สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’  ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

สกู๊ปแนวหน้า : ปัดฝุ่นคู่มือ‘จัดระเบียบจ๋อ’ ยุค‘ฝีดาษลิง’ยังมีแนวทาง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.51 น.

ยังไม่ทันได้พักหายใจจากสถานการณ์โควิด-19 มนุษย์ก็ต้องกังวลกันอีกครั้งกับข่าวการระบาดของ “ฝีดาษลิง” ซึ่งข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค ระบุว่า โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคใหม่ เคยระบาดมาแล้วมากกว่า 20 ปี โดยช่องทางการติดต่อจากสัตว์สู่คน สามารถติดได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัดข่วน การประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์ หรือกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ หรืออาจติดทางอ้อมจากการสัมผัสที่นอนของสัตว์ป่วย ส่วนการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแม้มีโอกาสน้อย แต่อาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยผ่านทางสารคัดหลั่ง จากทางเดินหายใจ ผิวหนังที่เป็นตุ่ม หรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ

เมื่อรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวราว 7-14 วัน อาจนานถึง 21 วัน อาการเริ่มแรกจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขน-ขา รวมถึงอาจเกิดบนหน้าและลำตัว ผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง สุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก ระยะเวลามีอาการป่วยจะอยู่ที่ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายป่วยเองได้ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงโดยเฉพาะ แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ซึ่งป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ร้อยละ 85


ส่วนการป้องกัน ทำได้โดย 1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า 2.หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ 3.หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ หรือเดินทางเข้าไปในป่า 4.ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรองโรค 5.กรณีเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ

เมื่อชื่อโรคคือฝีดาษลิง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บรรดา “เจ้าจ๋อ” จะได้รับผลกระทบ ทั้งในพื้นที่ที่ลิงเป็นสีสันดึงดูดนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ข่าวการระบาดของฝีดาษลิงก็ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวกล้าไปให้อาหารลิงอีกจนกลายเป็นภาพน่าเวทนาจากความหิวโหย ส่วนในพื้นที่ที่เกิดปัญหากระทบกระทั่งระหว่างลิงกับมนุษย์ เดิมมนุษย์ก็รู้สึกเดือดร้อนรำคาญอยู่แล้ว เช่น ทรัพย์สินถูกลิงทำลายจนเสียหาย ยิ่งมีข่าวฝีดาษลิงก็ยิ่งกังวลเพราะกลัวติดเชื้อจากการถูกลิงกัด

“คู่มือการปฏิบัติงานโครงการแก้ไขปัญหาลิงป่าออกมารบกวนประชาชนนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามกิจกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าและสัตว์ป่าที่สร้างผลกระทบต่อราษฎร นอกพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า (การแก้ไขปัญหาลิง จำนวน 25 แห่ง) และพื้นที่ดำเนินการอื่นๆ” โดย กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุแนวทางบริหารจัดการ แบ่งเป็น 3 พื้นที่ ดังนี้

1.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ขนาดใหญ่คาบเกี่ยวพื้นที่ชุมชน สภาพปัญหาส่วนใหญ่ เป็นการรบกวนในแง่ของการทำลายผลผลิตทางการเกษตร และออกมารบกวนเป็นช่วงเวลาตามฤดูกาลของผลผลิตทางการเกษตร “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง,จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี,

จัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ในการป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเป็นการลดระดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่ และ มีชุดแนวรั้วไฟฟ้าเคลื่อนที่เพื่อป้องกันลิงเข้ามาในพื้นที่เกษตรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2.ลิงอาศัยในพื้นที่ป่าขนาดเล็กที่มีชุมชนเมืองล้อมรอบ ส่วนใหญ่เป็นลิงที่อาศัยในพื้นที่ป่าที่มีขนาดเล็ก เช่น พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ป่าชุมชน และพื้นที่ป่าสาธารณะ “ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดระเบียบการทิ้งขยะและเศษอาหารเพื่อป้องกันลิงมาขโมยอาหาร, ปรับปรุงพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยของลิง เพื่อดึงดูดให้ลิงกลับเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ห่างจากแนวเขตป่า,

ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิงการอยู่ร่วมกันของคนและลิง และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง,ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเข้าใจในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่, แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเจอลิง (เพื่อเป็นการสำรวจจำนวนลิงและจุดที่มีปัญหา), ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน,

สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลประชากรทุกปี, ควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน และหลังจากการทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่ แผลผ่าตัดมีปัญหาหรือไม่ ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิงเพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่ควรให้อาหารลิง เพราะจะเป็นการดึงดูดให้ลิงออกมานอกพื้นที่อนุรักษ์และมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

และ 3.ลิงอาศัยซ้อนทับในพื้นที่ชุมชน ซึ่งที่ขึ้นชื่อมากคือใน จ.ลพบุรี กระจายตัวกันอยู่ทั้งในโบราณสถานของจังหวัดอย่างพระปรางค์สามยอด โรงภาพยนตร์เก่าและอีกหลายจุด“ข้อควรปฏิบัติ” กำหนดเทศบัญญัติ/ระเบียบอย่างเข้มงวดในการห้ามให้อาหารลิง, จัดพื้นที่สำหรับให้อาหารลิงโดยเฉพาะ, จัดพื้นที่ขายอาหารลิง (กรณีที่มีความจำเป็นต้องการขายอาหาร), กำหนดชนิดอาหารที่เหมาะสมกับลิง (สำหรับร้านค้าและนักท่องเที่ยว),

หลังจากสัตวแพทย์เข้าทำหมัน ช่วยสังเกตพฤติกรรมของลิงว่าสามารถเข้าฝูงได้หรือไม่และข้อสังเกตอื่นๆ โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสภาพปัญหาเป็นประจำทุกเดือน, สำรวจติดตามนับประชากรลิงทุกปี โดยหน่วยงานของจังหวัดเพื่อเป็นการบูรณาการงานร่วมกัน, ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมลิง การอยู่ร่วมกันของคนและลิงและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อเจอลิง, “ประชาสัมพันธ์โรคจากลิงที่สามารถติดต่อสู่คนได้ และแนวทางการปฏิบัติเมื่อถูกลิงกัด”

ส่วน “ข้อห้าม” อย่าไปรบกวน/แกล้ง/แหย่ลิง เพราะจะทำให้ลิงมีพฤติกรรมก้าวร้าว อย่าให้อาหารลิงนอกเหนือจากชนิดของอาหารที่กำหนดไว้ และอย่าให้อาหารนอกพื้นที่ที่จัดไว้ให้!!!


SCOOP@NAEWNA.COM
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top