Logo วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / ข่าว Like สาระ
แนวหน้าTalk : ‘ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร’ สมุนไพรไทย‘ฟ้าทะลายโจร’ จากสู้โควิดถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

แนวหน้าTalk : ‘ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร’ สมุนไพรไทย‘ฟ้าทะลายโจร’ จากสู้โควิดถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.
Tag : ฟ้าทะลายโจร สุภาภรณ์ ปิติพร
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ย้อนไปเมื่อ 4 ปีก่อน ในช่วงหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2562-ต้อนรับปีใหม่ 2563 ห้วงเวลาแห่งการพักผ่อนและเฉลิมฉลอง แต่แวดวงการแพทย์ตกอยู่ในความกังวลหลังพบรายงานการระบาดของเชื้อโรคปริศนาในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน ก่อนที่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ทั่วทั้งโลกจะได้รู้จักมันในชื่อ “โควิด-19” ไวรัสร้ายที่นอกจากจะคร่าชีวิตผู้ติดเชื้อโดยตรงแล้ว ด้วยมาตรการ “ล็อกดาวน์” ปิดกิจการต่างๆ เกือบทั้งหมด ไปจนถึงการให้คนอยู่แต่ในบ้าน ได้ทำลายล้างเศรษฐกิจของแทบทุกประเทศจนทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นคนตกงานขาดรายได้

สถานการณ์โรคระบาดที่กินเวลายาวนานเกือบ 2 ปี (ต้นปี 2563 ที่เริ่มการระบาดในจีน-ปลายปี 2564 ที่พบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์สายโอมิครอน ซึ่งพบว่าแม้จะติดเชื้อได้ง่ายแต่ทำให้เกิดอาการป่วยไม่รุนแรงเหมือนเชื้อสายพันธุ์อื่นๆ ก่อนหน้า) กระตุ้นให้ฅวงการแพทย์ทั่วโลกระดมสรรพกำลังพัฒนายาและวัคซีน โดยนอกจากยาแผนปัจจุบันแล้ว“สมุนไพร” ภูมิปัญญาของบรรพชนก็ถูกนำมาศึกษาวิจัยโดยหวังให้เป็นอีกทางเลือก


รายการ “แนวหน้า Talk” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ในตอนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 พาย้อนรอยความพยายามศึกษา “ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรขึ้นชื่อของไทย ในการรับมือโรคระบาดโควิด-19โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าว่า ในเวลานั้น รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเชื่อว่าฟ้าทะลายโจรจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือโรคระบาดใหม่นี้ จึงผลักดันให้มีการทดลอง ตั้งแต่การทดลองในเซลล์ ทั้งที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งพบว่ายับยั้งการแบ่งเชื้อได้ดี

ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า “โรคหวัดหรือโควิด-19 ไม่มียาที่ใช้รักษาเป็นการเฉพาะ อีกทั้งเมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบันอย่างฟาวิพิราเวียร์ ก็เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ และผู้ป่วยโควิด-19 ก็มีอาการคล้ายๆ กัน” ดังนั้น ในสายสมุนไพรที่ใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาไข้หวัดใหญ่ จึงมีการวิจัยฟ้าทะลายโจรกับไวรัส ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการศึกษาสมัยใหม่แทบจะไม่ต่าง

โดยแม้โรคอุบัติใหม่จะยังไม่มีวิธีการศึกษามากนักว่าอะไรใช้ได้หรือไม่ได้ผล เนื่องจากโรคมาเร็วและเปลี่ยนสายพันธุ์เร็ว แต่หากมองในแง่ราคา “เปรียบเทียบระหว่างฟ้าทะลายโจรคอร์สละ 80-150 บาทแต่ฟาวิพิราเวียร์อยู่ที่ 2,000-5,000 บาท”ฉะนั้นในช่วงที่ยาหมดแล้วประชาชนหลายคนก็ใช้ฟ้าทะลายโจรดูแลตนเอง และกลายเป็นว่าฟ้าทะลายโจรก็ขาดตลาดไปอีกเช่นเดียวกัน แม้จะมีการเตรียมการโดยถอดบทเรียนจากช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดแล้วก็ตาม

