24 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ชาดา ไทยเศรษฐ์: เตียวหุยแห่งอุทัยธานี“ “สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 7“
การเปรียบเทียบ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" กับ "เตียวหุย" นั้น เป็นการวางบทบาทที่ลงตัวที่สุดใน "สามก๊กการเมืองไทย" ยุคนี้ครับ เพราะทั้งสองคนมี "คาแรคเตอร์" และ "หน้าที่" ในพรรคที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าขนลุก
1. บทบาท "ขุนพลทะลวงฟัน"
เตียวหุย ในวรรณกรรม เตียวหุยคือแม่ทัพหน้า ผู้ไม่เคยกลัวตาย และมักจะออกไปท้าดวลกับศัตรูด้วยวาจาที่ดุดัน เสียงดังฟังชัด เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ก่อนเริ่มรบ
ชาดา ในสภาผู้แทนราษฎร คุณชาดาทำหน้าที่นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาคือ "หน่วยปะทะ" เบอร์หนึ่งของพรรคภูมิใจไทย เมื่อมีการอภิปรายที่พาดพิงถึงสถาบันฯ หรือโจมตีพรรคภูมิใจไทย คุณชาดาจะเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นประท้วงด้วยน้ำเสียงดุดัน สีหน้าจริงจัง และถ้อยคำที่เชือดเฉือน (เช่น วลีเด็ด "ผมจะยิงคนหมิ่นสถาบันฯ") เปรียบเสมือนเตียวหุยที่ยืนขวางสะพานเตียงปัน ตวาดไล่ทัพโจโฉจนถอยร่น
2. ภาพลักษณ์ "นักเลงผู้ภักดี"
เตียวหุย แม้จะมีภาพลักษณ์เป็นคนหยาบ หรือขี้เมา แต่เตียวหุยมีความซื่อสัตย์ต่อพี่ร่วมสาบาน (เล่าปี่) สูงที่สุด ยอมตายแทนพี่ได้ และเป็นคน "ใจนักเลง" รักพวกพ้อง
ชาดา ภาพลักษณ์ "เจ้าพ่อสะแกกรัง" หรือผู้มีอิทธิพลแห่งอุทัยธานี คือจุดขายที่ทำให้เขาดูน่าเกรงขาม แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อ "นาย" (อนุทิน/เนวิน) อย่างถวายหัว ใครแตะต้อง "ลูกพี่" ไม่ได้ นี่คือความจงรักภักดีแบบ "ใจถึงพึ่งได้" ที่หาได้ยากในหมู่นักเลือกตั้งทั่วไป
3. การคุมพื้นที่และกำลังพล
เตียวหุย ในช่วงต้นเรื่อง เตียวหุยเป็นคนมีฐานะ มีที่ดินและทรัพย์สินที่นำมาช่วยเล่าปี่ตั้งกองทัพ
ชาดา ไม่ได้มาตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับ "ฐานเสียงจังหวัดอุทัยธานี" ที่แข็งแกร่งดั่งหินผา (ยกจังหวัด) เขาคุมพื้นที่เบ็ดเสร็จชนิดที่พรรคอื่นเจาะไม่เข้า นี่คือ "เสบียงและกำลังพล" สำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองสูง เพราะมี "ขุนศึกที่มีกองทัพส่วนตัว" อยู่ในมือ
4. ภารกิจ "หนามยอกเอาหนามบ่ง"
เตียวหุย มักได้รับภารกิจที่ต้องใช้ความเด็ดขาด หรือความน่ากลัวในการจัดการ
ชาดา ตอนที่รับตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เขาได้รับมอบหมายให้ "ปราบผู้มีอิทธิพล" (ขึ้นบัญชีมาเฟีย) ซึ่งสังคมมองว่าเป็นกลยุทธ์ "ใช้มาเฟียคุมมาเฟีย" หรือ "เสือปราบเสือ" เพราะคนที่จะเข้าใจวงการนักเลงได้ดีที่สุด ก็คือนักเลงด้วยกันเอง นี่คือการใช้คาแรคเตอร์เตียวหุยมาทำงานบริหารที่ได้ผลชะงัดนัก
ฉากสำคัญที่จะเขียนลงใน "สามก๊กการเมืองไทย"
หากจะเล่าถึงตอนที่เกี่ยวกับ ชาดา (เตียวหุย) ต้องเป็นฉากนี้
"ศึกสะพานรัฐสภา: เสียงคำรามแห่งอุทัยธานี“
เหตุการณ์ที่ฝ่ายค้าน (ทัพโจโฉ/ก๊กสีส้ม) กำลังรุกไล่โจมตีประเด็นสถาบันฯ อย่างหนัก ส.ส. ฝั่งรัฐบาลต่างพากันนั่งเงียบกริบด้วยความเกรงใจหรือกลัวเสียคะแนนเสียง...
ทันใดนั้น! "เตียวหุยแห่งอุทัยธานี" ก็ลุกขึ้นยืนตระหง่านกลางสภา ชี้หน้ากราดเกรี้ยวด้วยวาทะที่ทำให้ศัตรูต้องชะงัก ประกาศจุดยืนปกป้องสถาบันฯ ด้วยชีวิต เปรียบเสมือนเตียวหุยที่ยืนขวางสะพานเตียงปันเพียงลำพัง ข่มขวัญทัพนับแสนให้หยุดชะงักได้ด้วยเสียงคำรามเดียว
สรุป:
คุณชาดาคือ "เตียวหุย" ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในยุคนี้
1. รบดุ (ในสภา)
2. ใจถึง (รักพวกพ้อง)
3. คุมทัพได้ (ฐานเสียงแน่น)
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี