กุนซือซีพีฯแนะ'เกษตรคนเมือง'ในไทยไม่ควรประมาท!ยก'เซี่ยงไฮ้'พัฒนาผู่ตงเป็น'แผ่นดินทอง'

กุนซือซีพีฯแนะ'เกษตรคนเมือง'ในไทยไม่ควรประมาท!ยก'เซี่ยงไฮ้'พัฒนาผู่ตงเป็น'แผ่นดินทอง'

วันอังคาร ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.09 น.

นายประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมในจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้บรรยายพิเศษให้นักศึกษาและผู้สนใจฟังในเนื้อหาการบรรยายที่วิเคราะห์ถึงโอกาสผู้ประกอบการไทยในการทำการค้ากับจีน ทั้งช่วงก่อนและหลังโควิด ที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) เมื่อวันที่ 29 ส.ค.65 ที่ผ่านมา โดยนายประเสริฐศักดิ์ เป็นกรรมการประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

การบรรยายครั้งนี้มีความเป็นกันเองและสร้าง "แรงบันดาลใจ" ให้กับผู้เข้าร่วมฟังซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่กำลังพัฒนาตัวเองสู่การเป็นบัณฑิตเพื่อไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ทั้งด้านคุณภาพการทำงาน และอาชีพในอนาคตโดยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้และเรียนรู้ "จีน" ซึ่งกำลังเป็นประเทศที่มีศักยภาพในเอเซียและมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก  


นายประเสริฐศักดิ์ ยังได้วิเคราะห์ถึงเกษตรคนเมืองให้กับ "แนวหน้า ออนไลน์" ฟังก่อนขึ้นบรรยายบนเวทีว่า การทำเกษตรของคนเมืองในจีนมีกระแสที่เบาบางลงไปในปัจจุบันนี้ ส่วนในประเทศไทยก็ยังมีกระแสการทำเกษตรในเมือง ซึ่งยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การทำเกษตรในเมือง เช่น การปลูกพืชผักบนคอนโดมิเนียม หรือบนตัวอาคารที่เป็นส่วนของชั้นดาดฟ้านั้น จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างอาคาร โดยจะต้องเน้นปลูกพืชผักที่พร้อมเคลื่อนย้ายได้ ไม่มีรากฝังเซาะตัวอาคาร รองลงมาการทำเกษตรในเมืองจะต้องคำนึงถึงการไม่ใช้สารเคมีในการปลูก เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของเมือง 

"การทำเกษตรของคนเมือง โดยเฉพาะบนคอนโดมิเนียม จะต้องคำนึงถึงการรับน้ำหนักของตัวอาคาร ว่ามีสิ่งที่มันจะกัดเซาะตัวโครงสร้างหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าปลูกบนกระถาง หรือ บนโต๊ะได้ แต่สิ่งที่เราเห็น บางแห่งเน้นการปลูกบนโครงสร้างของตัวอาคารทั้งนั้นเลย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ควรระวัง" กุนซือซีพีเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

นายประเสริฐศักดิ์ ยังได้ยกตัวอย่างเมืองเซี่ยงไฮ้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ทำนา ปลูกข้าว ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจีน

สำหรับเซี่ยงไฮ้นั้นเคยเป็นพื้นที่สำคัญทางด้านการประมง ต่อมาในปี ค.ศ.1990 เติ้งเสี่ยวผิง เดินหน้าสู่แผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ “ผู่ตง” โดยเป็นพื้นที่ด้านตะวันออกของแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งในอดีตนั้น “ผู่ตง” มีคำกล่าวว่า “ขอเตียง 1 เตียง ในเขตผู่ซี ดีกว่าบ้าน 1 หลังในเขตผู่ตง” ซึ่งผู่ซีนั้นเป็นพื้นที่ด้านตะวันตกของแม่น้ำหวงผู่ 

พื้นที่ทั้งสองฝั่งเป็นหนึ่งในอาณาจักรของ "เซี่ยงไฮ้" โดยปัจจุบันมีสัญลักษณ์ คือ "หอไข่มุก" และ “The Bund” ซึ่งเป็นจุดชมทัศนียภาพสำคัญ จนนำมาสู่ชื่อภาพยนตร์ชื่อดัง The Bund หรือ ชื่อไทยคือ เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่มีโจว เหวินฟะ แสดงนำเป็น "เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้" 

ปี 2563 เป็นปีที่เขตผู่ตงครบรอบ 30 ปีแห่งการบุกเบิกพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ศ.2563 ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” เยือน “เซี่ยงไฮ้” เพื่อเป็นประธานการประชุมวาระครบรอบ 3 ทศวรรษ และได้มอบแนวทางว่า เขตผู่ตงจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจจีนสู่สากล ต้องพัฒนาให้เป็นแบบอย่างและเป็นผู้นำร่องประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มีระดับการเปิดกว้างยิ่งขึ้นและมีมาตรฐานที่สูงขึ้น 

โดยต้องพยายามบรรลุเป้าหมาย 5 ประการ ได้แก่ ต้องเพิ่มระดับการสร้างสรรค์ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้ว, ต้องเป็นผู้นำการทดลองปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพสูง และสร้างสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นสากล, ต้องพยายามส่งเสริมการเปิดกว้างในกฎระเบียบและการบริหารจัดการ ตลอดจนดำเนินมาตรการที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการดึงดูดบุคลากรคุณภาพสูง รวมถึงใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเขตทดลองการค้าเสรีเซี่ยงไฮ้แห่งใหม่ (เขตหลินกั่ง), ต้องพยายามทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของเศรษฐกิจจีนเพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ “สองหมุนเวียน (dual circulation)” โดยเน้นส่งเสริมการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศจีนเชื่อมโยงกับต่างประเทศ และ สุดท้ายต้องพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การพักอาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน

เพราะฉะนั้น จากผืนนาสู่ผืนทองทางเศรษฐกิจ จีนได้ทำ “ผู่ตง” เป็นตัวอย่าง ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ในการเดินหน้าสู่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์พัฒนา “ผู่ตง” จนกลายเป็นแผ่นดินทองในปัจจุบัน

ส่วนในกรุงเทพมหานครของไทยนั้น มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน โดยฝั่งตรงข้ามคือ “กรุงธนบุรี” ในอดีต ปัจจุบัน คือ เขตธนบุรี ซึ่งเปรียบได้กับพื้นที่ “ผู่ตง” ของนครเซี่ยงไฮ้ โดยในอดีตพื้นที่ฝั่งธนบุรีเป็นชาวสวน ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมจำนวนมากเกิดขึ้น และ ทำให้ต่อมาเกิดกระแสคนเมืองหันมาหาธรรมชาติ โดยการปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์ในเมือง และ ปัจจุบันในฝั่งพระนคร หรือ ฝั่งรัตนโกสินทร์ ก็มีกระแสการปลูกพืชผักเกษตรอินทรีย์เช่นกัน โดยมีกลุ่มธุรกิจหลายแห่งให้ความสนใจ เช่น ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเนรมิตดาดฟ้าปลูกผักอินทรีย์ ซึ่งมีเป้าหมายลดจำนวนขยะที่ใช้ในศูนย์การค้าในแต่ละวัน และนำขยะเหล่านั้นมาทำเป็นปุ๋ยในการปลูกผักอินทรีย์ต่อไป นอกจากนี้ ยังเกิดพื้นที่การเรียนรู้การทำเกษตรในเมือง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งสองฝั่ง และ ปริมณฑล

เพียงแต่เป้าหมายการพัฒนาเมืองของทั้ง 2 ฝั่งของไทย ยังไม่ได้ทำเป็นวาระแห่งชาติ และ เป็น “ประตู” ใหญ่ เพื่อให้เดินสู่เป้าหมายเดียวกัน โดยมีการเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน แบบที่จีนทำมาตลอด 30 กว่าปี  ในการทำผู่ตงให้เป็นแผ่นดินทองของเซี่ยงไฮ้ จนสามารถลบความรู้สึกเดิมๆที่เคยมีการประเมินค่า “ผู่ตง” ต่ำกว่าความเป็นจริงได้อย่างสิ้นเชิง 

อ้างอิงข้อมูล :- 
https://thaibizchina.com/article/30th-pudong-shanghai/
https://th.wikipedia.org/wiki

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top