546.jpg
เร่งผลิต'ลูกชิ้นยืนกิน' วันละกว่า 100 กก. ให้ทันขายช่วงปีใหม่

เร่งผลิต'ลูกชิ้นยืนกิน' วันละกว่า 100 กก. ให้ทันขายช่วงปีใหม่

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 11.14 น.

พ่อค้าแม่ค้า “ลูกชิ้นยืนกิน” บุรีรัมย์ หนึ่งเดียวในโลก เร่งผลิตลูกชิ้นจากเนื้อหมูวันละกว่า 100 กิโลกรัม เตรียมขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 คาดประชาชน นักท่องเที่ยวแห่มาซื้อและยืนกินคึกคัก เป็นเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร

27 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใกล้ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ซึ่งมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ก็จะมีประชาชนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากส่งผลดีต่อร้านขายของฝากของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารต่างๆ แล้ว “ลูกชิ้นยืนกิน” ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์


ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายลูกชิ้นทอด และลูกชิ้นสดยังไม่ทอด อยู่บริเวณด้านหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่มีอยู่กว่า 10 ร้าน และหน้าสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ หลังเก่า (โรงรับจำนำหลังเก่า) นั้น ก็จะขายดิบขายดีไม่แพ้สินค้าชนิดอื่น เพราะมีเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร และมีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก  ทำให้พ่อค้าแม่ค้าลูกชิ้นยิน ที่บุรีรัมย์ ต่างเตรียมตัวรับลูกค้ากับยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นกว่าปกติในช่วงเทศกาลปีใหม่

โดยเฉพาะ “ลูกชิ้นหมูเกรียงไกร” ที่ขายอยู่หน้าสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ หลังเก่า (โรงรับจำนำหลังเก่า) ที่ได้รับการรับรองโดยหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์เป็น “ของดีจังหวัดบุรีรัมย์” ซึ่งขายมายาวนานหลายสิบปี เป็นลูกชิ้นหมูที่ทำจากเนื้อหมู มีความนุ่มอร่อย ที่สำคัญน้ำจิ้มเป็นสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียก พร้อมมีกลิ่นหอมของพริกทอด ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของลูกค้า

ซึ่งในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ 2567 ก็ได้เตรียมปริมาณเนื้อหมูที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำลูกชิ้นวันละกว่า 100 กิโลกรัม ไว้สำหรับจำหน่ายให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้มาเลือกซื้อและยืนกินลูกชิ้นกันอย่างเพียงพอ

นายเกรียงไกร ทองยัง เจ้าของร้าน “ลูกชิ้นหมูเกรียงไกร” ลูกชิ้นยืนกินเจ้าเก่าแก่ขายมานานหลายสิบปี จนได้รับการรับรองเป็นของดีประจำจังหวัด โดยเจ้าของร้าน เผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ ก็ได้เตรียมผลิตลูกชิ้นวันละกว่า 100 กิโลกรัม เพื่อไว้จำหน่ายให้กับประชาชน อยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มาเลือกซื้อไปรับประทานที่บ้าน หรือยืนกินลูกชิ้นอยู่หน้าร้าน รวมถึงซื้อเป็นของฝาก

ส่วนน้ำจิ้ม ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียก พร้อมมีกลิ่นหอมของพริกทอด ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของลูกค้า ก็จะทำน้ำจิ้มเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 30 กิโลกรัม จากปกติทำน้ำจิ้มวันละ 20 กิโลกรัม ซึ่งคาดว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัด และจากต่างจังหวัดมาซื้อลูกชิ้นและยืนกินลูกชิ้นกันอย่างคึกคัก เพราะมีเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ปกติ ลูกชิ้นหมูเกรียงไกร เปิดขายอยู่บริเวณหน้าสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ หลังเก่า (โรงรับจำนำหลังเก่า) โดยลูกชิ้นทอดซึ่งเน้นเป็นลูกชิ้นหมู มีความนุ่มอร่อย ที่สำคัญน้ำจิ้มเป็นสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียก พร้อมมีกลิ่นหอมของพริกทอด ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของลูกค้า ส่งผลให้แต่ละวันมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาซื้อและยืนกินแล้ว หลายคนติดอกติดใจได้ซื้อลูกชิ้นหมูที่ยังไม่ได้ทอดติดไม้ติดมือกลับไปทอดเอง เพื่อรับประทานที่บ้าน และเป็นของฝากด้วย

ส่วนราคาขายก็ไม่แพงเพียงไม้ละ 5 บาท หากซื้อเป็นชุด ลูกชิ้นหมูชุดเล็ก 7 ขีด 100 บาท พร้อมผัก น้ำจิ้ม ลูกชิ้นหมู ชุดใหญ่ 1 กิโลกรัม 140 บาท พร้อมผัก น้ำจิ้ม ส่วนลูกชิ้นเนื้อวัวชุดเล็ก 7 ขีด 120 บาท พร้อมผัก น้ำจิ้ม และลูกชิ้นเนื้อวัว ชุดใหญ่ 1 กิโลกรัม 160 บาท พร้อมผัก น้ำจิ้ม ขณะที่น้ำจิ้มลูกชิ้น กิโลกรัมละ 60 บาท เป็นขวดๆ ละ 20 บาท หรือแล้วแต่ลูกค้าจะสั่งซื้อ โดยจะขายตั้งแต่ 06.00-18.00 น. ของทุกวัน

ซึ่งปัจจุบันลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ยังมีกระจายอยู่ตามอำเภอต่างๆ ของจังหวัดอีกเป็นจำนวนมาก แต่ทุกร้านมีจุดเด่นเหมือนกันคือเป็นลูกชิ้นยืนกิน.012

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top