สรยุทธ-ไอ้ควาย และเลเซอร์ไอดี จุดอันตรายของพรรคส้ม

สรยุทธ-ไอ้ควาย และเลเซอร์ไอดี จุดอันตรายของพรรคส้ม

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.47 น.

ประเด็นเลเซอร์ไอดีของ พรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” กลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อมีข้อมูลว่า ผู้สมัครสมาชิกพรรคต้องกรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัส 12 หลักหลังบัตร เมื่อนำมารวมกับเลข 13 หลัก ก็สามารถยืนยันตัวตนเจ้าของบัตรได้ครบถ้วน

ใครถือข้อมูลชุดนี้ ก็สามารถใช้ยืนยันตัวตนแทนเจ้าของบัตรได้ในหลายกรณี มันจึงไม่ใช่ข้อมูลธรรมดาแบบชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์


คำถามจึงตามมา การสมัครสมาชิกพรรคจำเป็นต้องใช้ข้อมูลละเอียดขนาดนี้หรือไม่ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้บังคับ และพรรคอื่นจำนวนมากก็ไม่ได้กำหนดแบบเดียวกัน

กรมการปกครอง อธิบายว่า พรรคสามารถส่งข้อมูล 5 รายการไปตรวจสอบ และกรมการปกครองจะตอบกลับเพียงว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” เท่านั้น โดยไม่ได้กำหนดให้ต้องเก็บเลเซอร์ไอดีไว้ถาวร

เมื่อไม่ใช่เงื่อนไขจากกรมการปกครอง การจะขอหรือเก็บข้อมูลระดับนี้จึงเป็นการตัดสินใจของพรรคเอง และต้องตอบให้ชัดว่าจำเป็นจริงหรือไม่

พรรคส้มชี้แจงผ่านเพจ “Fact Check-พรรคประชาชน” ซึ่งมีผู้ติดตามไม่ถึง 3,000 คน ยืนยันว่าเลเซอร์ไอดีใช้เพื่อยืนยันตัวตน ไม่มีการเก็บถาวร และอยู่ระหว่างดำเนินการเชื่อมระบบใหม่

สิ่งที่หลายคนตั้งข้อสังเกตไม่ใช่แค่เนื้อหา แต่อยู่ที่ช่องทาง เรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลประชาชนระดับสูง กลับไม่ได้แถลงผ่านเพจหลักของพรรคที่มีผู้ติดตามกว่า 6.8 แสนคน และไม่ได้ออกจากปากแกนนำโดยตรง

เมื่อเรื่องใหญ่ใช้เวทีเล็ก คำถามจึงเกิดเอง ถ้ามั่นใจเต็มที่ เหตุใดไม่ชี้แจงผ่านเพจหลักของพรรคให้ผู้ติดตามเกือบเจ็ดแสนคนรับทราบพร้อมกัน หรือให้แกนนำออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงอย่างเป็นทางการ

การกำหนดระดับข้อมูลเป็นเรื่องของพรรคโดยตรง ช่องทางการสื่อสารจึงยิ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น

ในโลกออนไลน์ มีการพูดถึง “Spectre C” ในฐานะระบบจัดการข้อมูลและมอนิเตอร์กระแสที่ถูกพูดควบคู่กับกิจกรรมทางการเมืองของพรรคในช่วงเวลาเดียวกัน ชื่อดังกล่าวจึงถูกโยงเข้ากับประเด็นเลเซอร์ไอดีทันที

แม้ไม่มีหลักฐานว่าฐานข้อมูลสมาชิกเชื่อมกับระบบใดโดยตรง แต่เมื่อข้อมูลบัตรประชาชนครบชุดถูกรวบรวมไว้ในองค์กรทางการเมือง คนย่อมคิดต่อเองว่า ข้อมูลแบบนี้ทำอะไรได้บ้าง

นอกจากการกรอกเลเซอร์ไอดีแล้ว ระบบสมัครสมาชิกยังให้ผู้สมัครถ่ายรูปตัวเองถือบัตรประชาชนส่งเข้าระบบด้วย หากมีการจัดเก็บครบทั้งเลขบัตร เลเซอร์ไอดี และภาพบัตรจริงพร้อมใบหน้าเจ้าของ ข้อมูลที่อยู่ในระบบย่อมมีน้ำหนักมากกว่าการกรอกตัวเลขเพียงอย่างเดียว

บางความเห็นตั้งคำถามว่า ในทางเทคนิค ชุดข้อมูลลักษณะนี้สามารถถูกนำไปสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม หรือใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางข้อมูลได้หรือไม่ ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการทำเช่นนั้น แต่คำถามเกิดจากศักยภาพของข้อมูล เพราะมันยืนยันตัวตนได้ครบ

เมื่อประกอบกับข้อเท็จจริงว่า กรมการปกครองไม่ได้บังคับให้ต้องเก็บ และกฎหมายพรรคไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ ความจำเป็นของการเก็บข้อมูลระดับนี้จึงถูกตั้งคำถามมากขึ้น

ท่ามกลางข้อถกเถียงนี้ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ออกมาปกป้องพรรคอย่างเปิดเผย พร้อมใช้คำว่า “ไอ้ควาย” ใส่ฝ่ายที่ตั้งคำถาม

ท่าทีเช่นนี้ทำให้หลายคนมองว่า หากสนับสนุนพรรคใด ก็ควรประกาศจุดยืนให้ชัด มากกว่าทำเหมือนวางตัวกลางแต่แสดงท่าทีเข้าข้างชัดเจน

ยิ่งเมื่อบุคคลดังกล่าวเคยถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุกในคดีของ บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายต่อ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ภาพความน่าเชื่อถือจึงถูกนำมาเปรียบเทียบเองโดยธรรมชาติ

เลเซอร์ไอดีกลายเป็นจุดอ่อนไหว เพราะมันแตะข้อมูลส่วนตัวโดยตรง ขณะที่กรมการปกครองไม่ได้กำหนดให้ต้องเก็บ กฎหมายพรรคการเมืองก็ไม่ได้บังคับให้ใช้ และพรรคอื่นไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเดียวกัน

เมื่อระดับข้อมูลสูงกว่าปกติ เหตุผลก็ต้องหนักแน่นกว่าปกติ หากคำชี้แจงยังอยู่ในวงจำกัด และคำถามยังไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ความสงสัยก็จะยังอยู่

คำถามพื้นฐานจึงยังคงเดิม การขอข้อมูลระดับนี้จำเป็นเพียงใด และระบบดูแลข้อมูลสร้างความมั่นใจได้จริงหรือยัง

ถ้าคำตอบยังไม่ชัด ประเด็นเลเซอร์ไอดีก็จะยังถูกตั้งคำถามต่อไปเอง และอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงทางการเมืองของพรรคส้ม โดยไม่ต้องมีใครช่วยจุดไฟเพิ่มอีกเลย.

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top