ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับ “(ร่าง) พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ….” ซึ่งภาคประชาชนพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ที่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันใกล้จะสิ้นสุดลง โดยล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมามีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “13 ภาพอนาคตกัญชาไทย จาก 13 ทัศนคตินักคิดและนักกิจกรรมสังคมไทย” ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
ภายในงานมีเสียงสะท้อนจากผู้ผลิตและใช้กัญชาเพื่อบำบัดรักษาโรคในระดับท้องถิ่น อาทิ ธนโชติ เธียรรุ่งโรจน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอากานิกส์ เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว กล่าวว่า มี 3 ประเด็นเกี่ยวกับกัญชาที่ต้องการนำเสนอ 1.ประชาชนต้องสามารถปลูกได้ 2.ประชาชนต้องใช้เป็น และ 3.ชุมชนต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ กัญชามีหลายสายพันธุ์ซึ่งแตกต่างกันไปตามปัจจัย เช่น ดิน น้ำ อากาศ ของแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกันก็ต้องมีองค์ความรู้ว่ากัญชาแต่ละสายพันธุ์เหมาะสมกับการใช้ทำอะไรหรือรักษาโรคใด
ขณะเดียวกันคนนำไปใช้ก็ต้องมีความรู้เพื่อให้ใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นำยานอนหลับไปใช้แก้ปวดท้อง หรือนำกัญชาสายพันธุ์ที่ใช้ด้านสันทนาการไปใช้รักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นทั้งคนปลูกและคนใช้จึงต้องได้รับการฝึกอบรมให้ใช้เป็นซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละพื้นที่ด้วย
ส่วนประเด็นร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่ยังอยู่ในการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นั้น เท่าที่ทราบคือทางสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) รอไว้แล้ว 4 คณะ เพื่อเตรียมพิจารณา แต่จะต้องเข้าไปให้ถึงชั้น สว. ให้ได้ภายในต้นเดือน ก.พ. 2566 เพราะทาง สว. จะต้องส่งร่างกฎหมายกลับมาให้ฝั่ง สส. พิจารณากันอีกรอบ ดังนั้น ประชาชนจะต้องติดตามและเป็นกำลังหลักสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
“ผมเคยพูดไปครั้งหนึ่งแล้วว่าบ้านผมพรรคพลังประชารัฐทั้งจังหวัดเลย แต่วันนี้ผมรู้สึกว่าท่านอนุทินทำเพื่อชาวบ้าน ทำเพื่อเรา ผมเป็นกำลังใจแล้วก็จะผลักดันช่วย ถ้าโอกาสหน้าท่านได้กลับมาเป็นคณะรัฐบาล อยากให้ท่านดูกระทรวงสาธารณสุขต่อแล้วก็เดินต่อไป แต่ถ้ามันจบในสมัยนี้ได้ มันจะเป็นความมั่นคงของประชาชนที่เป็นรากหญ้าที่จะดูแลตัวเองได้ด้วยสารสกัดจากกัญชา อย่างถูกวิธีและถูกต้อง” ธนโชติ กล่าว
พระครูปัญญาวโรบล เจ้าอาวาสวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ที่วัดมีการรักษาผู้มีอาการทางจิตประสาท ผู้ป่วยลมชัก และบำบัดผู้ติดสุราเรื้อรัง โดยใช้สมุนไพรมาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีกัญชาให้ใช้ กระทั่งต่อมาได้เข้าร่วมโครงการของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้นำกัญชามาใช้กับอาการทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร เนื่องจากบริเวณที่ตั้งของวัดเป็นชายแดน จึงพบปัญหาประชากรที่ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคล
“รพ.สต. ผู้ป่วยที่ไม่มีบัตรก็เอาเข้ามา เราจะแจกยาผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร ตรงนี้เราดูแลมาค่อนข้างนานพอสมควร ดังนั้นกลุ่มพวกนี้เราก็จะเริ่มเห็นว่าการใช้สมุนไพรบำบัด ไม่ใช่กัญชาอย่างเดียว กัญชามันลดปวดดี นอนหลับดี กินดี แต่การขับพิษมะเร็งแพทย์แผนไทยองค์ความรู้เขาเยอะดังนั้นก็เชิญอาจารย์แพทย์มาประยุกต์ยา ก็เกิดการเรียนการสอนแล้วเราเอากัญชามาประยุกต์ยากับการแพทย์แผนไทยเลยเอาโรคนี้ๆ ปรุงยาไม่ต้องเยอะ ปรุงแค่ 2-3 อย่างก็ใช้เลย”พระครูปัญญาวโรบล กล่าว
สฤษดิ์ โชติช่วง ปราชญ์ชาวบ้านผู้รู้ด้านกัญชาแห่งเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นับตั้งแต่เด็กได้ติดตามพ่อแม่ไปดูการปลูกข้าวไร่ ซึ่งเกษตรกรบนเกาะพะงันจะหว่านเมล็ดกัญชาควบคู่ไปกับเมล็ดข้าว ขณะที่ย่าก็เล่าว่า ตอนที่แม่คลอดคนก็ใช้กัญชาไปต้มให้เกิดเป็นไอขณะอยู่ไฟเพื่อทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่วนข้อกังวลเรื่องเด็กและเยาวชนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น สำหรับที่เกาะพะงันปัจจุบันยังไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่าบนเกาะจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ที่จำนวนไม่น้อยมีการใช้ยาเสพติดก็ตาม โดยชาวต่างชาติหลายคนก็บอกว่ากัญชาเลิกใช้ง่าย แต่จริงไม่จริงก็อีกเรื่องหนึ่ง
“กลุ่มวิสาหกิจในปัจจุบันนี้รวมตัวกัน 5 กลุ่ม สร้างเป็นเครือข่าย ทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเกาะพะงันเพื่อปลูกกัญชาเพื่อรักษาชาวเกาะพะงันฟรี โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกให้ฟรี ไม่ได้แบ่งดอกแบ่งใบแบ่งต้นขาย ให้ทั้งหมดกับโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้คิดสตางค์ คิดค่าตอบแทนอะไรทั้งสิ้น อันนั้นเป็นข้อตกลง ทำเอ็มโอยูกันไว้ และเราจะต้องทำต่อ” สฤษดิ์ กล่าว
นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ประเทศไทยพึ่งพาตนเองด้านยาได้น้อยมาก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 1.3 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งนี้ ประเทศไทยมีตัวอย่างดีๆ มากมายเรื่องการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็ง และไทยน่าจะสามารถก้าวกระโดดไปเป็นศูนย์กลางการรักษามะเร็งของโลกได้ เป็นการตอบสนองนโยบาย Health for Wealth (สุขภาพเพื่อความมั่งคั่ง) ได้อย่างดี เม็ดเงินจำนวนมากจะไหลเข้ามาและกระจายต่อไปยังชุมชน
“เราจะเห็นว่าปัจจุบันคนที่ต่อต้านกัญชาคือแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ถ้าเราเปิดมุมมองให้เขาเห็นว่าคุณมาช่วยกันทำสิ แล้วมันจะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติด้วยนะ สถาบันวิจัย รัฐบาล แหล่งทุนวิจัยต่างๆ ต้องอัดฉีดให้กับคุณหมอแผนปัจจุบันมาทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง พันธุ์สมุนไพรดีๆ ที่เราอุตส่าห์อนุรักษ์ไว้” นพ.ปัตพงษ์ กล่าว
ดร.พิพัฒน์ นนธนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำหนังสือ “The Cannabis Health Index”
ซึ่งรวบรวมผลการศึกษาการใช้กัญชากับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในแวดวงวิชาการของโลกตะวันตก ระบุเป็นระดับ 0 คือใช้ไม่ได้ผล ไปจนถึงระดับ 5 คือใช้ได้ผลดีมากที่สุด มาแสดงในงานด้วย โดยสมาคมฯ ได้จัดทำหลักสูตร “นักวิจัยกัญชาศาสตร์ (Cannabis Science Researcher : CSR)” เพื่อสร้างนักวิจัยที่สามารถผลิตผลงานวิชาการด้านกัญชาไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการได้
“อนาคตของการวิจัยด้านกัญชาศาสตร์ ผมมองว่าเราวิจัยในแง่การผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์แผนไทย แล้วก็ตามหลักที่เรามีอยู่ และสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ เอามาจัดดูแล้วก็ใช้แบบ Cannabis Health Index เราก็น่าจะทำเป็น Thailand Cannabis Health Index บ้าง ด้วยสายพันธุ์ของภูพาน หางกระรอก สารพัดอะไรต่างๆ เยอะแยะ น่าทำ น่าเป็น Thailand Cannabis Health Index” นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี