หมอยง ชี้ ไวรัสนิปาห์ ไม่ใช่โรคใหม่ การแพร่เชื้อต่ำ ไม่น่าห่วงเท่า โควิด ไข้หวัดใหญ่

หมอยง ชี้ ไวรัสนิปาห์ ไม่ใช่โรคใหม่ การแพร่เชื้อต่ำ ไม่น่าห่วงเท่า โควิด ไข้หวัดใหญ่

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.53 น.

วันนี้ 26 มกราคม พ.ศ. 2569 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับ โรคนิปาห์ ถูกพบว่ามีการติดเชื้อในประเทศอินเดีย ว่า  "โรคนิปาห์ ความเสี่ยงและการป้องกันในประเทศไทย ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2ุ6 มกราคม 2569

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่รู้จักมานานแล้วเกือบ 30 ปี องค์ความรู้ มีการศึกษากันมากมาโดยตลอด และการวินิจฉัยก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน ลักษณะอาการของโรค จะมีไข้สูง และถ้าเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม เกิดในมาเลเซียส่วนใหญ่จะมีอาการสมองอักเสบ แต่ในระยะหลังนี้ที่เกิดในเอเชียใต้จากบางประเทศและอินเดีย ส่วนใหญ่จะมีอาการทางปอด ปอดอักเสบมากกว่า และไม่มีตัวกลาง เป็นการนำเชื้อโดยตรงจากค้างคาวเข้าสู่คน ไม่เหมือนในมาเลเซียที่มีหมูเป็นตัวกลาง จากค้างคาว


หมอยง

การแพร่ระบาด โรคนี้มีอำนาจการกระจายโรคค่อนข้างต่ำ อยู่ระหว่าง 0.2 ถึง 0.8 หมายความว่าผู้ป่วย 1 คน จะแพร่กระจายโรคไปยังผู้อื่นได้ 0.2 ถึง 0.8 คน ไม่เหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด จะอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 ดังนั้นถ้าอำนาจการกระจายโรคน้อยกว่า 1 จะไม่เกิดการระบาดใหญ่อย่างแน่นอน จะเกิดการระบาดเฉพาะวงเล็ก เช่นในครอบครัว แพทย์พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วย เท่านั้น การระบาดของโรคนี้ จะพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงเอเชียใต้ เพราะมีตัวกลางเป็นค้างคาวกินผลไม้ ที่พบเชื้อได้ ดังแสดงในรูป สายพันธุ์ที่พบที่เคยระบาดที่มาเลเซีย และสายพันธุ์ที่พบในเอเชียใต้ มีความแตกต่าง จึงทำให้มีลักษณะแตกต่างกัน ที่ระบาดที่อินเดียขณะนี้เป็นสายพันธุ์ของเอเชียใต้ ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากค้างคาว โดยการสัมผัส หรือรับประทาน น้ำตาลจากอินทผาลัม ที่ไม่ได้ต้ม ที่จริงก็คงคล้ายกับน้ำตาลสดที่เราได้จากต้นตาล หรือต้นมะพร้าว ก็เป็นข้อเตือนใจสำหรับคนไทย ที่จะรับประทานน้ำตาลสด ควรผ่านการต้มเสียก่อน ลักษณะสายพันธุ์ที่แตกต่างกันดังแสดงในรูป

มาตรการในการป้องกันที่สำคัญในประเทศไทยคือ ป้องกันการติดเชื้อจากค้างคาว หลีกเลี่ยงการบริโภค ผลไม้ดิบ/ผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทาน ไม่ดื่มน้ำหวาน/น้ำผลไม้ดิบ ที่อาจปนเปื้อนค้างคาว ควบคุมแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของค้างคาวไม่ให้ใกล้ชุมชนมากเกินไป (โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ)

หมอยง

การเฝ้าระวังในคน (Surveillance) เฝ้าระวังผู้ป่วย ไข้เฉียบพลันร่วมกับอาการทางระบบประสาทหรือทางเดินหายใจรุนแรง เน้นผู้ที่ มีประวัติสัมผัสสัตว์ป่า เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง (เอเชียใต้) และระบบรายงานโรคที่รวดเร็ว (Event-based surveillance)

ป้องกันการแพร่เชื้อคน-สู่-คน แยกผู้ป่วยต้องสงสัยทันที มาตรการ Infection Prevention and Control (IPC) ในโรงพยาบาล Standard + Contact + Droplet precautions บุคลากรทางการแพทย์ใช้ PPE อย่างเหมาะสม

หมอยง

การเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข ห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจยืนยันได้ (BSL ตามความเหมาะสม) แนวทางสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดที่ชัดเจน การฝึกซ้อมแผนรับมือโรคอุบัติใหม่ (Public health emergency preparedness

การสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน ให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ลดความตื่นตระหนก แต่เน้นพฤติกรรมป้องกันที่ถูกต้อง ทำงานร่วมกับชุมชน (community engagement) โดยให้ความรู้ที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว"

หมอยง

ทำเอาชาวเน็ตหลายคนที่ได้อ่านโพสต์อธิบายเกี่ยวกับ โรคนิปาห์ ของ รวมไปถึงการป้องกันจากโรคนี้ของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ หรือ หมอยง ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความขอบคุณกันเป็นจำนวนมาก เช่น

"ขอบกระคุณค่ะอาจารย์"

"ขอบคุณค่ะ"

"ขอบพระคุณค่ะ"

"ขอบคุณค่ะ"

"กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอ ครับ"

"ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ อาจารย์"

"ขอบพระคุณค่ะอาจารย์"

"ขอบพระคุณค่ะอาจารย์"

หมอยง

หมอยง

หมอยง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top