วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“บุญบั้งไฟ” หรือ “บุญเดือนหก” เป็นประเพณีม่วนซื่นและมีคุณค่า ที่มีการสืบทอดกันมายาวนานวิถีเกษตรกรรม สร้างความสามัคคีของชาวอีสาน ส่วนใหญ่แล้วจะจัดกันราวๆ 2 เดือน คือ พฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี
ทั้งนี้ นอกจากเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงการเริ่มต้นฤดูทำนาแล้ว ยังปลุกปั้นให้เกิดการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับคนท้องถิ่นได้มาก แต่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันกำลังถูกท้าทายจากปัจจัยเสี่ยง “สนามบั้งไฟ” กลายเป็น “สนามการพนัน” โดยมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลัง และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว
โดยข้อมูลปี 2568 เกิดเหตุบั้งไฟตกทะลุหลังคาโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธรสร้างความตกใจให้กับ และนักเรียนในพื้นที่ นี่เพียงเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการจัดงานอย่างจริงจัง

เรื่องนี้ นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ระบุว่า ด้วยรูปแบบของบั้งไฟ ถือว่ามีความเสี่ยงในตัวของมันอยู่แล้ว แต่เมื่อในพื้นที่มีการกินดื่ม และการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากอุบัติเหตุบั้งไฟแตก บั้งไฟตก จึงไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจผลิตให้บั้งไฟออกมาเป็นลักษณะนั้นโดยเฉพาะ ประกอบกับความ “เมา” ก็ยิ่งไปเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีก
ผลที่ตามมาอีกประการคือ การท่องเที่ยวที่มีแต่ความรู้สึกกลัว กังวลกับอันตรายรอบด้าน ดังนั้นเราจึงต้องการอนุรักษ์ประเพณีในยุคปัจจุบัน จึงไม่ใช่เพียงการรักษารูปแบบดั้งเดิม แต่ต้องทำให้งานบุญเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในชุมชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนและนักท่องเที่ยว 2,550 คน ใน 9 พื้นที่จัดงานบุญบั้งไฟ ปี 2568 พบประชาชน 72.4% กังวลเรื่องอุบัติเหตุจากการเดินทาง 72.1% กังวลปัญหาการทะเลาะวิวาทจากคนเมาสุรา และ 67.3% กังวลอันตรายจากบั้งไฟระเบิด
ผลสำรวจยังสะท้อนความต้องการจัดงานบุญที่ปลอดภัยมากขึ้น โดย 67.5% ต้องการให้งานบุญบั้งไฟปลอดการพนัน 67.1% สนับสนุนการจัดงานปลอดเหล้า และ 66.7% ควรมีมาตรการความปลอดภัย เช่น ติดร่มชูชีพให้บั้งไฟ
.jpg)
ที่น่าสนใจคือ 83.7% เชื่อว่างานบุญบั้งไฟปลอดเหล้า จะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้จริง 78.7% เห็นว่าจะช่วยลดปัญหาการทะเลาะวิวาท งานมีบรรยากาศปลอดภัย เหมาะสำหรับครอบครัว เด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยว
ส่วนผู้จัดงาน 79.7% สนับสนุนการจัดงานปลอดแอลกอฮอล์ เพราะช่วยลดความวุ่นวายจากคนเมา ขณะที่ผู้ประกอบการ 84.3% เห็นว่างานที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้การค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่น และมากกว่าครึ่งระบุว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้
ด้าน นางนุตประวีย์ ปรินแคน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาใหญ่ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เสริมว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท และเหตุรุนแรงในชุมชน จึงอยากให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ประเพณีควบคู่กับการสร้างมาตรการลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้งานบุญยังคงเป็นพื้นที่แห่งวัฒนธรรม ความปลอดภัย และความภาคภูมิใจของชุมชน
ขณะที่ นายบุญทอง วิเศษชาติ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ระบุว่า ปี 2569 ชุมชนได้ขับเคลื่อนแนวคิด “บุญบั้งไฟปลอดภัย ปลอดเหล้า สืบสานวัฒนธรรมอีสานอย่างสร้างสรรค์” เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ ร่วมงานบุญอย่างรับผิดชอบ ลดอุบัติเหตุ ลดความรุนแรง และทำให้ประเพณียังคงเป็นพื้นที่แห่งความสุขของทุกคน
.jpg)
ส่วนนายมงคล ปัญญาประชุม ผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง ก็ย้ำว่า ปัจจุบันบุญบั้งไฟได้เปลี่ยนผ่านจากพิธีกรรมชุมชนไปสู่กิจกรรมความบันเทิงขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมกับมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้ภาพจำของประเพณีถูกแทนที่ด้วยอุบัติเหตุ ความรุนแรง หรือปัญหาสังคม เครือข่ายฯ จึงร่วมกันผลักดันแนวคิด “บุญบั้งไฟปลอดภัย” กว่า 50 พื้นที่ โดยมุ่งลดปัจจัยเสี่ยงจากเหล้าและการพนัน เพิ่มพื้นที่ปลอดภัยสำหรับครอบครัวและเยาวชน
“นี่ไม่ใช่การทำลายประเพณี แต่คือการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณของงานบุญให้ดำรงอยู่ได้อย่างสง่างาม สมดุล และยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในปัจจุบัน”
ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องร่วมกันขับเคลื่อนงานบุญประเพณีปลอดเหล้าปลอดภัย และสร้างมาตรการสาธารณะที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรม เพื่อให้งานบุญบั้งไฟยังคงเป็นพื้นที่แห่งความสุข ความปลอดภัย และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี