บทความพิเศษ : ปัจจัยในการดำรง ‘ชาติ’ (ตอน2)

บทความพิเศษ : ปัจจัยในการดำรง ‘ชาติ’ (ตอน2)

วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

สัปดาห์ที่แล้ว ได้กล่าวถึงปัจจัยแรกและสำคัญในการที่จะดำรง “ชาติ” ชาติใดชาติหนึ่งไว้ได้ ก็จะต้องมี “ดินแดน” เป็นของตนเอง เป็นของ “ชาติ” นั้นๆ และเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน” ก็ถูก
หยิบยกขึ้นมา โดยเป็นเนื้อเพลงที่แสดงความเป็น “ชาติไทย”

ก่อนจะไปถึงปัจจัยอื่นในการดำรง “ชาติ”ก็เห็นจะต้องสดุดี คุณครูเอื้อ สุนทรสนาน เจ้าของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2482 และจะมีอายุครบ 82 ปี ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้(พ.ศ.2564) ยุคนั้นเป็นยุคความรุ่งเรืองของดนตรีไทย เพลงไทย ทั้งนักแต่งเพลง นักดนตรีนักร้อง นักประสานเสียง ซึ่งครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล ได้รังสรรค์บทเพลงสำคัญของชาติ ในระยะนั้นมากมาย โดยเฉพาะสองบทอันได้แก่ เพลงราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น และเพลงบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งเพลงของสุนทราภรณ์เพลงนี้ ได้รับการตัดสินให้เป็นบทเพลงที่ชนะเลิศในการประกวดของสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหมในขณะนั้น


จึงเป็นประวัติอันน่าชื่นชมของครูเอื้อสุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล แต่งเพลง ทำนอง และเล่นดนตรี เพื่อให้คนไทยทั้งชาติได้รักใคร่สมานฉันท์กัน และภาคภูมิใจในความในความเป็นคนชาติไทย ด้วยกัน

สมควรที่คนชาติไทยรุ่นหลังจะได้รับทราบ ชื่นชม และจดจำไว้เป็นแบบอย่าง

ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญในการดำรง “ชาติ” ว่าได้แก่การมี “ดินแดน(Territory)” เป็นของตนเอง และกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการได้มาซึ่งความเป็น “ชาติ” ของตน ก็ยังพยายามรักษาปัจจัยอื่นของการ “ดำรงชาติ”ไว้ เช่น ภาษา วัฒนธรรม ประเพณี และกองกำลังของชาติพันธุ์ของตนเองไว้

แต่พอดีสัปดาห์นี้มีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาจึงคงจะต้องกระโดดข้ามไปปัจจัยอื่นที่กำลังอยู่ในกระแสของคนไทยทั้งชาติ ปัจจัยนั้นก็คือ “กระบวนการยุติธรรม”

การที่ชาติชาติหนึ่งจะดำรงอยู่ได้ กระบวนการยุติธรรมของชาตินั้นจะต้องเข้มแข็ง ยึดถือความถูกต้อง (Righteousness), หลักนิติรัฐ (Rules of Law), จริยธรรม (Ethics), ศีลธรรม(Moral) หากมีความอ่อนแอในกระบวนการยุติธรรมชาตินั้นๆ ก็อาจจะเดินทางไปสู่หายนะหรือความ “สิ้นชาติ” ได้

กระบวนการยุติธรรมของชาติไทย กำลังกระทบกระเทือนอยู่หรือไม่ ลองมาดูกระบวนการในระยะ 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำกลางน้ำ ก็ได้รับความไม่พึงพอใจเป็นอย่างหนัก จากการทำสำนวนให้อ่อนของต้นน้ำ การตัดสินใจไม่ฟ้องของกลางน้ำ กระบวนการที่ปลายน้ำจึงเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่

แต่ถ้าความอ่อนแอเกิดขึ้นในกระบวนการปลายน้ำ ประชาชนก็จะเกิดความสิ้นหวัง หากกระบวนการปลายน้ำถูกชักจูงให้ห่างเหความยุติธรรม ไม่ว่าโดยอิทธิพลทางการเมือง ไม่ว่าโดยการเห็นแก่พวกพ้อง เงินทอง หรือลาภยศอื่นๆ

สังคมโลกก็จะเกิดความรังเกียจ ไม่ให้ความเคารพนับถือ ไม่อยากมาลงทุนด้วย เป็นผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจระยะยาว

ประชาชนก็เกิดความเสื่อมศรัทธา โดยการประชดประชันว่าอยากไปอยู่ประเทศอื่นบ้างหมดกำลังใจในการประพฤติดี ปฏิบัติดี ที่หัวรุนแรงหน่อยก็อยากให้มีการเดินขบวนกดดันขับไล่ผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทยบ้างไม่ว่าจะเป็นอำนาจใดในสามอำนาจ (อำนาจบริหารอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจตุลาการ) ที่หนักไปกว่านั้นก็อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงแบบในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1789 หรือเกิดสงครามกลางเมือง (Civil War) โดยอาศัยกองกำลังต่างชาติบ้าง

นั่นคือความล่มสลายของชาติ กว่าการปฏิวัติในฝรั่งเศสจะสิ้นสุด ก็ต้องรบกันเองภายในประเทศอีกนับสิบปี ส่วนการนำกองกำลังต่างชาติเข้ามาในประเทศ สิบๆ ปีก็ยังไม่จบ บ้านเมืองมีแต่ความแตกสลายหายนะ

ท่านที่อาสาสมัครเข้ามาเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยแทนปวงชนชาวไทย จึงควรตระหนักว่าการไม่อยู่ในทำนองคลองธรรม การปฏิบัติตนแบบศรีธนญชัย หรือแบบเอาข้างเข้าถู หรือเป็นเพราะถูกอิทธิพลของการเมืองน้ำเน่าบ้างการสำนึกบุญคุณโดยไม่คำนึงความถูกต้องบ้าง การเห็นแก่อามิสสินจ้างบ้าง เป็นเส้นทางไปสู่ความล่มสลายของชาติเราได้

ท่านเหล่านี้ก็ได้แก่ ชาวไทยทุกคนที่อยู่ในอำนาจบริหาร (ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร) ทุกคนที่อยู่ในอำนาจนิติบัญญัติ (สส., สว., และผู้มีตำแหน่งอื่นของอำนาจ นิติบัญญัติ) ทุกคนที่อยู่ในอำนาจตุลาการ ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และ ศาลรัฐธรรมนูญ, ท่านที่อยู่ในองค์กรอิสระ เช่น อัยการ, ป.ป.ช., กกต., สตง. ฯลฯ

ความอ่อนแอของท่านก่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นในชาติ ย่อมเป็นสาเหตุของการล่มสลายของชาติได้

บทความนี้เชื่อว่า ทุกท่านที่อยู่ในองค์กรที่เอ่ยมานี้ มีความรักชาติ และอยากให้ประเทศไทย ชนชาติไทย มีความจีรังยั่งยืนตลอดไป เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ ไม่อยากให้ชนชาติไทยถูกเหยียดหยามและไม่ได้รับการเคารพนับถือในเวทีโลก ท่านก็จะต้องมองระยะยาวไปมากๆ หน่อย ไม่ใช่มองสั้นๆ เพียงว่าให้พรรคพวกพ้นคุก ก็ไปข่มขู่อัยการและตำรวจ หรือเพียงว่าให้รอดพ้นจากการถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรี นั่นเป็นชัยชนะของท่านและพวกท่าน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างแรงในระยะยาว เสียหายต่อการดำรงชาติในเวทีโลก (International Forum) จึงหวังว่า นับจากนี้ไป ท่านจะได้มองผลลัพธ์ต่างๆ ในระยะยาวให้มากขึ้น อย่าเห็นแก่ชัยชนะทางคดีความหรือทางการเมืองในระยะสั้นซึ่งมีผลระยะยาวไปสู่ความเสื่อมของชาติหรือการสิ้นชาติได้

เว้นเสียแต่ว่า คดีความทางการเมือง ฝ่ายที่ต้องการทำลายล้าง ความน่าเชื่อถือของอำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ จะฟ้องคดีให้หลักฐานอ่อนไปหมด เมื่อศาลตัดสินว่าผู้ต้องหาไม่ผิด สถาบันหลัก ของความยุติธรรมก็จะสั่นคลอนไม่เป็นที่น่าเชื่อถืออีกต่อไป

ก็เข้าทางการเมืองน้ำเน่าแห่งระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (ParliamentarianDemocracy) ซึ่งจะต้องหาทางโค่นล้มรัฐบาลที่ไม่ใช่ฝ่ายของตน ทุกวิถีทาง

“ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกล

ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็จะเอาด้วยคาถา

ชาติไทยจะเสียหาย ก็ไม่ใช่เรื่องของข้า

ขอให้พวกเราได้กลับมา สู่อำนาจก็พอ”

ตอนนี้ ก็เป็นบทบาทในการนำ (Leadership)ของหัวหน้าฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) แล้วว่า จะมีความกล้าหาญ (Courage) ในการแก้เกมส์นี้ ได้หรือไม่เพียงใด

หรือบทบาทในการเสียสละ (Self Sacrifice) ของผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง โดยการลาออกและแถลงถึงการเสียสละประโยชน์ของตน เพื่อประโยชน์และศักดิ์ศรีของความเป็นไทย ของชาติไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top