อธิบายชัดๆทำไมไม่กาส้ม สันติ กีระนันทน์ ชี้วาระซ่อนเร้นฉาบด้วยความหวังหลอกลวงผู้คน

อธิบายชัดๆทำไมไม่กาส้ม สันติ กีระนันทน์ ชี้วาระซ่อนเร้นฉาบด้วยความหวังหลอกลวงผู้คน

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.29 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 นายสันติ กีระนันทน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของกลุ่ม 4 กุมาร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เพิ่ง leave group Suankularb alumni สด ๆ ร้อน ๆ เพราะเบื่อการเอาความไม่เข้าใจการเมืองมาติดป้ายว่า baby boomer ทนต่อการเห็นความล้าหลังของประเทศได้อย่างไร และยังไม่เข้าใจระหว่างการแก้รัฐธรรมนูญกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าต่างกันอย่างไร เมื่อไม่สบายใจ ก็ leave group เท่านั้นเอง เหมือนกับไม่สบายใจกับทัศนคติของเพื่อนคนไหน ก็ห่างออกมา หรือ unfriend ไป ก็เท่านั้นเอง พื้นที่ของเรา เราก็ควรจะรักษาทัศนียภาพของเราได้

นี่คือตัวอย่างของคนที่มั่นใจว่า woke ตัวอย่างหนึ่ง แต่เป็น uninforned woke เพราะรับ incomplete information


ผมเป็น baby boomer ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ผมเบื่อและไม่ต้องการทนกับการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ รวมไปถึงภาคเอกชน ทุนใหญ่ ทุนเทา ฯลฯ ที่ร่วมกันทำร้ายประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แย่งชิงผลประโยชน์สาธารณะไปเป็นผลประโยชน์ตน

แล้วทำไมผมถึงไม่กาส้ม

เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องทำทันทีโดยกลุ่มคนที่มีเจตนาสุจริตเป็นพื้นฐาน ผมเชื่อว่าคนในกลุ่มส้มจำนวนมากที่มีเจตนาสุจริต แต่เมื่อผมมองไปในกลุ่มชนชั้นนำของส้ม ผมเห็นสิ่งตรงกันข้ามกับความสุจริต

ความสุจริตต้องเริ่มต้นด้วยความสะอาด เริ่มต้นด้วยเจตจำนงที่สุจริตและเป็นสาธารณะ ต้องไม่เริ่มต้นด้วยความกระหายอำนาจและยอมทำทุกอย่างที่สกปรกเพื่อเข้าถึงอำนาจ การยุยงปลุกปั่นสร้างความแตกแยก การโกหกบิดเบือนความจริง ปากว่าตาขยิบ และพฤติกรรมเชิงประจักษ์หลากหลาย ล้วนแต่ชี้ให้เห็นถึงวาระซ่อนเร้นที่ฉาบด้วยความหวังที่หลอกลวงผู้คนที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง ... นี่คือเหตุผลหลักของผมที่ไม่กาส้ม ผมรักชาติด้วยเหตุผลและไม่คลั่งชาติ ผมเคารพสถาบันกษัตริย์โดยไม่แอบอ้างและไม่โหน

ชนแถวสองของส้ม มีความทะเยอทะยานที่หลากหลายซึ่งไม่ใช่สิ่งผิด แต่ความไร้ประสบการณ์ในการทำงานจริง ความรีบร้อนชิงสุกก่อนห่าม นำมาสู่ความเห็นของตนที่เชื่อว่าตัวเองเก่งและฉลาดกว่าทุกคนที่เห็นต่างจากตน เห็นคนอื่นโง่หมด เห็นคนรุ่นก่อนตัวเองไร้ค่าไร้ความสามารถ ... ความจริงในโลกนี้เป็นเช่นนั้นจริงหรือ

การเลือกตั้งครั้งนี้ ผมลำบากใจมากในการตัดสินใจ คนเก่า ๆ ก็ไม่น่าไว้ใจเพราะเห็นประวัติด้านมืด แม้หลายคนจะมีฝีมือในการทำงานเป็นที่ประจักษ์ แต่ก็อยู่ในเข่งขยะ คนใหม่ก็เห็นชัด ๆ ว่ามีวาระซ่อนเร้นและไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะนำการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ซึ่งผมมั่นใจว่าคนใหม่จะนำการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงแต่ไปในทิศทางเลวร้ายกว่าเดิม

ความหวังคือ อยากเห็นคนกลุ่มคนที่มือสะอาด ใจสะอาด มีความสามารถ มีศักยภาพ มีความพร้อมทุกด้าน ไม่มีวาระซ่อนเร้นส่วนตน รวมกลุ่มแล้วลุกขึ้นมาเสนอตัวนำการเปลี่ยนแปลง

แต่ในระบอบประชาธิปไตยที่เราเป็นแบบนี้ ด้วยข้อจำกัดของความไม่พร้อมในสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ทำให้ความหวังของผมในประเด็นนี้เป็นความหวังที่เกิดขึ้นได้ยากมากถึงมากที่สุด

เมื่อชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป การทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง ก็จำเป็นต้องเลือกทางเลือกที่เลวน้อยกว่า เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีให้เลือก

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นทั้งวันสำคัญส่วนตัวของผม (คนที่รู้จักผมดีถึงจะทราบ) และเป็นวันที่ต้องทำหน้าที่พลเมืองไทยอย่างรอบคอบอีกครั้ง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top