วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางวิกฤตสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ การสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป หากแต่อาจเริ่มจากการหยุดมองสิ่งมีชีวิตเล็กๆ รอบตัว โดยเฉพาะ “นก” ที่อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ในทุกพื้นที่
แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นที่มาของโครงการ “Thai PBS ชีวิตติดปีก Photo Contest 2569” ซึ่งองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) จัดพิธีมอบรางวัลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ลานไม้ ไทยพีบีเอส เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและประชาชนใช้ภาพถ่ายเป็นสื่อถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติ พร้อมปลุกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
.jpg)
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นจากพื้นที่ของไทยพีบีเอส ซึ่งแม้จะตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครและมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่กลับเป็นแหล่งอาศัยของนกกว่า 40 ชนิด สะท้อนให้เห็นว่าหากเมืองมีพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสม ธรรมชาติก็สามารถดำรงอยู่เคียงข้างผู้คนได้
ในฐานะสื่อสาธารณะที่ใช้สัญลักษณ์ “นก” เป็นโลโก้ ไทยพีบีเอส จึงต้องการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ โดยเชื่อว่าการดูนกเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ระบบนิเวศ เข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และต่อยอดไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในวงกว้าง
“โลกไม่ได้มีเพียงมนุษย์ แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่อาศัยอยู่ร่วมกัน นกจึงเป็นเหมือนสะพานที่ช่วยเชื่อมคนกับธรรมชาติ เพราะเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ง่าย เมื่อเราเริ่มสังเกตนก เราจะเริ่มมองเห็นความหลากหลายของชีวิตและเข้าใจว่า มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ” นายวันชัยกล่าว
.jpg)
นอกจากพิธีมอบรางวัลแล้ว ภายในงานยังจัดกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทั้งการเสวนาในหัวข้อ “ภาพถ่ายนกกับพลังการสื่อสารเพื่อการอนุรักษ์” โดย สมิทธิ์ สุติบุตร์ และบารมี เต็มบุญเกียรติ ช่างภาพสัตว์ป่าและผู้ดำเนินรายการสารคดี Full Frame ที่ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “จริยธรรมในการถ่ายภาพสัตว์ป่า” ซึ่งให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์และการไม่รบกวนธรรมชาติมากกว่าการได้ภาพที่สวยงามเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Mini Bird Walk ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สำรวจนกภายในพื้นที่ไทยพีบีเอสกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ธรรมชาติไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังผืนป่าห่างไกล แต่สามารถเริ่มต้นได้จากพื้นที่สีเขียวใกล้บ้านหรือแม้แต่ในเมืองใหญ่
สำหรับการประกวดในปีนี้ มีการมอบรางวัล 4 ประเภท ได้แก่ ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือ “นกบ้านฉัน” ภาพนิ่งระดับเยาวชน ภาพนิ่งระดับประชาชนทั่วไป และคลิปวิดีโอสั้น ก่อนปิดท้ายด้วยนิทรรศการ “ชีวิตติดปีก” ที่รวบรวมผลงานภาพถ่ายของผู้เข้าประกวดมาจัดแสดงให้ประชาชนได้ชื่นชม เสียงสะท้อนจากผู้ได้รับรางวัลยังสะท้อนให้เห็นว่าการดูนกไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรก หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และความเข้าใจธรรมชาติ

นายหาญณรงค์ สีคุณ ผู้ชนะเลิศประเภทภาพนิ่งระดับประชาชนทั่วไป เล่าว่า เริ่มสนใจการดูนกตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะใช้เวลาว่างออกสำรวจธรรมชาติ ถ่ายภาพ และบันทึกข้อมูลนกผ่านแอปพลิเคชัน eBird อย่างต่อเนื่อง เขามองว่าโครงการนี้เป็นเวทีที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนออกไปสัมผัสธรรมชาติรอบตัว พร้อมชวนให้ตระหนักว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกมากมายที่อาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์ การออกไปใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาตินอกจากช่วยเติมพลังชีวิต ยังเป็นอีกวิถีหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ นายเมืองปาย ซื่อตรง นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ชนะเลิศประเภทภาพนิ่งระดับเยาวชน เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการดูนกมาจากการที่คุณแม่พาเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่เด็ก แม้ในช่วงแรกจะไม่เข้าใจและรู้สึกเบื่อ แต่เมื่อได้จับกล้องถ่ายภาพกลับพบเสน่ห์ของธรรมชาติ จนพัฒนาความสนใจสู่การศึกษาด้านชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ เชื่อว่าภาพถ่ายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง เพราะสามารถทำให้ผู้คนเห็นคุณค่าของธรรมชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำมากมาย

นายภัฏ ตะบูนพงศ์ นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรม Mini Bird Walk กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการถ่ายภาพนก เพราะพบว่านกในเมืองก็มีความหลากหลายและสามารถถ่ายภาพได้ไม่ยาก อีกทั้งยังได้รับความรู้ด้านเทคนิคการถ่ายภาพและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อธรรมชาติ พร้อมหวังว่าจะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน นางสาวปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะไทยพีบีเอส ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวว่า โครงการครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น มีผู้ส่งผลงานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเข้าประกวดมากกว่า 2,000 ผลงาน ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของเยาวชนและประชาชนที่พร้อมใช้พลังแห่งการสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติผ่านมุมมองของตนเอง
.jpg)
“ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น แต่คือการได้เห็นผู้คนออกไปเรียนรู้ธรรมชาติด้วยตัวเอง ผ่านการสังเกต การบันทึกภาพ และการถ่ายทอดเรื่องราวของนกในมิติที่หลากหลาย ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการ “ชีวิตติดปีก Photo Contest” จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกวดภาพถ่าย แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้ธรรมชาติผ่านประสบการณ์จริง และร่วมกันส่งต่อเรื่องราวของความหลากหลายทางชีวภาพผ่านมุมมองของตนเอง” นางสาวปภาภรณ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี