วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การแถลงผลงานประจำปีของประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ ( State of the Nation Address) กำหนดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ยังอยู่ในการปกครองของสหรัฐฯ ครั้งแรกแถลงในปี 1936 ในสมัยประธานาธิบดี Manuel L. Quezon (มานูแอล แอล เกซอน) จนกระทั่งได้รับเอกราชแล้วในปี 1946 ถึงปี 1985 และได้มีการแก้ไขให้มีกำหนดการใหม่ที่แน่นอนในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขปี 1987 ในสมัยประธานาธิบดี Corazon Aquino (คอราซอน อากีโน) โดยให้แถลงนโยบายทุกปีของวันจันทร์ที่ 4 ของเดือนกรกฎาคม ไม่มีประธานาธิบดีท่านใดละเมิดกฎข้อนี้ได้ เนื่องจากทุกคนในประเทศถือรัฐธรรมนูญเป็นแม่ของกฎหมายทั้งปวง
Marcos Jr. เข้ารับตำแหน่ง เมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน 2022 และตามระเบียบเมื่อรับตำแหน่งแล้วต้องแถลงนโยบายต่อสภาว่าสถานการณ์ ประเทศปัจจุบันเป็นอย่างไร และจะแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไปอย่างไร นโยบายต่างประเทศเป็นอย่างไร ในปี 2022 Marcos Jr. แถลงว่าประเทศมีปัญหา และต้องแก้อีกหลายอย่าง เช่น ปัญหา COVID-19 ปัญหาความยากจน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัญหาทะเลจีนใต้
การแก้ไขกฎหมาย Build-Operate-Transfer (BOT) เพื่ออำนวยความสะดวกต่อนักลงทุน ร่างกฎหมายงบประมาณให้ทันสมัยขึ้น เพิ่มแรงจูงใจให้กับแรงงานที่มีทักษะและไม่มีทักษะในต่างประเทศให้ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศด้วย เพราะเป็นการติดต่อกับประเทศต่างๆ เพื่อเจรจาเรื่องค่าแรงให้กับแรงงานเหล่านี้ บุคคลเหล่านี้นำเงินเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ทำให้เงินสำรองในประเทศสูงมากพอที่จะนำมาใช้รักษาเสถียรและรักษาอำนาจในการซื้อสูง
รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบของวิกฤตค่าเงินของประเทศได้ การปรับปรุงกฎหมาย E-Government ให้ทันสมัย เป็นต้น เป็นที่น่าสังเกตคือการแถลงนโยบายครั้งนี้ ประธานาธิบดีที่มีชีวิตอยู่ทั้งที่ชอบและไม่ชอบ Marcos Jr. และบิดา ต่างก็ให้เกียรติรับฟัง ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการแถลงนโยบายประจำปีและประธานาธิบดีคนปัจจุบันจะรับฟังข้อเสนอแนะจากประธานาธิบดีคนก่อนๆเพื่อนำไปเสนอเป็นนโยบายต่อไป
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2023 เป็นวันครบรอบ 1 ปี ที่ Marcos Jr. จะต้องแถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภา อดีตประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญเมื่อเปิดสภา ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 1987 มาตราที่ 7 ตอนที่ 23 และที่แน่นอนจะมีประชาชนมาถือป้ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เอกสารของนโยบายนี้จะแจกทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายครั้งนี้ Marcos Jr. กล่าวว่ายังทำไม่ได้ตามจุดประสงค์ทั้งหมดที่ได้แถลงไว้ในปี 2022 สิ่งที่เขาแถลงในปี 2022 เป็นครั้งแรกที่เขารับตำแหน่งซึ่งยังไม่สมบูรณ์
เรื่องที่เขาแถลงในปีนี้คือ 1.แถลงนโยบายที่สำเร็จและไม่สำเร็จต่อสภาและต่อประชาชน ตามที่ได้เสนอไว้เมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจะดำเนินการต่อไปภายในระยะ 6 ปีตามวาระ 2.ฟังคำวิจารณ์ของฝ่ายค้าน 3.แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ 4.ประกาศแนวนโยบายใหม่ในปีต่อไปส่วนนโยบายที่เขาแถลงคือ 1.ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นนำโดยรัฐมนตรีกระทรวงการปกครองท้องถิ่นและกิจการภายใน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการแก้ปัญหาโควิด-19 และปัญหาความยากจน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปมากแล้ว
2.การค้าการลงทุนจากต่างชาติชึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับฟิลิปปินส์ ในการนี้ Marcos Jr. ได้รับเชิญให้ไปพูดที่ World Economic Forum เมื่อวันที่ 16-20 มกราคม 2023 จากนั้นก็ไปพูดที่ ประชุมสหประชาชาติ ครั้งที่ 77 และได้รับเชิญให้ไปพูดที่รัฐสภาสหรัฐฯ ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศทั้งสิ้น Marcos Jr. กล่าวว่า นโยบายของฟิลิปปินส์ คือ
“Flexible Foreign Policy” คือไม่เข้าข้างจีนและสหรัฐฯ แต่จะใช้การเจรจา ที่เป็นประโยชน์ของชาติ ทั้งนี้เพื่อคานอำนาจทั้งสองฝ่าย
ฟิลิปปินส์จะเจรจากับจีนในการลงทุนแต่จะไม่ยอมให้จีนมาล่วงละเมิดอธิปไตยซึ่งเป็นของฟิลิปปินส์อยู่แล้วใน West Philippine Sea ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตามสหรัฐฯก็ยังช่วยเหลือฟิลิปปินส์ ในเรื่อง อาวุธยุทโธปกรณ์และการฝึกรบที่ทันสมัย ตามสนธิสัญญาที่มีมาอย่างยาวนาน ฝ่ายฟิลิปปินส์ก็ห่วงที่อยู่ในเอเชีย-แปซิฟิก และติดต่อกับอินโด-แปซิฟิกด้วย กลัวจีนจะรุกราน จึงยอมให้สหรัฐฯมาตั้งฐานทัพแบบไม่ถาวร มีกำหนดระยะเวลาไปและมา 4 ฐาน (Visiting Forces Agreement)
ถ้าเทียบกับประธานาธิบดีคนก่อนคือ Duterte แล้วต่างกัน นโยบายของ Duterte เป็น Independent Policy เขาไม่ชอบสหรัฐฯเพราะเขาเป็นสังคมนิยม แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ช่วย Marcos Jr. หาเสียงเพราะเขาเคยอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของ Ferdinand Marcos มาก่อน ในเรื่องนี้ประชาชนกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย ตามที่หน่วยงานทางการได้สำรวจและรัฐสภาก็เห็นด้วย 3.นโยบาย Build-Build-Build ของประธานาธิบดี Duterte หรือนโยบาย Roll on- Roll off ของอดีตประธานาธิบดี Aquino ก็ดำเนินการต่อไป เป็นโครงสร้างพื้นฐานสร้างท่าเรือ ถนน สะพาน รถไฟฟ้า
4.นโยบาย BPO (Business Processing Outsource) คือบริษัทที่มาดำเนินการในประเทศ และจ้างชาวฟิลิปปินส์ก็ต้องพัฒนาต่อเพราะฟิลิปปินส์ได้เงินจากส่วนนี้มาก ก่อนโควิด-19 มีบริษัทมาลงทุนในฟิลิปปินส์เหนืออินเดีย 5.รัฐบาลจะเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยในเขตปกครองตนเองในภาคใต้ ซึ่งได้รับการยินยอมจากรัฐบาลให้ปกครองตนเองได้ตั้งแต่ ปี 2019 6.รัฐบาล ได้ออกกฎหมายของฝ่ายบริหาร ( Executive Order 14) วางแผนพัฒนาประเทศในช่วงที่เขาเป็นประธานาธิบดี 2023-2028 7.GDP ไตรมาสแรก 6 เปอร์เซ็นต์ (World Bank)
Marcos Jr. หรือ Bongbong Marcos ไม่ได้เป็นคนก้าวร้าว เหมือน Ferdinand Marcos และไม่ได้เก่งเหมือนประธานาธิบดีคนก่อน แต่เขาแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่เก่งๆ จากประธานาธิบดียุคก่อนๆมาเป็นที่ปรึกษาถึงแม้เขาจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ทั้งนี้เพราะเขาถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก นี่เพิ่งปีเดียว เราคอยดูต่อไปว่า Marcos Jr.จะประสบความสำเร็จหรือไม่ในช่วงการปกครองของเขาปีต่อปีจนครบ 6 ปี สหรัฐฯกล่าวเมื่อครั้ง Marcos Jr. ได้รับเชิญให้ไปพูดที่สภาสหรัฐฯ ว่า “ฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯถือเป็นครอบครัวเดียวกัน” ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง!!!
หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก Philippine Daily Inquirer
สีดา สอนศรี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี