วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ คือวันชี้ชะตาอนาคตประเทศไทยอีกครั้ง
เพราะเหตุที่ว่าจะมีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเพื่อเลือกสส.กันใหม่หลังการยุบสภาผู้แทนราษฎร และยังเป็นวันลงประชามติว่าสมควรจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่หลังใช้งานมา 8 ปีแล้ว
เวลานี้เราจึงได้เห็นนักการเมืองพรรคต่างๆ ทุ่มเทสรรพกำลังเดินสายหาเสียงขอคะแนนให้เลือกทั้งคนทั้งพรรคจะได้เข้าไปนั่งในสภาและอาสาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศ
ส่วนจะทำได้จริงหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วในรัฐบาลที่ผ่านๆ มาทั้งทำได้บ้างไม่ได้บ้าง หรือตั้งใจที่จะไม่ทำบ้าง
การจัดเวทีดีเบต เสวนาเพื่อให้พรรคการเมืองส่งตัวแทนมาพูดคุยนำเสนอนโยบายต่างๆ จึงเกิดขึ้นทุกวัน นับเป็นสิ่งที่ดีทั้งนักการเมืองและประชาชนจะได้พบกันให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์
28 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ที่ห้องภาณุมาศ ชั้น 10 โรงแรมรอยัล ริเวอร์ บางพลัด กรุงเทพฯ, มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) จัดเสวนา ในหัวข้อ “สื่อมวลชนพบพรรคการเมือง : ถามหานโยบายสุขภาวะเพื่อสังคมยั่งยืน” มีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมเสวนาฯ โดย จิระ ห้องสำเริง สื่อมวลชนอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ
เริ่มต้นเปิดงานเสวนาโดย อภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) กล่าวว่า เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ เป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองจะได้นำเสนอนโยบายในการบริหารประเทศ ก็อยากจะให้พรรคการเมืองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างคุณภาพชีวิตเพื่อสุขภาวะที่ดีของคนไทยทุกช่วงอายุโดยเฉพาะกลุ่มคนเปราะบางและอยากจะให้มีการวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นด้วย
จากนั้นถึงคิวของนักการเมืองอาวุโสอดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอย่าง นิกร จำนง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ภูมิใจไทย เห็นว่าปัญหาความปลอดภัยทางถนนมีหลายมิติและจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ทุกพรรคต้องมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ พรรคเราจะทำชุมชนให้เข้มแข็ง ดูแลผู้สูงอายุ ส่งเสริมพยาบาลอาสาเพื่อมาดูแลคนกลุ่มนี้รวมถึงเด็กและคนพิการ ส่วนเรื่องภัยพิบัติและโรคร้ายแรงจะจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับคนกลุ่มเปราะบาง เพื่อจะได้ดูแลในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ร้ายแรงควบคู่กับมาตรการเตือนภัยอย่างเป็นระบบ จะจัดตั้งกองทุนขึ้นดูแลและสร้างระบบ Single Command หรือ “คำสั่งเดียว” ให้การทำงานตรงตามเป้าหมายและเข้าใจตรงกัน
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมายพรรคประชาชน ย้ำว่า พรรคฯมี 206 นโยบาย 4 เสาหลัก ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันสะท้อนสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เห็นด้วยว่าต้องบูรณาการทำงานร่วม วิกฤตในปัจจุบันเด็กไทยเกิดต่ำมาก ผู้สูงอายุมีมากขึ้น เชื่อว่าในอีก 20-30 ปี ประเทศไทยจะมีผู้สูงวัยมากถึง 1 ใน 3 ขณะที่เด็กเกิดใหม่มีน้อยเพียง 4 แสนคนต่อปี ทำให้คนในกลุ่มเจนวายกลายเป็น “เดอะแบก” ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ พรรคฯเราจะดูประชาชน ตั้งแต่เกิดจนตาย จะให้คุณแม่หลังคลอดลาได้จาก 4 เดือนเป็น 6 เดือน สามารถ “แชร์การลาคลอด”กับผู้เป็นพ่อได้ จะส่งเสริมให้มีเนิร์สเซอรีเพื่อรับช่วงต่อดูแลเด็กวัย 6 เดือนจนถึง 2 ขวบ พร้อมสร้างผู้ดูแลผู้สูงอายุให้ได้ 1 ล้านตำแหน่ง
คิวต่อมา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โลกในทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากดังนั้นพรรคจะเน้นใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยดูแลและรักษาอาการเจ็บของคนไทย ใครที่เจ็บป่วยไม่มากสามารถไปพบเภสัชกรเพื่อรับคำปรึกษาและยาโดยไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล ปัจจุบัน AI ได้เข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมและการใช้ชีวิตเพื่อนำมาใช้วางแผนดูแลด้านสุขภาวะและสุขภาพที่ดี อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถช่วยแพทย์ในการวิเคราะห์อาการของผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในบั้นปลายได้ที่บ้านจนถึงวาระสุดท้ายของตัวเอง ส่วนเรื่องการทำลายบุหรี่ไฟฟ้าที่กรมศุลกากรจับได้แล้วไม่มีใครแสดงความเป็นเจ้าของหากกฎหมายให้ทำลายของกลางได้เลยตนก็เห็นด้วย
ด้าน นพ.ชลภัฏ จาตุรงคกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ตัวคนเป็นสำคัญ ในส่วนของการลาคลอดจะอนุญาตให้แม่ลาคลอดได้ 6 เดือน จากนั้น จะเปิดโอกาสทำให้งานออนไลน์เพื่อเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านได้ จัดสร้างเนิร์สเซอรีใกล้ที่ทำงาน จัดตั้งกองทุน “Health Insurance” รองรับการรักษาพยาบาล สนับสนุนให้ใช้บริการฟิตเนสแล้วนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ เพื่อจะได้ดูแลสุขภาพและสร้างสุขภาวะที่ดี จะกระจายอำนาจและช่วยให้ อสม.ทั่วประเทศได้ยกระดับขึ้นเป็นผู้ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย ดูแลบุคลากรทางการแพทย์ทั้งเรื่องผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดี การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยมีแผนจะทำ Health Link เพื่อมาดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของคนไทย
ส่วน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ลำดับที่ 2 พรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า จะต้องกระจายการดูแลด้านสาธารณสุขไปยังท้องถิ่น ทั้งเรื่องงบประมาณและการดูแลคนกลุ่มเปราะบาง แม้ว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น AI เป็นสิ่งจำเป็นในโลกยุคปัจจุบันแต่คนยังต้องดูแลตนเองอยู่ดี แนวโน้มเด็กเกิดใหม่มีน้อยขณะที่ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวมากขึ้น เชื่อว่าอนาคตในอีก 60 ปี ข้างหน้า คนไทยจะเหลือเพียง 33 ล้านคน ซึ่งนโยบายการดูแลคนไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือคนพิการ จำเป็นจะต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง ปัญหาผลตอบแทนที่แพทย์ได้รับไม่เพียงพอ สร้างปัญหา “ตกปลาในบ่อเพื่อน” เอาแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลท้องถิ่นไปทำงาน มีผลตอบแทนที่สูงกว่าสร้างปัญหาความไม่เพียงพอของแพทย์และพยาบาลในต่างจังหวัดจะต้องได้รับการแก้ไข
จากนั้นผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาได้แสดงความเห็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า แอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด โดยเฉพาะกัญชาและใบกระท่อม ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า บุหรี่ไฟฟ้าต้องเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากกฎหมายเปิดช่องให้กรมศุลกากรทำลายของกลางที่ไม่มีผู้แสดงความเป็นเจ้าของก็ดำเนินการได้ทันที สำหรับกัญชาและใบกระท่อมพร้อมจะนำกลับเข้าสู่บัญชีบัญชียาเสพติดให้โทษ ส่วนแอลกอฮอล์พรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดขายสุรากันเต็มที่และควรทบทวนเรื่องการเปิดสถานบริการถึงตี 4 พร้อมเป็นห่วงนโยบายออกหวยประเภทต่างๆ ของหลายพรรคจะเป็นการมอมเมาประชาชนมากขึ้น
ฟังดูแล้วก็พอจะมีความหวัง แต่ต้องดูว่าพรรคไหนจะเข้าไปเป็นรัฐบาล มสส.กับเครือข่ายสื่อมวลชนจะได้จัดเวทีทวงถามนโยบายกันอีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี