วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยนับตั้งแต่ระลอกแรกเมื่อเดือน มี.ค.2563 จนถึงระลอก 3 ในปัจจุบัน “ชุมชน” เป็นอีกตัวแปรสำคัญในการรับมือและประคับประคองสถานการณ์อันยากลำบาก ตั้งแต่การสอดส่องกำชับให้ปฏิบัติตามมาตรการลดความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด หรือหากจำเป็นต้องกักตัวแยกจากสมาชิกคนอื่นๆ ก็อาจช่วยกันส่งอาหารและน้ำให้ เป็นต้น
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “ชุมชนท้องถิ่น รู้รับ ปรับตัว สู้ภัยโควิด-19” เชิญผู้นำชุมชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หนึ่งในจุดเสี่ยงระบาดรุนแรง มาบอกเล่ากระบวนการรับมือสถานการณ์โควิด-19 ระบาด อาทิ อาซัน สือนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สะเอะ อ.กรงปีนัง จ.ยะลา กล่าวว่า การรับมือโควิด-19ของพื้นที่ ต.สะเอะ อ.กรงปีนัง จะมีการติดตามข่าวสารตลอด มีการประชุมหารือกับผู้นำในชุมชน ผู้นำศาสนา และภาคเอกชน เพื่อวางแผนการเฝ้าระวังและรับมือโควิด-19
โดยใช้การประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ เฝ้าระวัง เร่งสร้างความตระหนักและกระตุ้นมาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง รวมทั้งเคาะประตูตามบ้านและร้านค้าให้ช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกัน ซึ่งคนในชุมชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งผลกระทบของอาชีพในช่วงโควิด-19 ไม่ค่อยมีผลกระทบมากนัก เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวสวน แต่มีผลกระทบต่อชาวบ้านที่ทำอาชีพค้าขาย ร้านขายของชำ
“ในพื้นที่ไม่มีค่อยมีคนต่างถิ่นเข้ามามากนัก นอกจากข้าราชที่ทำงานในอำเภอ และครูที่ต้องเข้ามาสอนในพื้นที่ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเนื่องจากให้ความร่วมมือ
เป็นอย่างดี ในส่วนของช่องทางการสื่อสารกับคนในชุมชน โดยใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ในการกระจายความรู้ ข่าวสาร รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านมัสยิดในวันศุกร์ที่มีการละหมาด โดยขอความร่วมมือกับผู้นำศาสนา และเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่จะเป็นแบบอย่างรณรงค์ในชุมชนในการป้องกันโควิด-19
แต่ปัจจัยความสำเร็จคือการให้ความร่วมมือของทุกคน ให้ตระหนักถึงผลกระทบจากโควิด-19 สร้างความเข้าใจกับโต๊ะอิหม่าม หรือผู้นำศาสนา ชี้ให้เห็นว่า หากมีผู้ติดเชื้อเพียงหนึ่งคน ก็ต้องปิดมัสยิด ปิดทั้งตำบล ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง จึงกลายเป็นวิถีของชุมชน ซึ่งผมจะเน้นขอความร่วมมือจะไม่ใช้การบังคับ” นายก อบต.สะเอะ กล่าว
ขณะที่ ซูลกีฟรี เจ๊ะมามะ นายก อบต.โละจูด อ.แว้ง จ.นราธิวาส กล่าวว่าต.โละจูด อ.แว้ง มีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย จึงมีความกังวลในการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ จากสถานการณ์เกิดขึ้นทำให้ทางประเทศมาเลเซียให้คนที่เข้ามาทำงานออกจากประเทศ ดังนั้น จึงมีขั้นตอนในการปฏิบัติของกลุ่มเสี่ยงหากจะเข้าพื้นที่โละจูด ซึ่งการปฏิบัติตั้งการระบาดรอบที่ 1 คือ ต้องไปรายงานตัวที่สาธารณสุข อ.สุไหงโก-ลกก่อน เพื่อที่จะได้ประเมินว่าจะให้กลับบ้านหรือให้ไปกักตัวที่ศูนย์เพื่อรอดูอาการ
ส่วนคนที่ได้กลับบ้านจะมี อสม.เข้าไปตรวจวัดไข้ และติดตามการกักตัว นอกจากนี้ยังใช้งบประมาณจากกองทุน สปสช. เพื่อใช้ผลิตหน้ากากอนามัยให้กับผู้สูงอายุ และเนื่องจากไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ จึงใช้การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย และยังเชิญให้บุคลากรที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล มาให้ความรู้แก่ประชาชนอีกด้วย
“สำหรับขั้นตอนในการปฏิบัติของกลุ่มเสี่ยงหากจะเข้าพื้นที่โละจูด คือต้องไปรายงานตัวที่สาธารณสุขอำเภอก่อนเพื่อที่จะได้ประเมินว่าจะให้กลับบ้านหรือให้ไปกักตัวที่ศูนย์เพื่อรอดูอาการ ส่วนคนที่กลับที่บ้าน ก็มีก็จะอสม.เข้าไป ตรวจวัดไข้และติดตามการกักตัว รวมไปถึงแจกหน้ากากอนามัย เจลแอกอฮอล์ล้างมือ ให้กับคนทุกกลุ่มในชุมชน และประชาสัมพันธ์การปฏิบัติตัวป้องกันการติดเชื้อโควิด-19อย่างต่อเนื่อง” ซูลกีฟรี กล่าว
ด้าน จำรัส ฮ่องสาย นายก อบต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล เล่าว่า พื้นที่ ต.ละงู จ.สตูล เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีประชากรเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีประชากรประมาณ 6 พันกว่าครัวเรือน ซึ่งในพื้นที่มีการเตรียมความพร้อมมาตลอดในการป้องกันโควิด-19 เห็นได้จาก จ.สตูล เป็นจังหวัดสุดท้ายของประเทศที่พบผู้ติดเชื้อ ด้วยความร่วมมือจากชาวบ้านในชุมชน หน่วยงานท้องถิ่นต่างๆ
โดยเฉพาะ “ผู้นำศาสนา” ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชากรในพื้นที่ร้อยละ 92 นับถือศาสนาอิสลาม จึงมอบหน้าที่ให้ผู้นำศาสนาให้ความรู้ และวิธีป้องกันที่ถูกต้องให้กับคนในชุมชน นอกจากนี้ ในชุมชนยังมีสถานีวิทยุเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงการป้องกัน และตระหนักถึง ภาคอันตรายจากโควิด-19 และยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟซบุ๊ค ไลน์ และเว็บไซค์ขององค์กรส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้มีการสนับสนุนให้กลุ่มองค์กรต่างๆเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) และแพทย์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ด้วย
“ปัจจัยที่ทำให้สามารถป้องกันโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่ นอกจากการสร้างความเข้าใจกับคนภายในชุมชนแล้ว การให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการแพร่ระบาดที่ผ่านมาจึงเป็นเรื่องทำแล้วได้ผลอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังทำให้ไม่มีการคัดค้านหากมีการถูกกักตัวของคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง” นายก อบต.ละงู กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี