วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
22 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรวิชช์ วีรวรรณ รองประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #ถ้าไม่มีกล้าธรรมอนุทินก็ถูกเพื่อไทยขี่คอ
รัฐบาลอนุทิน 2 แม้ในทางตัวเลขจะดูเหมือนตั้งได้สบาย เพราะแค่พรรคภูมิใจไทยที่มีอยู่ราว 193 เสียง รวมกับพรรคเพื่อไทยอีก 74 เสียง ก็เกินกึ่งหนึ่งของสภาแล้ว ยังไม่นับพรรคเล็กพรรคน้อยอีกสิบกว่าพรรคที่พร้อมเข้าร่วม จนเสียงรวมอาจไหลไปแตะเกือบ 300 เสียง จึงดูเหมือนเป็นรัฐบาลที่มั่นคง แข็งแรง และอยู่ยาวได้ไม่ยาก
แต่ถ้ามองลึกลงไปจริง ๆ โครงสร้างรัฐบาลแบบนี้กลับเปราะบางกว่าที่เห็นมาก
เพราะรัฐบาลชุดนี้ “ผูกชีวิต” ไว้กับพรรคเพื่อไทยแทบทั้งหมด ต่อให้มีเสียงเกือบสามร้อย แต่ถ้าเพื่อไทยถอนตัวเพียงพรรคเดียว รัฐบาลก็แทบจบเกมทันที และถึงตอนนั้นแม้จะไปดึง 58 เสียงของธรรมนัสเข้ามาเติม หากเจ้าตัวยอมจริง ราคาทางการเมืองที่ต้องจ่ายก็ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นโควตากระทรวง งบประมาณ หรืออำนาจเชิงพื้นที่
พูดง่าย ๆ คือ เสถียรภาพที่เห็น อาจเป็นเพียงเสถียรภาพเชิงตัวเลข แต่ไม่ใช่เสถียรภาพเชิงอำนาจ
ด้วยเหตุนี้ สถานะของพรรคเพื่อไทยในรัฐบาลอนุทิน 2 จึงไม่ได้อยู่ในฐานะ “พรรคร่วม” ธรรมดา แต่กลายเป็นพรรคที่ถือแต้มต่อสำคัญในการต่อรอง
ในขณะที่อนุทินประกาศล่วงหน้าไปแล้วว่า โควตาหลักจำนวนมากจะอยู่ในมือภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น สีหศักดิ์ คุมรองนายกฯ และต่างประเทศ เอกนิติ คุมรองนายกฯ และคลัง ศุภจี คุมรองนายกฯ และพาณิชย์ พร้อมกำกับกระทรวงเกษตรฯ อีกชั้นหนึ่ง ขณะที่ตัวอนุทินเองก็จะนั่งควบมหาดไทยแน่นอน
เมื่อจัดวางแบบนี้ คำถามจึงเกิดทันทีว่า แล้วกระทรวงเกรดเอจะเหลืออะไรให้เพื่อไทยบ้าง
คมนาคมจะยอมปล่อยหรือไม่ ทั้งที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างขนาดใหญ่และปมเขากระโดง
พลังงานจะให้หรือเปล่า ในเมื่อเก้าอี้นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่ผูกกับกลุ่มทุนพลังงานมหาศาลที่ลงทุนกันไปก่อนหน้าแล้ว และชื่อที่ถูกโยนลงมาจากสื่อบางค่ายอย่างปรีดี ดาวฉาย ก็มีข่าวว่าปฏิเสธไปเรียบร้อย
ถ้าเหลือเพียงกระทรวงรอง ๆ คำถามคือ เพื่อไทยจะยอมจริงหรือ ดังนั้นภาพที่บางคนมองว่าอนุทินเป็นฝ่ายเลือกแจกไพ่ อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก เพราะในสมการนี้ เพื่อไทยต่างหากที่ถือ “ไพ่ต่อ” อยู่ในมือ
ด้วยเหตุนี้เอง จึงยังมีความเป็นไปได้ที่ภูมิใจไทยอาจต้องดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาเป็นตัวคาน เพื่อเพิ่มกันชนทางอำนาจให้เสียงรัฐบาลขยับไปแถว 340–350 เสียง เฉลี่ยประมาณสิบที่นั่งต่อหนึ่งเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อลดการพึ่งพาเพื่อไทยมากเกินไป
แต่เงื่อนไขสำคัญคือ อาจต้องเป็นการเข้ามาโดยไม่มีธรรมนัส เพราะดูชัดว่าผู้ใหญ่บางคนยังติดใจกับตัวบุคคลมากกว่าตัวพรรค
ขณะที่สื่อบางสำนักเริ่มสรุปกันไปแล้วว่า เกมจบ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และประชาธิปัตย์ จะถูกผลักไปเป็นฝ่ายค้านรวมราวสองร้อยเสียง ส่วนตัวผมยังคิดว่าเร็วเกินไปจะปิดฉาก
การจัดตั้งรัฐบาลไทยไม่เคยจบในยกแรก และอนุทินเองก็ต้องคิดเผื่อความเสี่ยงในระยะยาวถ้าไม่มีพรรคกล้าธรรม เพราะว่าวันหนึ่งหากสมดุลอำนาจเปลี่ยน พรรคร่วมอย่างเพื่อไทยเริ่มต่อรองหนักขึ้น จะไปดึงพรรคประชาธิปัตย์ที่มีแค่ 22 เสียงก็ช่วยไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลที่ดูเสียงล้นวันนี้ อาจกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทันที
เกมจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จึงยังไม่จบ จนกว่าจะถึงยกสุดท้ายจริง ๆ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี