วันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
ผงะ!สถิติคุกคามเพศ เด็ก4ขวบ-แม่เฒ่าวัย94ปีตกเป็น‘เหยื่อ’ ยื่น6ข้อร้องรัฐเร่งแก้ไข

ผงะ!สถิติคุกคามเพศ เด็ก4ขวบ-แม่เฒ่าวัย94ปีตกเป็น‘เหยื่อ’ ยื่น6ข้อร้องรัฐเร่งแก้ไข

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.00 น.
Tag : คุกคามเพศ แม่เฒ่า สถิติ เหยื่อ เด็ก4ขวบ
  •  

ผงะ!สถิติคุกคามเพศ เด็ก4ขวบ-แม่เฒ่าวัย94ปีตกเป็น‘เหยื่อ’ ยื่น6ข้อร้องรัฐเร่งแก้ไข

26 เมษายน 2565 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ “กลุ่มผีเสื้อขยับปีก” ประกอบด้วย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล , เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ และมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกันจัดกิจกรรม รณรงค์ต่อต้านการข่มขืนคุกคามทางเพศ ตอน “ผีเสื้อผู้กล้าเราจะยืนเคียงข้างเธอ” โดยมีการเดินรณรงค์แจกสื่อประชาสัมพันธ์ต่อต้านการข่มขืน คุกคามทางเพศ ตั้งแต่บริเวณสวนสันติภาพ มาจนถึงเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนั้นได้มีการจัดแสดงละครสะท้อนสังคม “ผีเสื้อผู้กล้า...เราจะยืนเคียงข้างเธอ” โดยทีมเฉพาะกิจเธียเตอร์ พร้อมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ปกป้องผู้เสียหาย คนผิดต้องถูกลงโทษ” โดยมีประชาชนบริเวณดังกล่าวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก


นางสาวจรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่าย มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลข่าวสารความรุนแรงที่เสนอผ่านหนังสือพิมพ์ปี 2562 พบว่ามีสูงถึง 333 ข่าว พบมากสุดที่ กรุงเทพฯ รองลงมา ชลบุรี ขอนแก่น กระบี่ อุดรธานี โดยแบ่งเป็น ข่าวข่มขืน ร้อยละ 43.9 ข่าวบังคับค้าประเวณี ร้อยละ 11.7 ข่าวพยายามข่มขืน ร้อยละ10.2 ข่าวกระทำอนาจาร ร้อยละ 9.6 ซึ่งผู้ที่ถูกกระทำมากที่สุดคือเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี ร้อยละ 87.5 อายุน้อยสุด คือเด็กหญิง 4 ขวบ อายุมากสุด 94 ปี ส่วนผู้ลงมือกระทำพบว่าเป็นคนแปลกหน้า ร้อยละ 45.9 เป็นคนรู้จัก เป็นคนในครอบครัว ร้อยละ 45.6 และคนรู้จักผ่านทางโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 8.5 ทั้งนี้ปัจจัยกระตุ้นสำคัญคือมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 33.5 ใช้ยาเสพติด ร้อยละ 17.4 อ้างว่ามีความต้องการทางเพศ ร้อยละ 13.4

จากข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลที่มูลนิธิฯ ได้ให้การช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กเมื่อปี 2562-2563 ซึ่งเข้ารับคำปรึกษาช่วยเหลือ 36 กรณี ส่วนใหญ่เป็นกรณีถูกข่มขืน โดยผู้ถูกกระทำคือ นักเรียน นักศึกษา พนักงานของรัฐ บริษัทเอกชน รับจ้าง ตามลำดับ ทั้งนี้ จะเห็นว่าคนที่ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน ซึ่งถูกกระทำจากคนรู้จักในจำนวนใกล้เคียงกับคนแปลกหน้า สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างผู้กระทำ-ผู้ถูกกระทำอย่างชัดเจนภายใต้โครงสร้างสังคมแบบชายเป็นใหญ่ ถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองจำเป็นต้องกำหนดจริยธรรมทางเพศให้ชัดเจนและมีระบบการตรวจสอบที่เข้มข้น เพราะนักการเมืองมีบทบาทสำคัญในการบริหารประเทศ จะต้องชัดเจนในการไม่ใช้อำนาจในการเอาเปรียบ หรือแสวงหาประโยชน์ทางเพศต่อผู้อื่น รวมถึงองค์กรและสถาบันอื่นๆ ด้วย เพื่อนำไปสู่การสร้างมาตรฐานความเท่าเทียมทางเพศในสังคมร่วมกัน

ในโอกาสเดียวกันนี้ น.ส.เครือมาศ  ศรีจันทร์  รองประธานมูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ได้นำอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการข่มขืน และการคุกคามทางเพศ จากนั้นจึงร่วมกันร้องเพลง “เธอ...ผู้ไม่แพ้” ทั้งนี้ในแถลงการณ์ฯ ได้ระบุถึงกรณีผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหายกว่า 15 คนเข้าร้องทุกข์ เพราะถูกอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองรายหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา สะท้อนว่าการข่มขืนและคุกคามทางเพศเป็นปัญหาที่แทรกตัวอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม จึงมีข้อเรียกร้อง ให้รัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ดำเนินการทุกวิถีทาง ที่จะขจัดปัญหาความรุนแรงทางเพศในสังคมไทย ดังนี้

1.รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่ยุติปัญหาความรุนแรงทางเพศในสังคมไทยอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่การกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติการเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศที่ชัดเจน ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริง และจัดสรรทรัพยากรเพื่อการดำเนินงานอย่างเพียงพอ

2. หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ สำนักตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม และกระทรวงยุติธรรม ต้องร่วมมือกัน เร่งปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ให้สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การเสริมศักยภาพบุคลากรให้มีความตระหนัก เข้าใจสภาพปัญหา และมีวิธีปฏิบัติที่ตอบสนองต่อคดีความรุนแรงทางเพศด้วยความละเอียดอ่อน เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้เสียหาย ถือเอาผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งมีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

3. รัฐบาล โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงสาธารณสุข ควรจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้าน ให้มีหน้าที่สนับสนุนและคุ้มครองผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้รับการเยียวยาทางสังคมและสุขภาพที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพ

4. ทุกภาคส่วนของสังคม ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศในหน่วยงาน จากการกระทำของบุคลากรในสังกัด หรือเกิดกับกลุ่มประชากรที่หน่วยงานดูแลรับผิดชอบ ไม่มองเป็นปัญหาส่วนบุคคล ควรกำหนดมาตรการทั้งเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหา กำหนดมาตรฐานจริยธรรมของบุคลากรที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ออกระเบียบว่าด้วยการจัดการปัญหาและลงโทษผู้กระทำผิดกรณีล่วงละเมิดทางเพศอย่างชัดเจนและเหมาะสม จัดตั้งกลไกรับเรื่องร้องเรียนและสอบสวนข้อเท็จจริง และมีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

5. กระทรวงศึกษาธิการควรยอมรับความจริง และให้ความสำคัญต่อการบ่มเพาะความรู้ความเข้าใจเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ เคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ตั้งแต่วัยเด็ก

6. ทุกภาคส่วนของสังคม ต้องช่วยกันหยุดยั้งวัฒนธรรมการสื่อสารและแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่เป็นการกล่าวโทษและตีตราผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ ควรส่งเสริมทัศนคติไม่ยอมรับความรุนแรงทางเพศ ตลอดจนทัศนคติและวิถีปฏิบัติที่สะท้อนถึงการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกันของสมาชิกของสังคม

ขณะที่ นางสาวหทัยรัตน์  วิทยพูม หรือแอนนา กล่าวว่า เมืองไทยยังคงเป็นเมืองที่พูดได้ว่า “ในที่สุดกฎแห่งกรรมจะทำหน้าที่ของมันเอง” เพราะกระบวนการยุติธรรมยังไม่ถูกทำหน้าที่ การล่วงละเมิดส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะผู้กระทำส่วนใหญ่คิดว่ามีอำนาจเหนือกว่าจึงกระทำได้ ตนเชื่อว่าวันนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะว่าแสงสว่างจากเทียนในมือทุกคนส่งสว่างไปทั่ว เป็นแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โครงสร้างปิตาธิปไตย เกิดรอยร้าวยากที่จะปกปิด กำลังจะพังลงในไม่ช้า วันนี้ตนไม่ใช่เหยื่อ แต่เป็นผู้เสียหายในคดีอาญาจึงไม่อายที่จะออกมาพูด คนที่ควรอายคือผู้กระทำ ซึ่งต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย จึงจะทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ ขอให้กำลังใจผู้เสียหายในคดีอาญาทุกคน การต่อสู้ผ่านไปแล้ว ทุกคนเก่งมากจึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนกลับมาเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่มีความสุขทุกวัน สังคมพร้อมที่จะโอบกอดทุกคน

-005

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

ลาจอช่อง 7! รายการ ถกไม่เถียง เตรียมย้ายไปสู่บ้านหลังใหม่

'ไชยา' ร่ายกลอนสวัสดีปีใหม่ปชช. วอนเลือกคนตรง กล้าทำ เข้าไปแก้ปัญหา

ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'

ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved