9 กุมภาพันธ์ 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul แสดงความคิดเห็นทางการเมือง วิเคราะห์ความพ่ายแพ้ของพรรคประชาชน ภายหลังผลการเลือกตั้ง ระบุว่า
ความพลาดพลั้งอย่างมหันต์ของพรรคส้ม คือการปล่อยให้อนุทินเป็นนายกฯชั่วคราว 4 เดือน เพียงลำพัง (เมื่อเดือน กันยายน 2568)
ตอนนั้นพรรคส้ม ประเมินว่ากระแสตัวเองกำลังร้อนแรง และปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศยากจะแก้ไข รวมถึงปัญหาชายแดนที่ฮุนเซนกำลังห้าวและเหี้ย
พรรคส้มกลัวเผือกร้อนจะลวกมือ จึงโยนให้อนุทิน
การให้อนุทินเป็นนายกฯชั่วคราว โดยพวกตนเองจะยกมือให้เป็นเพื่อสร้างหนี้บุญคุณ และกำกับควบคุมอยู่ในฟากฝ่ายค้าน .
หนูอยู่ในกำมือ จะหนีไปไหนได้ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด
นั้นคือการประเมินของเด็กไร้เดียงสา . เด็กที่ยังไม่เคยแม้กระทั่งเป็นเด็กฝึกงาน จึงมองการแก้ปัญหาในองค์กรไม่ออก
...
การที่พรรคส้มไม่เข้าร่วมรัฐบาลอนุทิน ทำให้ตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีมันว่าง . เปิดทางให้อนุทินไปเจรจาเอาคุณศุภจี คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ เข้ามาในโควต้าคนนอก
รวมถึงหยิบเอาโครงการคนละครึ่งของลุงตู่ ขึ้นมาปัดฝุ่น ..
โครงการคนละครึ่งนี้จะเป็นของใครไม่สำคัญ สำคัญคือตอนนี้ใครใช้ คนนั้นก็ได้คะแนน .
นี้แหละคือความจัดเจนของคนทำงาน ที่เด็กฝึกงานมองไม่ทะลุ
ประกอบกับฮุนเซน เห็นช่องว่างทางการเมืองไทยไร้เสถียรภาพ อนุทินคงไม่มีเสียงหนุน จึงบุกเข้ามาที่ชายแดน
แต่ผิดคาด . เพราะอนุทินไม่มีอะไรที่ต้องห่วง ด้วยเสียงที่น้อยอยู่แล้ว และนี้คือจังหวะที่เล่น
เล่นดีก็ได้คะแนน เล่นผิดแต้มก็คงอยู่เท่าเดิม . อนุทินเลยพยักหน้าให้ทหารเปิดศึกซะเลย
คราวนี้ .. คะแนนรักชาติเข้ามาเต็ม เปรียบเหมือนสายน้ำที่ไหลจากชายแดนไทยเขมร ไหลกระจายไปทิศเหนือ ลงสู่ภาคกลาง และซึมไปยังภาคใต้
ทำงานมาได้เพียง 2 เดือน ผลคือเมื่อคะแนนอนุทินพุ่งต่อเนื่อง . พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จึงต้องทำการ "สกัด" ก่อนที่อนุทินจะเติบโตไปกว่านี้ นั้นคือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคภูมิใจไทยเสียงน้อย โดดเดี่ยว แม้นชี้แจงดีแค่ไหนก็พ่ายแพ้ต่อจำนวนมือที่ยกในสภา
อนุทินเลยตัดสินใจว่า จะปล่อยพวกนั้นด่าเล่นทำไม ? ยุบสภาซะเลย
ผลปรากฎจากการเลือกตั้งใหม่ ก็ตามที่เห็นเป็นข่าว คือพรรคภูมิใจไทย "ชนะขาด"
...
ที่เล่ามาทั้งหมด เห็นจังหวะของเด็กอ่อนหัดอย่างพรรคประชาชนไหม ?
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มไม่ยกหางตนเองว่าแน่กว่า ยกว่าตนเองเหนือกว่า จะคุมล่ามโซ่นายกฯรอบนอก แล้วจะปั่นกระแสไปเรื่อย ๆ เพื่อหวังชนะทั้งประเทศในการเลือกตั้งใหญ่ หวังกวาด 250 คะแนนขึ้นไป .
เพราะวันนั้นคาดการณ์แบบเด็กอ่อนหัด วันนี้ก็เลยตกถังส้วม
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมเป็นรัฐบาล บริหารกระทรวงต่าง ๆ .. โอกาสที่อนุทินจะเอาคนนอกอย่างคุณศุภจี คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ ก็คงไม่มี เพราะเก้าอี้รัฐมนตรีเต็ม
(*เก้าอี้ของพรรคประชาชนจะมากกว่าของพรรคภูมิใจไทยด้วยซ้ำ)
เท่ากับกระแสคนนอกของทั้ง 3 คน จะไม่เกิดขึ้น , จนทั้งสามคนกลายเป็นอาวุธใหม่ ที่อนุทินใช้ต่อกรกับพรรคส้ม
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมเป็นรัฐบาล ศึกชายแดนไทย-เขมรที่เกิดขึ้น พรรคส้มก็จะได้เครดิตไปด้วย ถ้อยคำด้อยค่าทหารแบบ "ทหารมีไว้ทำไม" ก็จะถูกลืมเลือนหายไป
ถ้าวันนั้น ..
พรรคส้มเข้าร่วมรัฐบาล โครงการคนละครึ่งพลัสที่เกิดขึ้น พรรคส้มก็จะได้ส่วนแบ่งของคะแนนนิยมเช่นกัน ,
หรือถ้าไม่ต้องการให้คนละครึ่งเกิดขึ้น เพราะมันเป็นสิ่งตกทอดของลุงตู่ ก็สามารถขัดขวางไม่ให้มีได้ .. พรรคภูมิใจไทยก็จะไม่มีหมากให้เล่นเพื่อทำคะแนน
เหตุที่เกิดขึ้นของการพ่ายแพ้ของพรรคส้มในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ รุ่นเก่า แต่เกี่ยวกับประสบการณ์ในการประเมินสถานการณ์ และการบริหารจัดการอุปสรรค
เด็กแก่แดด ไม่มีทางชนะแดด นอกจากการโวยวาย
เด็กไร้เดียงสา มองว่าเสียงด่าเท่านั้นคือเทคนิคการบริหารราชการแผ่นดิน
ถ้าเป็นทั้งเด็กแก่แดดและไร้เดียง ก็เกินกว่าจะไว้วางใจให้ดูแลประเทศ
...
ลุงมะเขือ ขอยืมสำนวนของเติ้งเสี่ยวผิง มาดัดแปลงใช้ว่า
"ไม่ว่าหนูน้ำเงิน หรือหนูเขียว ขอให้จับส้มได้ก็พอ"
ลักนะด้อม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี