546.jpg
สาวร้องสื่อสั่งเครื่องสำอางกว่า 7 หมื่นบาท ฝากรถตู้ส่งของหาย คดีไม่คืบ

สาวร้องสื่อสั่งเครื่องสำอางกว่า 7 หมื่นบาท ฝากรถตู้ส่งของหาย คดีไม่คืบ

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.15 น.

วันที่ 26 เมษายน 2566 นางกุลวดี แก้วสวัสดิ์ หรือน้องบ๋อมแบ๋ม อายุ 32 ปี เจ้าของธุรกิจขายเครื่องสำอาง รายใหญ่ ในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จังหวัดพัทลุง เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.ตะโหมด จ.พัทลุง เพื่อดำเนินคดีกับคนขับรถตู้โดยสายหาดใหญ่-พัทลุง หลังจากที่เธอได้สั่งสินค้าเป็นโลชั่นทาผิว จากบริษัทในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมมูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท ซึ่งต้นทางได้ส่งสินค้าให้เธอ ในวันที่ 6 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา สินค้ากำหนดถึงที่ร้านในพื้นที่ ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง แต่สินค้ากลับไม่ถึงที่ร้านของเธอ ทั้งเธอไม่ได้รับการประสานใดๆ กับทางรถตู้คันที่ฝากของทั้งที่ต้นทางส่งข้อมูลภาพมายืนยันว่าได้ส่งของเป็นที่เรียบร้อย

 


 

หลังจากนั้นลูกค้าที่สั่งสินค้าเธอมาทวงของ เธอจึงโทรตามสินค้าที่คนขับรถตู้ตามที่คิวรถให้เบอร์ไว้ กลับถูกคนขับโวยวายใส่และวางหูไป เธอพยายามติดต่ออีกหลายครั้ง จนคนขับขอเวลาเจรจา แต่สุดท้ายคนขับก็ไม่รับผิดชอบใด เธอจึงติดสินใจนำเอกสารที่มี เป็นใบส่งสินค้า และภาพถ่ายสินค้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ตะโหมด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2566 หลังหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ เพราะเธอต้องชดใช้ค่าสินค้าตามราคาที่ลูกค้าของเธอสั่งไปก่อนหน้า ทำให้เธอต้องสูญเงิน กว่า 7 หมื่นบาท

 

 

แต่สุดท้ายหลังเธอแจ้งความคดีเธอกลับไม่มีความคืบหน้า เจ้าหน้าที่กลับให้เธอไปหาหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติมเองไม่ว่าจะเป็นภาพกล้องวงจรปิด ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนรถและครอบครอง และแม้กระทั้งซื่อจริงของคนขับ ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของผู้เสียหาย และสิ่งที่เธอต้องการในวันแจ้งความก็เพื่อให้ ตำรวจเรียกคนขับมาเจรจา ก่อนที่สินค้าจะถูกกระจายออกไป แต่เจ้าหน้าที่กลับบ่ายเบี่ยงและไม่ทำอะไรเลย แม้กระทั่งที่เธอร้องขอให้เรียกผู้เสียหายมาเจรจา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ดเนินการให้ ทั้งเมื่อเธอไปขอหลักฐานเอง ทั้งกล้องวงจรปิด และที่บริษัทขนส่ง ก็ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกเพราะเธอไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เป็นแค่ประชาชนผู้เสียหายเท่านั้น

จึงอยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาให้เน้นให้ ตำรวจในสังกัด ขอให้ความช่วยเหลือประชาชน ให้ความใส่ใจและเร่งดำเนินการตามที่ ประชาชนเขาแจ้งความ เพราะเขาเดือดร้อน เขาจึงแจ้งความ และเมื่อเกิดความเสียหายในลักษณะเช่นนี้ ประชาชนก็ต้องเพิ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ.-008 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top