‘Policy Watch Connect 2026’ เปิดพื้นที่รัฐสภาให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง เปลี่ยน‘ภาพฝัน’สู่‘การเมืองที่จับต้องได้’

‘Policy Watch Connect 2026’ เปิดพื้นที่รัฐสภาให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง เปลี่ยน‘ภาพฝัน’สู่‘การเมืองที่จับต้องได้’

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ภาพของอาคารรัฐสภา “สัปปายะสภาสถาน” ที่เคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่เฉพาะของฝ่ายนิติบัญญัติและนักการเมือง ได้ถูกแปรเปลี่ยนให้มีชีวิตชีวาและเปิดกว้างต่อประชาชนมากกว่าที่เคย เมื่อพื้นที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจเชิงนโยบายของประเทศ กลายเป็นพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม การแลกเปลี่ยน และการร่วมออกแบบอนาคตของประเทศ ภายใต้งาน “Policy Watch Connect 2026 เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ” ซึ่งปิดฉากลงด้วยความประทับใจ พร้อมสะท้อนภาพของสภาฯ ในฐานะพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย Policy Watch จากศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 40 องค์กร ได้ร่วมกันจัดงาน “Policy Watch Connect 2026” เปิดพื้นที่ระดมสมองต่อเนื่องตลอด 12 วัน ระหว่างวันที่ 12-23 มกราคม 2569 ณ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ มีประชาชนและภาคประชาสังคมเข้าร่วมกว่า 2,000 คน


เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่ให้ประชาชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และพรรคการเมือง ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และร่วมกันออกแบบข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ก่อนการเลือกตั้งในปี 2569 ผ่านกระบวนการเสวนาเชิงลึกจาก 12 เวที Policy Forum จนได้ข้อเสนอเชิงนโยบายรวมทั้งสิ้น 80 นโยบาย ครอบคลุมประเด็นสำคัญของประเทศในหลากหลายมิติ

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา กล่าวย้ำว่า การจัดงาน Policy Watch Connect 2026 ถือเป็นกิจกรรมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่รัฐสภา และเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม

“ปกติเราพูดกันเสมอว่าสภาฯ ควรเป็นพื้นที่เปิด เป็นพื้นที่ของประชาชน งานวันนี้เป็นภาพที่เราฝันอยากเห็นคือสภาที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ ทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมได้จริง งานครั้งนี้เกิดขึ้นจากแรงผลักดันของหลายฝ่าย โดยเฉพาะทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการประชุมและการเตรียมงานอย่างต่อเนื่อง”

ขณะที่ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า การจัดงานตลอด 12 วันที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงานทั้งประชาชน ภาคประชาสังคม นักการเมือง รวมกว่า 2,000 คน ได้รับความชื่นชมในการจัดกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองและภาคประชาชนได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงข้อเสนอนโยบายร่วมกันอย่างเข้มข้น

พรรคการเมืองสามารถนำเสนอนโยบายของตนเอง ควบคู่ไปกับการรับฟังและเลือกช็อปนโยบายจากภาคประชาชน เพื่อสะท้อนพลังการขับเคลื่อนของประชาชน และการทำงานร่วมกันระหว่างนักการเมืองกับภาคประชาชนในการผลักดันประเด็นสาธารณะในอนาคต และได้ส่งมอบ “สมุดปกขาว” ซึ่งรวบรวมข้อเสนอและข้อมูลเชิงนโยบายจากทีมสถาบันนโยบายสาธารณะ โดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันพระปกเกล้า ให้พรรคการเมืองต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นบันทึกเสียงของประชาชน และใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบนโยบายในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่จะมานี้

“การจัดงานครั้งนี้เริ่มต้นจากแนวคิดการจัดนิทรรศการ ก่อนจะพัฒนาเป็นเวทีเสวนาในประเด็นวาระสำคัญของประเทศ ความตั้งใจของคณะกรรมาธิการฯ และองค์กรภาคีผู้ร่วมจัด คือการใช้พื้นที่รัฐสภา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจเชิงนโยบายของประเทศ ให้เป็นพื้นที่ของประชาชนในการริเริ่มและร่วมกันคิดนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง เพื่อนำเสนอให้พรรคการเมืองและผู้มีอำนาจตัดสินใจได้รับฟัง”

พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญชวนให้พรรคการเมืองรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชนกว่า 80 ข้อเสนอ ซึ่งได้จากการเสวนาอย่างเข้มข้นตลอดระยะเวลา 12 วันที่ผ่านมา และฝากถึงว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้พิจารณาว่าข้อเสนอใดสอดคล้องและสามารถนำไปเติมเต็มช่องว่างเชิงนโยบายของตนเองได้ ก็ขอให้ช่วยผลักดันข้อเสนอจากประชาชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

สำหรับกิจกรรม “Policy Market Place” ตลาดนโยบาย 5 ร้าน ที่ครอบคลุมประเด็นสำคัญของประเทศ ได้แก่ การเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ประชากรและระบบสุขภาพความเหลื่อมล้ำ และความน่าเชื่อถือของรัฐ มีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคกล้าธรรมมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนจาก 12 เวที Policy Forum รวมกว่า 80 นโยบาย ซึ่งสะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนในหลากหลายมิติ

โดยนโยบายที่ได้รับความสนใจจากพรรคการเมืองมากที่สุด คือประเด็นความเหลื่อมล้ำ และประเด็นประชากรและระบบสุขภาพ ซึ่งหลังจากนี้พรรคการเมืองต่างๆ จะนำไปผลักดันต่อยอดให้เห็นเป็นรูปธรรมเชิงนโยบาย

ทั้งนี้ ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 - 19.00 น. ไทยพีบีเอส ร่วมกับ 8 พันธมิตรสื่อ เตรียมจัดเวที ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ How to กู้ “ไทยทานิค” เศรษฐกิจไทย ในหัวข้อ “เจาะลึกนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมือง หาเงิน ใช้เงิน สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ระหว่าง 8 บรรณาธิการ จาก 8 สื่อมวลชนแถวหน้ากับพรรคการเมืองต่างๆ พร้อมส่งมอบ “สมุดปกขาว” เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top