วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
‘สังเกตไหมว่าเวลาเราเคลื่อน News Feed ต่างๆ ข้อทูลข่าวสารมาจากไหน? ส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดลำดับความสำคัญโดยอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มนั้น เราไม่ได้เห็นทุกอย่าง เราเห็นบางอย่างที่อัลกอริทึมจัดมาให้เรา บางอย่างที่สำคัญมาจากไหน? มาจากพฤติกรรมครั้งก่อนๆ ของเราในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร เราอาจชอบฟังเพลงประเภทหนึ่ง อาจชอบติดตามผู้สร้าง Content (เนื้อหา) หนึ่งแล้วตัวอัลกอริทึมก็จะเอาสิ่งเหล่านั้นกลับมาให้เราบริโภคอย่างสม่ำเสมอ’
วศิน ปั้นทอง อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในวงประชุมเชิงปฏิบัติการเนื่องในวาระวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 2026 ‘AI & Media Freedom เมื่อความจริงต้องทำงานแข่งกับอัลกอริทึม ระดมสมองฝ่าอุปสรรคยุคเอไอ สู่ระบบข้อมูลที่เชื่อถือได้’ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา อธิบายการทำงานของ ‘อัลกอริทึม (Algorithm)’ กลไกที่แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) คัดเลือกเนื้อหามาให้ผู้ใช้งานได้พบเห็น
ซึ่งอัลกอริทึมนั้นมีกระบวนการทำงาน 4 อย่าง คือ 1.จัดลำดับความสำคัญ (Prioritisation) 2.การจัดประเภท (Classification) 3.การเชื่อมโยงเนื้อหา (Association) และ 4.การคัดกรองเนื้อหา (Filtering) อย่างไรก็ตาม ‘อัลกอริทึมก็มีผลกระทบเชิงลบ (Algorithmic Harm)’ หมายถึงหมายถึงประสบการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการนำระบบมาใช้งานและดำเนินการในโลกกายภาพ ขณะเดียวกันก็เป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทางเทคนิคของระบบกับพลวัตทางอำนาจในสังคม
โดยแบ่งผลกระทบได้ 5 รูปแบบ คือ 1.ผลกระทบด้านการนำเสนอภาพแทนความจริง เช่น การผลิตช้ำภาพจำที่ผิด (Stereotype) ลดทอนคุณคาของกลุ่มคนในสังคม ทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มหายไปจากการรับรู้ ทำให้กลุ่มคนกลายเป็นคนนอกหรือแปลกแยก ปฏิเสธโอกาสที่บุคคลจะระบุตัวตนด้วยตนเอง ตอกย้ำการแบ่งประเภทคนแบบเหมารวม 2.ผลกระทบด้านการจัดสรรทรัพยากร มีทั้งการสูญเสียโอกาส เช่น การจ้างงาน การศึกษา ตลอดจนความสูญเสียทางเศรษฐกิจหรือการเงิน
3.ผลกระทบด้านคุณภาพการบริการ ความรู้สึกแปลกแยกจากการใช้งาน การเพิ่มภาระงานให้กับผู้ใช้ เซ่น ต้องพยายาม ปรับตัวเข้ากับระบบ การสูญเสียสิทธิประโยชน์หรือบริการที่ควรได้รับ 4.ผลกระทบด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การสูญเสียอำนาจในการตัดสินใจหรืออิสระของตนเอง ความรุนแรงที่ถูกส่งเสริมหรืออำนวยความสะดวกโดยเทคโนโลยี สุขภาพและสุขภาวะที่แย่ลง การละเมิดความเป็นส่วนตัว และ 5.ผลกระทบต่อระบบสังคม ด้านข้อมูลข่าวสาร (เช่น ข้อมูลบิดเบือน) ด้านวัฒนธรรม ด้านสิทธิพลเมืองและการเมือง ด้านสังคมและเศรษฐกิจในวงกว้าง ด้านสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ ‘การจัดการกับอัลกอริทึม’ แบ่งเหมือนเกียร์รถยนต์ได้ 3 ระดับ คือ 1.แจ้งเตือน เช่น ลายน้ำ ข้อความหรือคำประกาศชี้แจงขอบเขตความรับผิดชอบ (Disclaimer) 2.จัดทำแนวปฏิบัติหรือหลักปฏิบัติทางธุรกิจ เป็นแนวทางร่วมกันของผู้มีส่วนได้ – ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และ 3.สถาปนาสิทธิในความโปร่งใสของอัลกอริทึม (The right to algorithmic transparency) เป็นสิทธิของผู้บริโภค
‘สิ่งที่เรียกร้องทั้งหมดโดยเฉพาะในเกียร์ 3 มันอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการ Overkill คือเหมือนเป็นการเรียกร้องมากเกินไปจนทำให้บริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ต่างๆ ต้องเปิดเผยความลับทางการค้าเลยไหม? อันนี้ไม่ใช่นะ ผมคิดว่าสิ่งที่พวกเราต้องการมันไม่ได้เรียกร้อง Overkill คือเราไม่ได้ต้องการให้บริษัทเปิดเผย Source Code (ชุดคำสั่ง) ทั้งหมด เพราะถึงเปิดเผยอย่างน้อยที่สุดผมคนหนึ่งก็ไม่ได้เข้าใจว่าเลข 0 1 (ภาษาทางคอมพิวเตอร์) ทั้งหมดมันหมายถึงอะไร แต่สิ่งที่ผู้บริโภคควรได้รับทราบมันคือผลโดยรวมและเกณฑ์มาตรฐาน’ อาจารย์วศิน กล่าว
อาจารย์วศิน ยังขยายความเพิ่มเติมโดยเปรียบเทียบกับการตรวจคุณภาพอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ไปตรวจไม่ได้ถามสูตรอาหารจากผู้ประกอบการว่าใส่อะไรบ้างถึงออกมามีรสชาติอร่อย แต่ดูวิธีการประกอบอาหาร เช่น อุปกรณ์ที่ใช้สะอาดหรือไม่ ใช้วัตถุดิบหมดอายุหรือไม่ เป็นต้น ดังนั้นความโปร่งใสของอัลกอริทึมก็ใช้หลักเดียวกัน คือไม่ถึงขั้นต้องให้เปิดเผยชุดคำสั่งทั้งหมด แต่ต้องการเพียงผลโดยรวม เช่น มีที่มาอย่างไร มีอันตรายอะไรบ้าง ใช้อะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐาน
วงประชุมครั้งนี้มีเจ้าภาพหลักคือภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วยเครือข่ายอีกหลายองค์กร มีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม อาทิ ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในตอนหนึ่งว่า ‘ความจริงวิ่งช้ากว่าคำโกหก..และอัลกอริทึมก็ให้คะแนนกับคำโกหกมากกว่า’ คำถามคือแล้วเราจะอยุ่กันอย่างไร? หรือการที่อัลกอริทึมมักให้คุณค่ากับเนื้อหาประเภทเร้าอารมณ์หรือมีคนติดตามจำนวนมาก
‘ถ้ามองในแง่ของต้นทุนทั้งในเชิงเวลา เชิงสรรพกำลัง กว่าที่ข่าวๆ หนึ่งจะถูก Debunk (หักล้าง) กว่าจะถูกตรวจสอบข้อมูลได้มันใช้เวลานานมาก แต่กลายเป็นว่าคนที่ทำ IO (ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร) หรือทำ AI Generated (สร้างเนื้อหาด้วยปัญญาประดิษฐ์) ข่าวสารขึ้นมา มันทำง่ายและใครๆ ก็ทำได้ Cost (ต้นทุน) มันไม่เท่ากัน แล้วเราจะวิ่งไล่มันทันได้อย่างไร?’ ผศ.ดร.เจษฎา กล่าว
ด้าน ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สรุปผลกระทบของอัลกอริทึมต่อเด็กเป็นแผนภาพ ‘วงจรหลุมพรางอัลกอริทึม (Exploitative Recommendation Loops)’ แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ ‘Step A (Entry)’ เด็กตอบสนองต่อเนื้อหาเริ่มต้น (Engagement) ‘Step B (Analysis)’ AI ตรวจจับอารมณ์และระยะเวลาการรับชม (Data Collection)
‘Step C (Escalation)’ ระบบป้อนเนื้อหาที่รุนแรงหรือกระตุ้นอารมณ์มากขึ้นเพื่อรั้งความสนใจ (Harmful Recommendation) และ ‘Step D (Dependency)’ เด็กเกิดการเสพติดและพึ่งพาทางอารมณ์ หมุนวนกลับไปที่ การตอบสนองที่ลึกขึ้น (Emotional Loop) พร้อมกับย้ำว่า ‘เด็กต้องมีความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี’ ไม่ถูกชักจูงโน้มน้าว (Manipulate) หรือแสวงหาผลประโยชน์ (Exploit) โดยอัลกอริทึม
ขณะที่ ศักดา เสมอภพ รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีตสำนักข่าวมีอำนาจหน้าที่ด้านบรรณาธิการ คัดเลือกเนื้อหาเพื่อนำเสนอต่อประชาชน แต่ปัจจุบันสื่อทำเรื่องนี้ได้น้อยลงเพราะต้องมุ่งเน้นจำนวนข่าวและยอดการเข้าถึง จึงเกิดคำถามว่าสมดุลระหว่างอัลกอริทึมกับสำนักข่าวอยู่ตรงไหน? สื่อต้องทำงานตามอัลกอริทึมหรือไม่? หรือสำนักข่าวไปถามแพลตฟอร์มเรื่องการปรับอัลกอริทึมทำให้ยอดการมองเห็นข่าวลดลง หมายถึงอำนาจต่อรองที่ลดลงของสื่อ!!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี