ตามรอยธรรม! พบ'พระป่า'ห่มจีวรจากเศษผ้าย้อมเปลือกไม้ ไม่ฉันเนื้อสัตว์-ไม่รับปัจจัย

ตามรอยธรรม! พบ'พระป่า'ห่มจีวรจากเศษผ้าย้อมเปลือกไม้ ไม่ฉันเนื้อสัตว์-ไม่รับปัจจัย

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.45 น.

22 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีพระภิกษุอยู่ในสำนักสงฆ์ ใช้เศษผ้าเหลือใช้ ผ้าบังสุกุล หรือผ้าห่อศพนำมาเย็บต่อกัน แล้วนำไปย้อม ไม่ฉันเนื้อสัตว์ ฉันมื้อเดียว และไม่รับปัจจัย  อยู่ที่ สำนักสงฆ์สวนกัน หมู่ที่ 13 ตำบลโพสังโฆ อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี  จึงเดินทางไปดูพบ พระปัญญา มังคะโล ประธานสงฆ์สำนักสงฆ์สวนกัน ที่ใช้จีวรนุ่งห่มจากผ้าเก่าที่มาเย็บต่อกันใช้เป็นจีวร สอบถามไปยังพระปัญญา เล่าว่า ได้บวชเดินตามรอยพระพุทธเจ้า โดยใช้สถานที่แห่งนี้ปฏิบัติติธรรม ซึ่งโยมพ่อถวายที่แห่งนี้ให้เป็นสำนักสงฆ์มากว่า 20 ปี ปัจจุบันมีพระสงฆ์ 3 รูป มีโยมอุบาสก อุบาสิกา คอยหมุนเวียนมาปฏิบัติธรรมและอยู่ช่วยงาน

 


 

เมื่อถามถึงการปฏิบัติธรรมว่าพระคุณเจ้านิกายใด ปฏิบัติธรรมเช่นไร ได้คำตอบว่า ปฏิบัติมหานิกาย โดยยึดมรรค 8 ยึดตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การรู้สภาวะกายและจิต อบรมจิต อบรมกายตน รู้พูด รู้เดิน รู้การกระทำ และไม่ฉันเนื้อสัตว์ หรือวัตถุดิบจากสัตว์ หรือฉันเจ การฉันมื้อเดียวในบาตร จากการเดินบิณฑบาต ซึ่งญาติโยมในพื้นที่จะทราบดีว่าพระที่นี้ฉันมังสวิรัติ ไม่มีเนื้อสัตว์ ไม่รับกิจนิมนต์ ไม่รับสวด (นอกจากญาติโยมที่เคยมาปฏิบัติที่นี้มาขอให้สวด) และไม่รับปัจจัย ของที่ญาติโยมมาถวายส่วนใหญ่คือ อาหารมังสวิรัติ น้ำดื่ม พระสงฆ์ที่สำนักสงฆ์สวนกันจะสีข้าวเปลือกเอง มียุ้งข้าว ทำน้ำซีอิ้วเต้าเจี้ยวเอง ปลูกพืชสมุนไพร ใช้น้ำบาดาล มีไฟฟ้าใช้เฉพาะจำเป็นและเปิดปิดตามเวลาโดยค่าไฟในแต่ละเดือนอยู่ที่ 40 บาท ผ้าจีวร ใช้เศษผ้าเหลือใช้ ใช้ผ้าบังสุกุล หรือผ้าห่อศพ มาเย็บต่อกัน จากนั้นนำเปลือกไม้ต้นประดู่มาแช่น้ำในโอ่ง 1 คืน แล้วนำผ้าจีวรที่เย็บแล้วนั้นไปหมักโคลนอีก 1 คืน จนได้เป็นจีวร (พระทำเองทุกขั้นตอน)

 

 

ส่วนข้อวัตรกิจที่ทำเป็นประจำคือ ตื่นตี 2 ฝึกโยคะ ตี 3 ดื่มน้ำ 2 ลิตร เพื่อผลักดันให้ขับถ่าย สรงน้ำกิจส่วนตัว พอตี 5ครึ่ง ออกบิณฑบาตโปรดญาติโยมตามชายแม่น้ำน้อย จากนั้น 6 โมงครึ่งกลับมาจัดอาหารสถานที่เตรียมฉันอาหาร จัดที่นั่งทั้งพระและโยม โดยจะมีญาติธรรม จัดอาหารเสริม เริ่ม 9 โมง กราบพระพุทธเจ้า แสดงธรรมแก่ญาติโยม เวลา 10.00 - 12.00 ฉันอาหารในบาตร แบบเลื่อนอาหาร คือตักใส่บาตรแล้วเลื่อนให้พระรูปอื่นพร้อมญาติธรรม ที่มาปฏิบัติธรรม เวลา 12.00 ทำกิจ เช่นปลูกผัก เลื่อยไม้ สีข้าว เขียนหนังสือ จนเวลา 16.00 เตรียมสรงน้ำ จัดสถานที่จำวัด เวลา 17.00 - 19.00 ทำวัตรเย็น, ดูข่าวสาร, ฟังพระจากดาวเทียม เวลา 19.00 น. เดินจงกรม จากนั้นนั่งสมาธิพิจารณากิจในวันนี้ทบทวนว่าทำอะไรไปบ้าง มีอะไรผิดพลาดไหม มีอะไรแก้ไขต่อไปบ้าง แล้วจึงจำวัด คือทำจิตให้ว่างคือกำหนดลมหายใจ จนจิตดับ โดยพระปัญญา กล่าวว่า ได้บวชมา 30 กว่าพรรษา ก่อนมาตั้งเป็นสำนักสงฆ์ได้จาริกธุดงค์มา 10 ปี แต่ด้วยพระปัญญาไม่ฉันเนื้อสัตว์และไม่รับปัจจัย จึงไม่อยากไปอยู่วัดด้วยการขบฉันและการทำกิจวัตรที่ต่างกัน กลัวว่าไปเป็นภาระให้กับวัดอื่นๆ จึงได้มาตั้งเป็นสำนักสงฆ์โดยมีโยมพ่อถวายที่ตรงนี้ให้ 7 ไร่ 3 งาน โดยปกติไม่มีญาติโยมมากนัก ไม่ได้รับของถวายที่เป็นวัตถุหรือปัจจัย มีแต่จะออกบิณฑบาตเท่านั้น จึงอยู่ที่นี่อย่างสงบมากว่า 20 ปี. -008 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top