“เราคิดว่าสักวันโรคที่จะอุบัติใหม่น่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับ RNA Virus เพราะโดยยีนของเขามันจะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย แล้วฟ้าทะลายโจรเป็น Broad Spectrum Antivirus ก็ต้องบอกว่าไวรัสตระกูลพวกหวัดจะไม่มียาจำเพาะ แม้กระทั่งโควิด-19 ก็ไม่มียาจำเพาะ การรักษาที่มีอาการรุนแรงก็คือ Oxygen Therapy แล้วพยายามลดการอักเสบของปอด แต่ถือเป็นการรักษาตามอาการ ฉะนั้นถ้าเราเป็นไม่มากหรือการดูแลตนเองฟ้าทะลายโจรถือเป็น Drug of Choice มากถือว่าเป็นสมุนไพรทางเลือกแรกก็ได้” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

ส่วนคำถามเรื่อง “ปริมาณยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวถึงการศึกษา เช่น ผู้ป่วยไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ก็ใช้แอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) 60-120 มิลลิกรัม แต่หากใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ปริมาณที่แนะนำคือ 180 มิลลิกรัม แต่ตามประสบการณ์ของชาวบ้าน 140- 150 มิลลิกรัม หรือแม้แต่น้อยกว่านั้นก็ยังมีรายงานว่าใช้ได้ เพราะหลักการคำนวณปริมาณยากับน้ำหนักตัวของผู้ป่วย หมายถึงการให้ยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลตรงข้ามหรือออกฤทธิ์มากเกินไป ยาประเภทนี้จะมีข้อกำหนดปริมาณยาเป็นมิลลิกรัมกับน้ำหนักเป็นกิโลกรัม

เช่น ที่เคยได้ยินกันว่าให้กินยาพาราเซตามอล 1-2 เม็ด ปริมาณยาก็คือ 500-1,000 มิลลิกรัม แต่เราคงไม่ถึงกับต้องจับคนตัวเท่ากันเพื่อกินยาขนาดเดียวกัน บางทีคนที่น้ำหนักตัวต่างกันกินเม็ดเดียวเท่ากันก็มี ดังนั้น ในการรักษาจริงๆ มันจะมีช่วงระยะ (Range) ของมันในเชิงปริมาณ อาทิ 500 มิลลิกรัม-2 กรัม ในการรักษาท้องเสีย (ฟ้าทะลายโจร) เพราะบางทีในการศึกษาหนึ่ง 500 มิลลิกรัมก็ยังได้ผล อีกการศึกษาหนึ่งเพิ่มขนาดขึ้นมาก็ได้ผล เพราะแต่ละการศึกษาบางทีเขาใช้โดสที่ต่างกัน

ดังนั้น เรื่องสมุนไพรในเรื่องขนาดอาจต้องมีการทำให้เป็นมาตรฐาน (Standardize) ก็ต้องเลือกบริษัทที่ได้มาตรฐาน GMP หรือสูงกว่านั้นคือ GMPPS ซึ่งปกติการทำยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพรจะมีการทำเภสัชตำรับ (Pharmacopeia) ดังนั้น วัตถุดิบต้องได้มาตรฐาน เช่น ฟ้าทะลายโจรต้องผ่านมาตรฐาน ตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pharmacopoeia) ซึ่งยาหลายยี่ห้อจะระบุมาตรฐานที่ได้รับ (GMP หรือ GMPPS) ไว้ที่กล่องยา แต่กรณีของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ไม่ได้ระบุไว้แต่ก็เป็นองค์กรที่ทำเรื่องยาสมุนไพรมานานและได้รับรางวัล

“ในช่วงที่มีการระบาดของโควิดมีความต้องการเดือนหนึ่ง 2-3 แสนกระปุก แต่หลังระบาดเหลือประมาณ 1 แสน แต่ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดประมาณ 4 หมื่น อันนี้เป็นยอดที่โรงงานของอภัยภูเบศรเนื่องจากการระบาดหายไปแต่ว่ายอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เป็นไปได้ที่ประชาชนรู้จักการใช้ฟ้าทะลายโจรมากขึ้น ก็คิดว่าฟ้าทะลายโจรจำเป็นต้องให้อยู่คู่สังคมไทย” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ระบุ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฟ้าทะลายโจรอยู่ทุกหนทุกแห่งเพราะว่าฟ้าทะลายโจรอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีการส่งเสริมตั้งแต่ปี 2525 และในปี 2542 ก็อยู่ในบัญชียาหลัก แล้วก็มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำสมุนไพรตัวนี้ เหมือนเป็นการเตรียมการ แม้กระทั่งฟ้าทะลายโจรที่อยู่ในป่าตามธรรมชาติก็มีดังนั้นในอนาคตโรคที่เกี่ยวกับหวัดใหญ่หรือไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจจะมีเข้ามาเรื่อยๆทำอย่างไรฟ้าทะเลายโจรจะมีอยู่คู่สังคม ต้องทำให้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

ซึ่ง ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า นี่คือภารกิจหนึ่งของ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรในการส่งเสริมฟ้าทะลายโจรทั้ง “แนวกว้าง”หมายถึงการพัฒนาฟ้าทะลายโจรในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย กับ “แนวดิ่ง” ตั้งแต่ระดับฐานราก เช่น ประชาชนสามารถต้มกินได้เพราะยานี้อยู่ในวิถีชีวิตอยู่แล้ว จนถึงระดับสูงคือหากมองไปทั้งโลกใครๆก็เป็นหวัดได้ โดยเฉพาะในโลกตะวันตกที่หวัดถือเป็นปัญหาของประเทศแถบนั้น

โดยโลกตะวันตกเองก็มีสมุนไพรชื่อ “อิชิเนเซีย (Echinacea)” ใช้ดื่มเช่นกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบแล้วฟ้าทะลายโจรออกฤทธิ์ได้ชัดเจนกว่า จึงคิดว่าหากชาวต่างชาติมาเยือนเมืองไทย ลงเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจอฟ้าทะลายโจรสำหรับรักษาอาการหวัดในประเทศไทย เป็นสินค้าแบรนด์ไทย และแม้ประเทศอย่างจีนหรืออินเดียจะมีฟ้าทะลายโจรเช่นกัน แต่ประเทศไทยมีประสบการณ์ทั้งการใช้และการวิจัยเป็นจำนวนมากซึ่งต่างประเทศก็ยังอ้างอิงงานวิจัยฟ้าทะลายโจรของไทย

และนอกจากเรื่องของไวรัส ซึ่งเมื่อติดเชื้อแล้วก่อให้เกิดภาวะอักเสบ ในส่วนของระบบทางเดินหายใจส่วนบนก็มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บอกว่าฟ้าทะลายโจรมีประโยชน์ หรืออย่างฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ “อภัยเม้าท์ สเปรย์ (ABHAI Mouth Spray)” สเปรย์พ่นบรรเทาอาการเจ็บคอและแผลในปาก ซึ่งมีผลการศึกษาของอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งที่ จ.เชียงราย เนื่องจากพื้นที่นั้นมีปัญหาผู้คนเจ็บคอจากฝุ่น PM2.5 จำนวนมาก และงานวิจัยนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ

“ฟ้าทะลายโจรยังมีฤทธิ์รักษาอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร” เช่น โรคกระเพาะอาหารในลำไส้ ช่วยรักษาอาการลำไส้แปรปรวน หรืออาการลำไส้ใหญ่เป็นแผล “นอกจากใช้เป็นยารักษาโรคแล้ว ยังมีการนำฟ้าทะลายโจรมาใช้เป็นเครื่องสำอางได้” เพราะทำให้หน้าขาว-หน้าเด้ง หรือแปรรูปเป็นสบู่สำหรับบรรเทาอาการคันตามผิวหนัง ทั้งหมดนี้คือการส่งเสริมฟ้าทะลายโจรในแนวดิ่ง ตั้งแต่ชาวบ้านทั่วไปต้มกินไปจนถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการส่งออก และในแนวกว้างที่จะเห็นผลิตภัณฑ์จากฟ้าทะลายโจรที่หลากหลาย

“อีกอันที่ทุกคนจะงงมากคือฟ้าทะลายโจรกันยุงได้ เราทำเป็นฟ้าทะลายยุง ก็คือฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ในการฆ่าลูกน้ำยุงลาย ในอนาคตเราอาจจะพัฒนาฟ้าทะลายโจรเป็นตัวควบคุมลูกน้ำยุงลายในธรรมชาติ กันยุงเราก็ไปทดสอบ ที่เราจะบอกว่าอะไรกันยุงได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไปกันยุงได้ 2.7 แล้วเราก็เอาไปทดสอบการระคายเคือง สามารถฉีดที่ผิวคนที่โดนยุงกัดเขามีสรรพคุณ แก้อักเสบแต่ก็สามารถที่จะยุบได้

ตัวเดิมของเราเป็นตะไคร้หอมกันยุง ทีนี้น้องหมาน้องแมวได้กลิ่นแล้วก็วิ่งหนีถ้าเกิดเขาโดนยุงกัดเขาจะเป็นโรคพยาธิหัวใจ ตัวนี้ (สเปรย์ฟ้าทะลายโจรกันยุง) สำหรับผิวบอบบาง เราแต่งกลิ่นด้วยใบมะกรูด เราตั้งใจว่าเราจะทำให้ฟ้าทะลายโจรเป็นอัตลักษณ์ของชาติไทย ตั้งแต่เราไปเก็บรวบรวมสายพันธุ์ทั้งประเทศว่ามีกี่สายพันธุ์ แล้วเรามาคิดว่าจะเป็นยาอะไรบ้าง เราก็ทำเป็นฟ้าทะลายโจรแคปซูล แล้วอย่างผงก็สกัดเป็นอภัย เม้าท์ สเปรย์ เป็นสบู่เหลว แล้วก็ยากันยุง แล้วเรากำลังทำครีมแก้คันสำหรับผู้ป่วยโรคไต” ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าว

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวด้วยว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีวางจำหน่ายที่มูลนิธิ และที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร แต่สิ่งที่อยากจะฝากไว้คือ “อย่าให้ฟ้าทะลายโจรขาดบ้าน” หากเป็นหวัด มีอาการไอ เจ็บคอ ก็ให้รีบกิน จะเป็นต้นหรือผลิตภัณฑ์ก็ได้ สำหรับ “การต้มรับประทาน” ให้ใช้ใบฟ้าทะลายโจรแบบโตเต็มที่ 5-7 ใบ ต้มในน้ำเดือด 2 แก้ว หรือ 500 cc เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ใส่ใบฟ้าทะลายโจรลงไป ปิดฝาแล้วตั้งทิ้งไว้แล้วแบ่งดื่ม 3 เวลาต่อวัน

แต่ก็มี “ข้อควรระวังในการใช้ฟ้าทะลายโจร” ไล่ตั้งแต่ 1.สำหรับบางคนอาจเกิดอาการแพ้ ซึ่งก็เป็นธรรมดากับการที่จะมีคนแพ้บางสิ่งบางอย่าง (อาทิ แพ้อาหารทะเล) ดังนั้น ผู้ที่จะใช้ก็ต้องรู้จักร่างกายของตนเองด้วย 2.ไม่ควรกินต่อเนื่องนานๆหากกินในปริมาณที่ใช้เพื่อรักษาโรคเมื่อหายป่วยก็ควรหยุดกิน แต่หากกินเพื่อดูแลสุขภาพก็ควรกินในปริมาณน้อยๆ 3.สำหรับผู้ใช้ยาละลายลิ่มเลือดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ป้องกันการเป็นลิ่มเลือด หากใช้ยาทั้ง 2 ชนิด อาจทำให้เสริมฤทธิ์กันจนเกิดอาการเลือดออกมากเกินไปได้ 4.ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ มีการศึกษาในหนูทดลอง พบว่าหนูตั้งครรภ์ที่ได้รับสารฟ้าทะลายโจรตัวอ่อนมีอาการผิดรูป

“ฟ้าทะลายโจรถือว่าเป็นสมุนไพรที่ปลอดภัย ยกเว้นในคนท้อง คนแพ้ แล้วก็มีข้อควรระวังในคนที่กินยาละลายลิ่มเลือด”ภญ.ดร.สุภาภรณ์ กล่าวในตอนท้าย

หมายเหตุ : สามารถติดตามรายการ “แนวหน้า Talk” ดำเนินรายการโดยบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ผ่านทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น.

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

รัฐบาลระดมจับกุมพนันฟุตบอลโลก 4,576 เว็บไซต์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้าน เดินหน้ายกระดับปราบบัญชีม้าทั้งระบบ

รัฐบาลจับมือ AIS Academy ดัน AI เข้าห้องเรียน อัปสกิลครู สร้างภูมิคุ้มกันไซเบอร์เยาวชน ปั้นคนไทยสู่อนาคต

เตรียมหมายจับใน 48 ชม. ผบช.ภ.9 ชี้เป้ากลุ่มคาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง เชิญผู้ต้องสงสัยสอบเข้ม

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved