วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวย้อนวันวานประสบการณ์สมัยเปิดคลินิกส่วนตัว สะท้อนภาพระบบสาธารณสุขและวัฒนธรรมการรักษาในอดีต โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "การให้คำปรึกษาสมัยก่อน ที่คลินิก ไม่สามารถเก็บค่าคำปรึกษา หรือค่าตรวจได้ ถ้าไม่มียา
ยง ภู่วรวรรณ 31 กรกฎาคม 2569 ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
.jpg)
การดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็ก จะมีการให้คำปรึกษามาก ดูแลเหมือนญาติมิตร เมื่อจบใหม่ทำโพลี่คลินิก และมาทำของตัวเอง ตอนเย็น ในกรุงเทพฯยังมีคลินิกแพทย์อยู่ประปรายพอสมควร ไม่เหมือนในปัจจุบันคลินิกหายหมด จะเหลือคลินิกที่รับช่วงจากสปสช เท่านั้น
การเก็บค่ารักษาพยาบาลสมัยก่อนค่าครองชีพก็น้อยกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกันตามคลินิกทั่วไปของตัวเองที่ทำอยู่ เก็บค่อนข้างถูกมาก อย่างการให้วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยักและโปลิโอในเด็ก จะคิดเพียง 50-60 บาทเท่านั้น และไม่มีค่าตรวจ ปรึกษา วัคซีนเป็นวัคซีนพื้นฐาน แต่ก็ต้องซื้อมา เป็น dose ต้นทุนก็ไม่ได้มากอะไร เมื่อกรณีไม่สบายก็จะคิดอยู่ในค่ายา ในโพลี่คลินิกก็เหมือนกัน น้อยราย ที่จะถึงร้อยหรือเกินร้อยบาท และค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยกว่าบาทประมาณ ปีพ.ศ 2540 ยาน้ำของเด็กสมัยก่อน จะซื้อมาเป็นแกลลอน แล้วมากรอกขวดเอง จึงทำให้มีราคาค่อนข้างถูก ซึ่งสมัยนี้แน่นอนไม่สามารถทำได้แล้ว ทุกอย่างต้องอยู่ในมาตรฐาน
ผู้ปกครองบางคนมาปรึกษาและหรือมียาเองอยู่แล้ว และเราไม่สามารถจ่ายยาได้ ก็ไม่สามารถที่จะเก็บสตางค์ได้ ก็ถือว่าเป็นการให้บริการ ดังนั้นการดูแลคนไข้คลินิกสมัยก่อน จึงมีคนไข้เป็นจำนวนมาก กว่าจะตรวจเสร็จครบหมดก็ค่อนข้าง 2-3 ทุ่ม คนไข้วันละ 40-50 คนก็ยังมี นับว่าเหนื่อยและต้องระวังความผิดพลาด ถ้าปรึกษาไม่สามารถเก็บเงินได้ บางคนเบิกยามาจากสถานพยาบาลที่ทำงาน แล้วมาปรึกษาก็มีบ่อยๆ ซึ่งตรงข้ามกับการตรวจในปัจจุบัน จะมีค่าตรวจแยกต่างหาก ค่ายาต่างหาก ค่าเหยียบโรงพยาบาลต่างหาก ที่ทุกคนเข้าใจและยอมรับได้
มีกรณีที่จำได้ ลุงคนหนึ่งพาหลาน ไม่สบายเป็นปอดอักเสบ และจำเป็นต้องฉีดยา ลุงพาหลานไปหาที่อนามัยมาแล้ว ทางอนามัยให้ฉีดยาทุกวัน โดยให้ยามาด้วย ลุงพามาฉีดที่คลินิก เอายามาด้วย พร้อมใบสั่ง เราก็ต้องตรวจใหม่เพื่อความมั่นใจ และยินดีที่จะฉีดให้ หลอดเข็มฉีดยาใช้ของคลินิกของเรา เมื่อฉีดเสร็จเราคิดค่าบริการดูแลและฉีดยาเป็นเงิน 30 บาท ลุงโวยวาย และบอกว่าฉีดยาควรจะฉีดฟรี เพราะเอายามา และมีใบสั่งฉีดมาด้วย วันนั้นก็เข้าใจและในที่สุด ก็ไปบอกกับลุงว่า ไม่ให้ก็ได้ครับ เพราะฉีดยาก็ไม่ได้ออกแรงอะไร
.jpg)
และอีก 2 วันต่อมา ลูกทำจักรยานล้ม คอจักรยานเบี้ยว เราไม่มีเครื่องมือที่จะขันน็อตบริเวณคอจักรยาน จึงจูงไปร้านจักรยาน ช่างจักรยานขัน 2-3 ทีก็เข้าที่ และก็เรียกเก็บเงินกับเรา 30 บาท เท่ากันเลย เราก็พร้อมยินดีจ่ายให้ เพราะ เขาออกแรงมากกว่าเราเยอะ
การทำงานที่คลินิกเอง มีความรับผิดชอบสูงมาก เราซื้อชุดฉุกเฉิน ใส่ท่อในหลอดลม และแอมบูแบ็ค มาพร้อมหมด แต่มาคิดดูว่าเป็นไปไม่ได้เลยเราอยู่กับผู้ช่วยต่อให้มียามีเครื่องมือพร้อมก็ทำอะไรไม่ได้ และก็มีเหตุการณ์ที่บางครั้งคนไข้หนักหอบหิ้วกันเข้ามา เราก็ต้องรีบดู และส่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ถึงขนาดต้องนั่งแท็กซี่ไปด้วยกันก็เคยแล้วหลายครั้ง นี่จึงเป็นเหตุให้เลิกคลินิกทั้งที่ คนไข้เยอะมากๆ"
หลังจากที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต เผยแพร่เรื่องราวลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น
"ที่ผู้คนให้ค่าแพทย์ เพราะ ความเสียสละ เพราะจิตอันเป็นเมตตา กรุณา ไม่ใช่แค่ เพราะใบปริญญา อาจารย์ ไม่ได้เป็น เพียงแค่หมอ แค่แพทย์ แต่อาจารย์ ยังเป็นนักวิจัย นักวิชาการ เป็นครูบาอาจารย์ที่พร้อมประสิทธิ์ประสาทความรู้"
"เข้าใจอาจารยที่สุดเลยค่ะ เคยไปรับจ้างทำคลีนิคแถวบางประทุน สมุทรปราการ ได้ค่าเวร400บาท ญาติหอบหิ้วกัยมาตรวจ บางทีไม่มีเงิน เราก็เอาค่าเวรเราออกไปให้ บางที่้เกินค่าจ้าง พอนัดมาตรวจ ญาติเอากล้วยมาให้เป็นเครือ ฝรั่ง มะนาวมาให้แทนค่าตรวจค่ะ"
"กำลังหาตึกจะเปิดคลินิก แต่พออ่านที่อาจารย์เขียน ตัดสินใจได้เลย ไม่เปิดคลินิกครับ"
"สมัยนี้ หนูก็ยังเจอคนไข้โวยวาย เวลาคิดค่าปรึกษาค่ะ หลายครั้งต้องเลี่ยง บอกว่าไม่รับปรึกษาเพราะไม่ใช่สาขาที่หมอเชี่ยวชาญค่ะ บางทีก็อ้างไม่มียาบ้าง หมอไม่อยู่บ้าง หมอกำลังจะไปผ่าตัดบ้างค่ะ"
"กราบอนุโมทนากับคุณหมอยงคะคนไข้ที่ได้มาเจอคุณหมอทุกคนโชคดีมากกกก คุณหมอมีความเมตตาสูงจริงๆคะ ในฐานะครอบครัวคนไข้ กราบขอบพระคุณคะ"
"ได้บุญได้กุศลครับอาจารย์"
"ขอขอบคุณมากคะ"
"กราบอนุโมทนา สาธุครับอาจารย์หมอครับ"
"สาเหตุที่คนไขัมาฉุกเฉินทั้งที่ไม่ฉุกเฉินฯเพราะคลินิคหมอในเมืองใหญ่เช่น กทม. แทบไม่หลือ คนไข้จึงมุ่งไป รพ.เลย มันจึงไปโหลดที่ ฉุกเฉิน และเดียวนี้หาคลินิคที่ทำแผล ฉีดยา รักษาไข่หวัดธรรมดา ไม่มีเลยค่ะ แต่คนต่างจังหวัดยังโชคดี มีร้านหมอ หรือคลินิคที่ยังเปิด"
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี