บทความพิเศษ : ประเทศใด จะพ่ายศึกก่อนกัน

บทความพิเศษ : ประเทศใด จะพ่ายศึกก่อนกัน

วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทุกประเทศในโลก ย่อมกำลังทำศึกอยู่


ศึกเหล่านี้ มีมานานแล้ว เช่น สงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ.1914-1918), สงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ.1939-1945), สงครามเย็น (ค.ศ.1945-1991)

ถ้าจะย่อยลงมา ก็มีสงครามเกาหลี (ค.ศ.1950-1953), สงครามเวียดนาม (ค.ศ.1970-1975), สงครามแถบตะวันออกกลาง (จนปัจจุบันนี้)

เพราะทุกประเทศอยู่บนเวทีโลก (International Forum) ก็ย่อมมีการแย่งชิง มีการขัดประโยชน์ ซึ่งสงครามเหล่านี้ ก็มีขอบเขตเล็กๆ บ้าง ขนาดกลางบ้าง ขนาดใหญ่ทั่วโลกบ้าง เช่น สงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2

ศึกที่กล่าวมาข้างต้น ก็ต้องมีการรวมกลุ่มกันต่อสู้ แต่ศึกที่ต้องสู้ด้วยตนเองก็มี เช่น สงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยกับเขมร, ไทยกับลาว, ไทยกับพม่า (ในอดีต), หรือ รัสเซียกับยูเครน, จอร์เจียกับอาร์เมเนีย ฯลฯ ถึงจะเป็นสงครามเล็กๆ เฉพาะ 2 ประเทศ แต่ก็ทำให้ผู้พ่ายศึก สิ้นชาติได้เหมือนกัน

ถ้าอยากดูตัวอย่างก็ให้ไปดูเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ.2310

___________________________________________

ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นศึกที่ต้องลงไม้ลงมือ รบกันยิงกันฆ่าฟันกัน

แต่ศึกอื่นๆก็ยังมีอีกในแต่ละประเทศ การพ่ายแพ้ในศึกนั้นๆ อย่างเบาะๆ ก็ทำให้ประเทศด้อยถอยหลังได้

อย่างมากหน่อยก็ทำให้ประเทศสิ้นเนื้อประดาตัว เช่น เวเนซุเอลาในปัจจุบัน หรือสิ้นชาติได้

ศึกสงครามเหล่านี้ ก็มีสงครามต่อสู้กับความยากจน, สงครามต่อสู้กับคอร์รัปชั่น, สงครามต่อสู้กับโรคระบาด (ไวรัสโควิด-19), สงครามการเมืองภายใน ระหว่างพรรคการเมือง เพื่อชิงอำนาจกัน ฯลฯ

การชนะศึกเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้ประเทศมีฐานะดีขึ้น ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น รายได้ต่อหัวของพลเมืองก็จะอยู่ในระดับสูง (พ้นจากระดับรายได้ต่ำและระดับรายได้ปานกลาง)

คราวที่แล้ว ได้มีการเทียบเคียงกันให้ดูระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญศึกทั้งภายในและศึกภายนอกอยู่คล้ายๆ กัน

____________________________________________

ได้มีการเทียบระหว่างอิสราเอลกับไทยมาแล้วว่า ทั้งๆ ที่ยังสู้รบกับศึกภายนอกอย่างหนักหน่วง การเมืองก็ก่อให้เกิดศึกภายในขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรี 12 ปี ของอิสราเอล ก็ถูกสอยร่วงไปแล้วโดยสงครามการเมืองภายใน ถ้าฝ่ายที่ขึ้นมาแทนที่ซึ่งเป็นทั้งมือใหม่และมีถึง 8 พรรคเล็กๆ แบ่งเค้กกันไม่ลงตัว ท่านคิดหรือว่า เขาจะชนะศึกภายนอกได้ง่ายๆ ถ้าหากไม่ถูกน็อกเอาท์ไปก่อนก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว

ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Paliamentarian Democracy)ของอิสราเอล ก็เหมือนกับของไทยในปัจจุบัน และของฝรั่งเศสก่อนปี ค.ศ.1959 (ก่อนยุคสาธารณรัฐที่ 5 หรือ Cinquième Republique)ซึ่งพลเอกเดอโกลล์มาแก้ไขอย่างเรียบร้อย โดยสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพให้แก่ฝ่ายบริหาร จะได้บริหารบ้านเมืองไปได้เต็มที่ในช่วงเวลาที่ได้รับมอบหมาย ไม่ต้องห่วงใยอยู่กับการแบ่งปันผลประโยชน์ หาเงินมาเลี้ยงมุ้ง สส. และสส. ก็ไม่ต้องมายุ่งอยู่กับการซื้อเสียงประชาชนผู้มาออกเสียง อันเป็นบ่อเกิดแห่งการคอร์รัปชั่น ศีลธรรมเสื่อมโทรมของประเทศที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

ประเทศใด จะชนะศึกได้ จะต้องมีฝ่ายบริหาร (ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรี และครม.) ที่มีเสถียรภาพ เป็นรัฐบาลที่ดีประชาชนทั้งประเทศสนับสนุน จึงจะมีพลังไปต่อสู้ศึกทั้งภายนอกและภายในได้

ขอให้ดูภาพข้างล่างนี้ เพื่อความเข้าใจว่า ผู้ใช้อำนาจอธิปไตยทั้งสามแทนประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Paliamentarian Democracy) มีที่มาอย่างไร

ตกลงการเลือกตั้งมิใช่วิธีเดียวในการเข้าสู่อำนาจทั้งสาม การกำหนดคุณสมบัติ การกลั่นกรอง การคัดเลือก ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้ามาใช้อำนาจแทนประชาชน

_________________________________________

ปัญหาการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ก็คือที่มาของอำนาจบริหารนี่แหละ ที่ สส. ผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติอยู่แล้วมีความใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาใช้อำนาจนี้

จึงเป็นบ่อเกิดแห่งการเขียนรัฐธรรมนูญ ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Paliamentarian Democracy) ขึ้น โดยให้ สส.เป็นผู้เลือกนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรี และเป็นเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงต่างๆเสียเอง ไหนจะได้ใช้เงินงบประมาณมากมาย แล้วยังได้เป็นผู้บังคับบัญชาของปลัดกระทรวง อธิบดี โยกย้ายได้ ให้ความดีความชอบได้

_________________________________

การเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ในบางประเทศ จึงกลายเป็นการเมืองน้ำเน่า กลายเป็น “ธุรกิจการเมือง” สส. จึงต้องหาเงินมาซื้อเสียงผู้เลือกตั้งให้ตนได้เป็น สส. เป็นแล้วก็ต้องเรียกเงินจากเจ้าของมุ้ง เพื่อออกเสียงสนับสนุนให้เป็น รมต. เมื่อสส. เจ้าของมุ้งได้เป็น ร.ม.ต. จึงต้องทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อหาเงินมาจ่ายลูกมุ้งของตน ถ้าหาไม่ค่อยได้ก็บีบบังคับให้ข้าราชการประจำหาให้ มิฉะนั้น จะถูกแขวน ถูกย้าย ที่ใจอ่อนก็ทำให้ แล้วก็ถูกติดคุกติดตะรางกันไปมากมายทุกระดับ

_________________________________

พลเอกเดอโกลล์แห่งฝรั่งเศส จึงแก้รัฐธรรมนูญ โดยแก้จาก Paliamentarian Democracy มาเป็น Semi-Presidential Democracy มีโครงสร้างใหม่ที่สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพให้แก่ฝ่ายบริหาร เพื่อจะสามารถฟันฝ่าศึกภายนอกและศึกภายในได้ เพื่อที่จะสามารถบริหารบ้านเมือง โครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การศึกษาของชาติ นวัตกรรมของชาติ การวิจัยและพัฒนาของชาติ ได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลไม่ล้มลุกคลุกคลานเหมือนสมัยสาธารณรัฐที่ 1-4 และนำประเทศฝรั่งเศสมาอยู่ในแนวหน้า แถวเดียวกับเยอรมันนี รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา

ประชาธิปไตยแบบ Semi-Presidential ของฝรั่งเศส ซึ่งมีทั้งประธานาธิบดีเป็นส่วนหัวสูงสุด และนายกรัฐมนตรีเป็นส่วนหัวรองลงมาจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกและการลงคะแนนโดย สส.

ประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ย่อมมีประมุขที่มั่นคงและมีเสถียรภาพที่ดีอยู่แล้ว หากเรามีวิธีจัดหาหัวหน้าฝ่ายบริหาร (นายกรัฐมนตรี) ให้มั่นคงและมีเสถียรภาพได้ด้วย ประเทศก็จะเดินหน้าลิ่ว ประชาชนก็จะพ้นความยากจนกันเสียที

แล้วเราอยากได้หัวหน้าฝ่ายบริหารที่มีคุณสมบัติอย่างไร จะกลั่นกรองคัดเลือกกันอย่างไร และจะคานอำนาจ (Balance of Power) กับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการได้อย่างไร เพื่อสามารถนำประเทศ ให้ชนะศึกภายนอกและภายในได้ คงจะต้องไปนอนคิดแล้วเอามาถกกันคราวหน้า

สวัสดีย้อนหลัง วันรัฐธรรมนูญ 24 มิถุนายน 2475 ที่นำการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา (Paliamentarian Democracy) มาใช้ และทำเอาประเทศไทยล้าหลังประเทศที่เคยอยู่หลังเรา ไปหลายขุม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top