริบาลฯ ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และเบาหวานวินิจฉัยก่อนอายุ 30 ปี ทั่วประเทศ
นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า เครือข่ายบริบาลฯ T1DDAR CN ได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถเชื่อมโยงภาควิชาการและนโยบายในการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ โดยมีสมาชิกเครือข่ายที่ครบองค์ประกอบด้านวิชาชีพทางการแพทย์ส่งผลให้การดูแลผู้ป่วยเบาหวานเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเครือข่ายลักษณะนี้ ยังเป็นสิ่งที่ระบบสาธารณสุขต้องการอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรคเบาหวานถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มของจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหากไม่ผลักดันมีการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อประเทศโดยขยายเป็นวงกว้างได้ การดำเนินการของครือข่ายบริบาลฯ T1DDAR CN จึงมีผลกระทบเชิงบวกบวกในระดับสูง
“วันนี้มีผู้เข้าร่วมมากเกินความคาดหมาย แสดงให้เห็นถึงพลังและความตั้งใจของทุกภาคส่วน กรมการแพทย์ในฐานะหน่วยงานวิชาการ พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างองค์ความรู้กับการปฏิบัติในพื้นที่ และยินดีสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายอย่างต่อเนื่องต่อไป” รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว
.jpg)
ขณะที่ พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล อุปนายกคนที่ 2 สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่าย T1DDAR CN เกิดจากความร่วมมือของโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผู้สนใจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 และผู้ป่วยเบาหวานที่วินิจฉัยก่อนอายุ 30 ปี ให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ มุ่งจัดทำแนวทางการวินิจฉัย การบริบาลรักษา และระบบส่งต่ออย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ในเวชปฏิบัติจริง สนับสนุนการสอนทักษะการดูแลตนเองด้านโรคเบาหวาน และส่งเสริมการค้นหาสาเหตุของโรคในผู้ป่วยกลุ่มอายุน้อยอย่างเหมาะสม
พญ.สุภาวดีกล่าวว่า วันนี้มีโรงพยาบาลที่ร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายฯ แล้วจำนวน 108 แห่ง และในปี 2569 นี้จะเพิ่มเติมอีกจำนวน 20 แห่ง รวมถึงการผลักดันสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานในระบบสุขภาพของประเทศ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือการลดอัตราการเจ็บป่วยเฉียบพลัน และภาวะแทรกซ้อน ภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และเสริมความยั่งยืนให้ระบบสาธารณสุขของประเทศ
นอกจากนี้ทางเครือข่ายฯ ยังมุ่งสร้างความเข้มแข็งของทีมสหสาขาวิชาชีพ ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ที่ทันสมัย จึงได้มีการจัดการประชุมเครือข่าย T1DDAR CN มาอย่างต่อเนื่อง และการประชุมในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 13 มีผู้เข้าร่วมประชุมมากที่สุด คือ 427 คน จากโรงพยาบาล 98 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง ทั้งแพทย์สาขาต่อมไร้ท่อ กุมารแพทย์ อายุรแพทย์ พยาบาล และนักกำหนดอาหาร เป็นต้น
“เบาหวานชนิดที่ 1 วันนี้ไม่ได้มีแต่ผู้ป่วยเด็กเท่านั้น แต่เรายังพบในผู้ป่วยวัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุด้วย โดยผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่อายุมากที่สุด คือ 84 ปี ดังนั้นจึงต้องช่วยกันขับเคลื่อน ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานเริ่มเป็นตั้งแต่วัยรุ่นจากที่ได้รับการรักษาต่อเนื่องวันนี้ก็มีอายุ 72 ปีแล้ว ดังนั้น หากมีการดูแลที่ดีก็นำพาโรคสู่ระยะสงบและมีสุขภาพที่ดีได้” พญ.สุภาวดี กล่าว
.jpg)
ทางด้าน นพ.เพชร รองอารีย์ อุปนายกคนที่ 1 สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ของประเทศไทย ระหว่างปี 2548-2557 พบว่ามีผู้ป่วยประมาณ 21,000 คน โดยมีเพียงร้อยละ 16 ที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ตามเป้าหมาย ในจำนวนนี้ ร้อยละ 50 ได้รับการรักษาแบบเข้มขั้นด้วยอินซูลิน ร้อยละ 40 ตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้ววันละ 3 ครั้ง มีร้อยละ 17 ที่ไม่ได้มีการตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้วเลย เนื่องจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วย โดยเริ่มจาก “โครงการเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษามหาราชัน รวมพลังบริบาลผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1” (พ.ศ. 2554) ในโรงพยาบาล 25 แห่ง ผู้ป่วย 84 ครอบครัว 85 ราย ก่อนขยายสู่เครือข่ายบริบาล T1DDAR CN ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อติดตามผู้ป่วยในเครือข่ายจำนวน 500 ราย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีภาวะกรดคีโตจากเบาหวาน และไม่พบภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 เป็นร้อยละ 40 สะท้อนถึงประสิทธิผลของการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม
นพ.เพชร กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนดสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม ทั้งอินซูลิน การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 จำนวน 21,000 ราย ในจำนวนนี้ ลงทะเบียนผู้ป่วยในระบบจำนวน 5,681 ราย หรือร้อยละ 27.1
ขณะที่จากข้อมูลระบบ e-claim ของ สปสช. (ก.ย. 2567) มีผู้ป่วยที่รับบริการตามชุดสิทธิประโยชน์เพียงจำนวน 2,811 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 13.4 ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ทั้งประเทศ
.jpg)
นอกจากนี้จากการสุ่มตรวจประเมินของ สปสช. ยังพบว่าในจำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ลงทะเบียน มีร้อยละ 20 เป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดอื่นหรือโรคอื่น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย และโจทย์ที่ต้องดำเนินการต่อไป
“ปัจจุบันผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ที่มารับบริการที่คลินิกเบาหวาน ร้อยละ 50 เป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดีมีข้อมูลที่น่าสนใจมาก คืออายุผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 พบอายุน้อยสุดอยู่ที่อายุ 2 เดือน และสูงสุดอายุ 72 ปี ขณะที่เบาหวานชนิดที่ 2 พบอายุน้อยสุดที่อายุ 4.2 ขวบ ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้พบแต่ในผู้ใหญ่ อีกทั้งผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ก็ไม่ได้มีภาวะผอมเท่านั้น แต่มีผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนด้วย”นพ.เพชร กล่าว
นพ.เพชร กล่าวต่อว่า นอกจากระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีสิทธิประโยชน์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ครอบคลุมแล้ว ในส่วนของระบบประกันสังคมและระบบสวัสดิการข้าราชการ ทราบว่าอยู่ระหว่างการขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมเช่นกัน
อย่างไรก็ดีกระทรวงสาธารณสุขอาจบรรจุโรคโครงการ T1DDAR CN สู่ Service Plan ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนให้ผู้ป่วยเบาหวานกลุ่มนี้ได้รับการดูแลที่มีประสิทธิผลและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี