‘เอ็ดดี้’ฟาดยับ‘ตรรกะอันตราย’ ถาม‘พอล’เข้าใจผิด...หรือบิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ?

‘เอ็ดดี้’ฟาดยับ‘ตรรกะอันตราย’ ถาม‘พอล’เข้าใจผิด...หรือบิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ?

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ?

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ


บทความของ “พอล ภัทรพล“ มีลักษณะเป็น "สื่อรณรงค์ทางการเมือง" (Political Propaganda/Campaign) ซึ่งมักมีการใช้ตรรกะแบบรวบรัด เพื่อโน้มน้าวใจ หากวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ รัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ จะพบจุดที่ผู้เขียนบทความอาจ "เข้าใจผิด" หรือ "เลือกนำเสนอความจริงเพียงบางด้าน" ดังนี้

_______________________________________________

1. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า….
"การเมืองไม่เสถียร นโยบายไม่ต่อเนื่อง... เพราะรัฐบาลอ่อนแอ ต้องต่อรองสูง"
พอลมองว่าความไร้เสถียรภาพเกิดจากตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง “วัฒนธรรมทางการเมือง" และการต่อรองผลประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นธรรมชาติของการเมืองระบบรัฐสภา ทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพราะรัฐธรรมนูญ 2560
ข้อเท็จจริงคือ ต่อให้แก้รัฐธรรมนูญใหม่ หากพรรคการเมืองยังแตกเป็นก๊กเป็นเหล่า หรือไม่มีพรรคใดชนะเด็ดขาด การต่อรองทางการเมืองและการเปลี่ยนขั้วอำนาจก็ยังจะเกิดขึ้นอยู่ดี

_______________________________________________

2. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า….
เปลี่ยนนายกฯ บ่อยเพราะรัฐธรรมนูญไม่ดี ทำให้ประเทศเดินสะดุด
หลังรัฐธรรมนูญ 2560 ไทยเปลี่ยนนายกฯ 4 คน
ข้อเท็จจริง: "รัฐธรรมนูญไม่ได้ทำให้สะดุด แต่ 'พฤติกรรมของตัวนายกฯ' เองที่เป็นปัญหา"
การที่ต้องเปลี่ยนนายกฯ บ่อย ไม่ใช่เพราะ "กฎหมายบกพร่อง" แต่เพราะ "ระบบตรวจสอบกำลังทำงาน" เพื่อคัดกรองคนที่ไม่เหมาะสมออกไปต่างหาก
ยกตัวอย่างเหตุการณ์จริง
กรณีเศรษฐา ทวีสิน:
สาเหตุที่ต้องออก: ไม่ใช่เพราะรัฐธรรมนูญกลั่นแกล้ง แต่เพราะตัดสินใจ ตั้งบุคคลที่มีมลทินมัวหมอง (ทนายถุงขนม - พิชิต ชื่นบาน) เข้ามาเป็นรัฐมนตรี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าสังคมกังขาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
นี่คือความผิดพลาดใน "วิจารณญาณทางจริยธรรม" ของผู้นำเอง รัฐธรรมนูญเพียงแค่ทำหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองไม่ให้คนที่มีประวัติไม่ดีเข้ามามีอำนาจ หากนายกฯ เลือกคนดีมีความสามารถมาทำงานแต่แรก ก็จะไม่มีใครถอดถอนได้ รัฐบาลก็จะอยู่ครบเทอมได้ตามปกติ
กรณีแพทองธาร ชินวัตร:
ประเด็นปัญหา: ความกังวลเรื่องการโทรศัพท์คุยกับ สมเด็จฮุนเซน ซึ่งเป็นผู้นำต่างชาติ ในลักษณะที่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวทับซ้อนกับผลประโยชน์ของชาติ หรือประเด็นพื้นที่ทับซ้อน
ปัญหาความไม่เชื่อมั่นหรือความเสี่ยงที่รัฐบาลจะ "สะดุด" ในกรณีนี้ เกิดจาก "พฤติกรรมส่วนบุคคล" และความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่อาจก้าวล่วงผลประโยชน์ของรัฐ ไม่ได้เกี่ยวกับว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างไร หากผู้นำวางตัวเป็นกลางและยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ทำอะไรไม่ได้

_______________________________________________

3. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า….
"รัฐธรรมนูญ 2560 ทำลายเศรษฐกิจ... GDP โตต่ำ / FDI ผันผวน / SET ไม่ไปไหน" โดยโยงว่าเป็นผลจากความไม่เสถียรของรัฐธรรมนูญ
นี่คือการ "จับแพะชนแกะ" เศรษฐกิจมหภาคขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาก เช่น สงครามการค้าโลก, โรคระบาด (โควิด-19), สังคมผู้สูงอายุ, และหนี้ครัวเรือน
ข้อเท็จจริงคือ แม้การเมืองจะมีผลต่อความเชื่อมั่น แต่การด่วนสรุปว่าดัชนีตลาดหุ้น (SET) หรือ GDP ตกต่ำเป็นเพราะ "รัฐธรรมนูญฉบับเดียว" เป็นการมองข้ามปัจจัยภายนอกและโครงสร้างทางเศรษฐกิจพื้นฐานที่ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันมานานแล้ว ไม่ว่าจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับใด

_______________________________________________

4. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า….
วุฒิสภาไม่ได้มาจากประชาชน แต่เลือกผู้นำประเทศได้
ข้อเท็จจริงคือ ในบริบทปัจจุบัน อำนาจของ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2567
ส.ว. ชุดปัจจุบัน ไม่มีอำนาจโหวตนายกฯ ร่วมกับ ส.ส. อีกต่อไป นายกฯ มาจากเสียงของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น การหยิบยกประเด็นนี้มาโจมตีในปี 2569 จึงเป็นข้อมูลที่หมดอายุและไม่ตรงกับข้อกฎหมายปัจจุบันครับ

_______________________________________________

5. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า…
กติกาที่ประชาชนไม่เคยเลือก
แต่กลับตรวจสอบได้ยากมาก
เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านการทำ "ประชามติ" เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 โดยมีประชาชนออกมาใช้สิทธิและ "เห็นชอบ" กว่า 16.8 ล้านเสียง (คิดเป็น 61.35%)
การผ่านประชามติถือเป็นความชอบธรรมสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย ยิ่งกว่าการโหวตในสภาเสียอีก ดังนั้นการบอกว่าประชาชนไม่ได้เลือก คือการดูถูกเสียงของประชาชน 16.8 ล้านคนที่ลงมติรับร่างในวันนั้น
ส่วนวมุมมองเรื่องการตรวจสอบ: ที่พอลบอกว่า "ตรวจสอบยาก" แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกแบบมาให้ "ตรวจสอบนักการเมืองเข้มข้นที่สุด" ต่างหาก (ปราบโกง) จึงทำให้นักการเมืองรู้สึกอึดอัด เพราะไม่สามารถใช้อำนาจตามอำเภอใจได้เหมือนในอดีต

_______________________________________________

5. พอล เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า…
• ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ล็อกนโยบายรัฐบาลเลือกตั้ง
• ประเทศปรับตัวช้า ไม่ทันโลก
• คนเก่งไม่อยากอยู่ในระบบ
• คนรุ่นใหม่ไม่เห็นอนาคต ต้องมองออกนอกประเทศ
พอลมองว่ายุทธศาสตร์ชาติเป็น "กรงขัง" ที่ดิ้นไม่ได้เลย และพยายามสร้างภาพว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือโซ่ตรวนที่ทำให้ประเทศล้าหลัง” นั้น ขัดแย้งกับหลักการบริหารประเทศที่เป็น “มาตรฐานสากล” อย่างสิ้นเชิง
ข้อเท็จจริงคือ ประเทศที่พัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาแบบก้าวกระโดด ล้วนมีแผนระยะยาวทั้งสิ้น การบริหารประเทศไม่ใช่การขายของชำที่จะคิดแค่วันต่อวัน แต่ต้องมองข้ามช็อตไปเป็นทศวรรษ
สิงคโปร์ มีแผนระยะยาวด้านโครงสร้างพื้นฐานและการศึกษาที่วางไว้ล่วงหน้า 20-50 ปี ด้วยซ้ำ
ยุทธศาสตร์ชาติทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศ” ไม่ใช่ “กรงขัง”
ยุทธศาสตร์ชาติกำหนด "เป้าหมาย" เช่น ไทยต้องเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์, ต้องเพิ่มพื้นที่ป่าไม้, หรือต้องลดความเหลื่อมล้ำ
ทำไมต้องมี?
เพื่อป้องกัน "นโยบายชักเข้าชักออก" เช่น รัฐบาล A สร้างรถไฟความเร็วสูง รัฐบาล B มายกเลิกแล้วทำถนนลูกรังแทน ยุทธศาสตร์ชาติจะบังคับให้โครงสร้างพื้นฐานหลักต้องเดินหน้าต่อ แม้เปลี่ยนรัฐบาล ประเทศจึงจะเจริญได้ต่อเนื่อง
การโจมตีว่าการมีแผน 20 ปีคือความล้าหลัง จึงเป็นเรื่องตลก เพราะ "ประเทศที่ไม่มีแผนระยะยาวต่างหาก คือประเทศที่ไม่มีอนาคต" เพราะนักลงทุนต่างชาติ (FDI) ต้องการความชัดเจน ว่าทิศทางประเทศจะไม่เปลี่ยนไปมาตามอารมณ์ของนักการเมือง
การสรุปว่าคนเก่งหนีไปต่างประเทศเพราะ "มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี" เป็นตรรกะที่วิบัติมาก
คนเก่งย้ายประเทศ เป็นปรากฏการณ์ทั่วโลก ปัจจัยหลักคือ "ค่าตอบแทน" และ "โอกาสเติบโตในสายงาน" ไม่ใช่เพราะเขานั่งอ่านรัฐธรรมนูญแล้วรู้สึกว่ามียุทธศาสตร์ชาติเลยอยากย้าย
หากไม่มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายเปลี่ยนทุก 2 ปี เศรษฐกิจยิ่งผันผวน นักลงทุนไม่กล้ามาตั้งฐานการผลิต งานดีๆ ก็ยิ่งไม่มี คนเก่งยิ่งต้องหนี
พอล ความพยายาม "สร้างปีศาจ" จากคำว่า "ยุทธศาสตร์ชาติ" เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยแกล้งลืมความจริงที่ว่า
"การวางแผนระยะยาว คือหัวใจของการบริหารองค์กรและประเทศที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก การปล่อยให้นักการเมืองเปลี่ยนทิศทางประเทศตามอำเภอใจทุกการเลือกตั้งต่างหาก คือหายนะที่แท้จริง"
ตกลง พอล เป็นนักธุรกิจหรือนักลงทุน แบบไหน ทำไมไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจเอาเสียเลย

_______________________________________________

6. พอละ เข้าใจผิด หรือ บิดเบือนเรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า…
แก้รัฐธรรมนูญ 2560 ≠ แก้ มาตรา 112
... ม.112 เป็นกฎหมายอาญา ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ
ข้อเท็จจริงคือ แม้ ม.112 จะอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา แต่รัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 (บททั่วไปและพระมหากษัตริย์) เป็นรากฐานที่รองรับสถานะของสถาบันฯ หากมีการร่างใหม่ทั้งฉบับ (ยกร่างใหม่โดย ส.ส.ร.) ย่อมเปิดช่องให้เกิดการตีความหรือเสนอแก้ไขโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจได้ การยืนยันว่า "แยกขาดจากกันโดยสิ้นเชิง" จึงเป็นมุมมองทางเทคนิคกฎหมายที่อาจไม่ครอบคลุมพลวัตการต่อสู้ทางการเมืองจริง

_______________________________________________

สรุป
การกล่าวโทษว่า "รัฐธรรมนูญทำลายเศรษฐกิจและการวางแผนระยะยาว" เป็นการ "โยนความผิดให้กติกา" เพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดของนักการเมือง
ถ้านักฟุตบอลทำฟาวล์แล้วโดน "ใบแดง" จนต้องออกจากสนาม...เราควรโทษว่า "กรรมการ/กติกาเฮงซวย" หรือโทษว่า "นักฟุตบอลเล่นสกปรก"?
บทความนี้พยายามบอกให้แก้กติกา (ยกเลิกใบแดง) เพื่อให้นักฟุตบอลที่เล่นสกปรกยังสามารถอยู่ในสนามต่อไปได้ โดยอ้างว่า "เพื่อความต่อเนื่องของเกม" ซึ่งเป็นตรรกะที่อันตรายต่อประเทศชาติครับ

_______________________________________________

#8กุมภากาไม่เห็นชอบ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top