ศุภจี สุธรรมพันธุ์ พลิกเกมพาณิชย์ด้วยสไตล์ CEO 'Think Fast, Act Faster'

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ พลิกเกมพาณิชย์ด้วยสไตล์ CEO 'Think Fast, Act Faster'

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.35 น.

1 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรี CEO "Think Fast, Act Faster" พลิกทุกอย่างให้เป็นโอกาส #อัษฎางค์ | #อ่านเกมอำนาจ

_______________________________________________


ที่ผ่านมาเราทราบแต่ประวัติว่าคุณศุภจี สามารถพลิกฟื้นธุรกิจ เช่น ไทยคม หรือดุสิตธานี ได้ในเวลาอันสั้น แต่เราไม่เคยเห็นการทำงานของเธอ แต่เมื่อมาเป็น รมว.พาณิชย์ ความเคลื่อนที่ต่างๆ ของเธอจึงเป็นข่าวให้เราเห็นหญิงแกร่งคนนี้ทำงานไม่หยุดหย่อน เพื่อสร้างผลงานและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชาติ
ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569) คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในบทบาท รมว.พาณิชย์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายที่เน้นความเร็วและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ภายใต้แนวคิด "Quick Big Win" โดยมีผลงานเด่นที่น่าสนใจ

_______________________________________________

การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก
• ปิดดีลสินค้าอาหารไทย-สหรัฐฯ: ล่าสุด (กุมภาพันธ์ 2569) เธอได้จัดโครงการ Exclusive Incoming Mission เชิญบริษัท Otis McAllister ผู้นำเข้ารายใหญ่จากสหรัฐฯ มาเจรจาจับคู่ธุรกิจ ประสบความสำเร็จเกินคาดโดยมีมูลค่าสั่งซื้อทันทีกว่า 378 ล้านบาท และคาดการณ์ยอดสั่งซื้อภายใน 1 ปี สูงถึง 3.8 พันล้านบาท
• เจรจาข้าวจีทูจี (G to G) กับจีน: บรรลุข้อตกลงขายข้าวล็อตแรก 40,000 ตัน โดยเริ่มส่งมอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และตั้งเป้าเร่งรัดให้ครบ 500,000 ตัน ภายในปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรไทย

_______________________________________________

การรับมือกับมาตรการภาษีและตลาดโลก
• แผนเชิงรุกตลาดสหรัฐฯ: เดินสายเจรจาที่ลอสแอนเจลิสเพื่อรับมือกับนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ โดยเน้นกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องนำเข้า เช่น สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป
• ยกระดับภาพลักษณ์ในเวทีโลก: ในงาน World Economic Forum (WEF) 2026 เธอได้นำเสนอวิสัยทัศน์เปลี่ยนไทยจากแค่ "แหล่งท่องเที่ยว" เป็น "Global Strategic Hub" โดยใช้ประโยชน์จาก FTA 14 ฉบับที่มีอยู่เพื่อดึงดูดนักลงทุนให้ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออก

_______________________________________________

การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรและค่าครองชีพ
• แก้วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอม: สั่งการด่วนแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำผ่านโครงการ "ดูดซับผลผลิต" โดยนำมะพร้าวไปกระจายตามปั๊มน้ำมัน (PT, PTT, บางจาก) เพื่อแจกแทนน้ำดื่ม และประสานงานผ่านรายการ MasterChef Thailand เพื่อรณรงค์การบริโภค
• นโยบาย "ธงฟ้า" และค่าครองชีพ: จัดมหกรรมธงฟ้ากว่า 1,300 ครั้งต่อปี และผลักดันความร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่งในการเปิดเผยราคายา เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกและลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ

_______________________________________________

การผลักดัน Digital & SME Transformation
• ปั้น SME เป็น "CEO Influencer": เปิดโครงการฝึกอบรมให้ผู้ประกอบการรายย่อยรู้จักการสร้างคอนเทนต์และไลฟ์ขายสินค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อขยายช่องทางการขายไปสู่ระดับโลก
• MOC+ Platform: พัฒนาแพลตฟอร์มกลางของกระทรวงพาณิชย์ที่นำ AI มาช่วยวิเคราะห์อุปสงค์-อุปทานสินค้า เพื่อให้การวางแผนการผลิตของเกษตรกรแม่นยำขึ้น

_______________________________________________

ผลงานเหล่านี้สะท้อนชัดเจนถึงสไตล์ "Think Fast, Act Faster" ของเธอครับ คือการนำเอา Connection และวิธีคิดแบบ CEO มาลดขั้นตอนของระบบราชการเพื่อให้เกิดตัวเลขรายได้เข้าประเทศทันที
เรามาลองวิเคราะห์สไตล์การทำงานของเธอที่โดดเด่นเรื่องการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้

_______________________________________________

มุมมองภาคธุรกิจ นี่คือการบริหารจัดการที่เน้น "ผลลัพธ์และความเร็ว"
ในเชิงธุรกิจ คุณศุภจีขึ้นชื่อเรื่อง "Turnaround Strategy" หรือกลยุทธ์การพลิกฟื้นธุรกิจ ซึ่งเธอได้นำมาปรับใช้ในงานภาครัฐอย่างเห็นได้ชัด
• Result-Oriented Management: จากข่าวจะเห็นการตั้งเป้าหมายตัวเลขที่ชัดเจน (เช่น มูลค่าคำสั่งซื้อ 3.8 พันล้านบาท ภายใน 1 ปี) นี่คือการทำ KPI (Key Performance Indicators) แบบภาคเอกชน เพื่อให้ทีมงานและประชาชนเห็น "จุดหมาย" เดียวกัน
• Business Matching & Networking: เธอไม่ได้ทำงานแบบราชการดั้งเดิมที่รอให้คนมาหา แต่ใช้วิธี Proactive Approach เดินสายเจรจาและจับคู่ธุรกิจ (Strategic Alliance) ซึ่งเป็นทักษะหลักที่เธอใช้สมัยอยู่ IBM และ Dusit
• Agility: การ "ลุยเจรจา" สะท้อนถึงความรวดเร็วในการตัดสินใจ ลดขั้นตอน (Lean) เพื่อให้ทันต่อกระแสเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไว

_______________________________________________

มุมมองทางรัฐประศาสนศาสตร์: การบริหารภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management - NPM)
การทำงานของเธอสะท้อนแนวคิด NPM ที่เชื่อว่าภาครัฐควรนำเทคนิคการจัดการของเอกชนมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
• Public-Private Partnership (PPP): เธอทำหน้าที่เป็น "สะพาน" เชื่อมระหว่างรัฐกับเอกชน ไม่ใช่แค่ผู้กำกับดูแล (Regulator) แต่เป็นผู้สนับสนุน (Facilitator) ที่ช่วยเปิดประตูการค้าให้ผู้ประกอบการไทย
• Economic Diplomacy (ทูตเศรษฐกิจ): ในทางรัฐศาสตร์ เธอใช้ Soft Power (เช่น อาหารไทย) เป็นเครื่องมือในการเจรจาระดับประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานพาณิชย์ยุคใหม่
• Entrepreneurial Government: คือการบริหารรัฐแบบ "ผู้ประกอบการ" ที่เน้นความคุ้มค่าของทรัพยากรและการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศตลอดเวลา

_______________________________________________

วิเคราะห์ "สไตล์เฉพาะตัว" (Leadership Style)
หากวิเคราะห์จากพฤติกรรมการทำงานที่ผ่านๆ มา คุณศุภจีมีลักษณะของ Transformational Leader (ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง)
1. Hands-on: ลงพื้นที่จริง เจรจาเองเพื่อให้เห็นปัญหาหน้างาน
2. Crisis Manager: มักถูกวางตัวให้แก้ปัญหาในสถานการณ์ยากลำบาก ซึ่งเหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องการความเชื่อมั่น
3. Communication: การสื่อสารที่ชัดเจน เรียบง่าย แต่ทรงพลัง ทำให้คนทำงานกล้าขยับตาม

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top