โครงการมหาวิทยาลัยดิจิทัลจัดอบรมออนไลน์ Open Data กับการศึกษายุคดิจิทัล หวังร่วมพัฒนาข้อมูลดิจิทัลให้เข้มแข็งและถูกต้อง มุ่งสู่การเป็นอุดมศึกษาดิจิทัลที่ทุกภาคส่วนนำไปใช้ประโยชน์ข้อมูลอย่างเต็มที่เพื่อเปิดกว้างการพัฒนาระบบต่างๆ ภายใต้แนวคิด“แชร์ เชื่อม ใช้”
อ.ดนัยรัฐ ธนบดีธรรมจารี ผู้ดูแลโครงการการสร้างนิเวศสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล เปิดเผยว่า โครงการฯ ได้จัดการอบรมออนไลน์ “Open Data กับการศึกษายุคดิจิทัล” เพื่อการพัฒนาข้อมูลดิจิทัลให้มีความเข้มแข็งและถูกต้อง สามารถใช้งานได้จริง เนื่องจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้นจุดตัดของการทำให้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกต้องนั้นต้องกลับมาที่คนใช้งานและเริ่มที่ข้อมูล โดยมีผู้เข้าอบรมประกอบด้วย มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน และประชาชนที่สนใจ
นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวถึงเป้าหมายและทิศทางการทำ Open Data ระดับชาติ และการเชื่อมต่อกับข้อมูลมหาวิทยาลัยและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าข้อมูลที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญของรัฐบาลดิจิทัลที่นำไปสู่การเป็นอัจฉริยะหรือความชาญฉลาดของประเทศ โดยการเกิดโควิด-19 ถือเป็นจุดเปลี่ยนในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสของระบบราชการไทยในการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล โดยเฉพาะงานบริการผ่านระบบออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ในอีกความท้าทายที่ระบบราชการกำลังเผชิญ คือ การโจมตีหรือความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการ
ส่งข้อมูลที่ถูกต้องของปัญญาประดิษฐ์
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 13 “ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน” ทำให้ภาครัฐต้องนำดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน ปรับบทบาททั้งด้านโครงสร้าง กฎหมาย และบุคลากรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ใช้ข้อมูลในการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ ภายใต้ความร่วมมือของ ก.พ.ร. สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ รัฐบาลดิจิทัลและ Open Government จะต้องเกื้อหนุนกันและนำข้อมูลดิจิทัลมาใช้อย่างเต็มที่เพื่อเปิดกว้างการพัฒนาระบบต่างๆ ภายใต้แนวคิด “แชร์ เชื่อม ใช้” โดยมีดัชนีสากลเป็นตัวชี้วัดการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพึงพอใจของประชาชนผู้ใช้บริการระบบออนไลน์ รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ การยกระดับและขับเคลื่อนการทำงานภาครัฐที่ต้องปรับบทบาทให้ทันสมัย ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งต้องออกแบบให้เข้าถึงง่าย รวดเร็ว เกิดประโยชน์ และมั่นคงปลอดภัย โดยจัดทำคู่มือสำหรับประชาชน www.info.go.th โดยจัดหมวดหมู่กระบวนงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบค้น
ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ ได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัลทั้งการพัฒนาบริการภาครัฐสู่ E-Service ซึ่งรวมถึงด้านการศึกษา นอกจากนี้ยังปรับเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐสู่ข้อมูลดิจิทัล พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบคลาวด์ ระบบการจ่ายเงิน ตลอดจนพัฒนาการบริหารจัดการและกระบวนการทำงาน เช่น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบหลังบ้านของสำนักงาน อีเมล ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมหาวิทยาลัยสามารถตรวจสอบได้ว่าอยู่ ณ จุดใดของภาพรวมทั้งหมด
ขณะที่ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวระหว่างการบรรยายเรื่อง “การพัฒนา Data Catalog เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน” ว่าแผนงานรัฐบาลอัจฉริยะและการเปิดเผยข้อมูลสู่การจัดทำGovernment Data Catalog มีหลายระดับตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการเชื่อมโยงสู่รัฐบาลดิจิทัล แผนแม่บทโดยมีกลไกและกรอบกฎหมายเป็นตัวเร่งการทำงาน คือ พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ซึ่งระบุบทบาทของทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของข้อมูลและผู้ใช้ประโยชน์ โดยต้องจัดทำระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่มีกระบวนการตรวจสอบโดยคณะกรรมการธรรมาภิบาลข้อมูลหน่วยงานก่อนเผยแพร่ข้อมูล และจัดทำตามมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลที่มีคำอธิบายข้อมูลประกอบข้อมูลที่ชัดเจน ชี้ไปยังแหล่งข้อมูลต้นทางที่เป็นทางการที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจในการนำไปอ้างอิง และค้นหาได้อย่างรวดเร็ว นำไปใช้งานต่อได้ง่าย ส่วนแผนงานในระยะต่อไปจะเสนอแพลตฟอร์มกลาง รวมทั้งส่งเสริมกิจกรรมและฝึกอบรมการใช้ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐที่ผ่านการคัดกรองแล้ว และนำไปใช้ประโยชน์ เช่น จัดทำศูนย์ข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่น ด้านการเกษตร หรือจัดทำสารสนเทศเพื่อจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล
ปิดท้ายที่ อ.ดนัยรัฐ ได้อธิบายหลักการและขั้นตอนของ Open Data โดยระบุว่าหัวใจสำคัญคือ 1) เข้าถึงได้จริงและง่ายต่อการนำไปใช้ แก้ไขได้ ดาวน์โหลดฟรีผ่านอินเตอร์เนต 2) อนุญาตให้ใช้ใหม่และเผยแพร่ได้ รวมถึงการใช้ชุดข้อมูลร่วมกับชุดข้อมูลอื่นๆ 3) ผู้เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ใช้ซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ติดข้อจำกัดใดๆ แต่ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล โดยชุดข้อมูลที่เหมาะสมในการเผยแพร่ควรอยู่ในรูปของตารางหรือโครงสร้างเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และควรมีตัวเลขสถิติ เช่น จำนวนผู้ป่วย ปริมาณขยะมูลฝอย ปริมาณน้ำฝนรายเดือน สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงาน Open Data คือ 1) คน มีคณะทำงานที่เพียงพอต่อการดำเนินงาน 2) คุณภาพข้อมูลและการกำหนดเจ้าของข้อมูล 3) การกำหนดการอัปเดตข้อมูลและบำรุงรักษานิยามข้อมูล รวมถึงคำอธิบายข้อมูลให้ตรงกับการดำเนินงานล่าสุด 4) ความรู้และความเข้าใจด้านเทคโนโลยี โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการฯ ที่จะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่จะ “เชื่อม” หน่วยงานต่างๆ ให้มีพื้นที่ทำงานร่วมกัน “แชร์” ข่าวสาร แนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และแชร์ข้อมูลที่จะนำไปสู่การ “ใช้” ประโยชน์ร่วมกันต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี